โครงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน รพ.สต.บ้านวังประจัน
-
นายอดิศักดิ์ หลีดินซุด
-
นางวนิดา ศรีริภาพ
-
นางอภิยา เหตุทอง
-
นางสาวเรวดี บุอีตำ
-
นางสาวสุกัญญา บูอีตำ
-
การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน0.00
ปัจจุบันการใช้ยาของประชาชนในชุมชนยังพบปัญหาหลายประการ เช่น การซื้อยารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น การหยุดใช้ยาก่อนครบกำหนด ร่วมถึงการใช้ยาที่ไม่ถูกต้องตามคำแนะนำ ปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้เกิดภาวะดื้อยา ผลข้างเคียงจากการใช้ยา ค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงขึ้น และกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม การส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล (Rational Drug Use: RDU) ในชุมชน จึงมีความสำคัญ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน พัฒนาทักษะการใช้ยาอย่างปลอดภัย เสริมสร้างเครือข่ายภาคประชาชน และร้านค้า/ร้านชำ ให้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน จากการสำรวจร้านค้า/ร้านชำ ปีงบประมาณ 2568 จำนวน 20 ร้าน พบว่ามีร้านค้า/ร้านชำ นำยาที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานผิดกฎหมายมาจำหน่ายให้แก่คนในชุมชนและจากการสอบถามผู้ประกอบการและประชาชนในชุมชนเกี่ยวกับพิษภัยของการใช้ยา พบว่าไม่มีความรู้และไม่ทราบถึงผลข้างเคียงที่ตามมา
จากสภาพปัญหาดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวังประจัน จึงเห็นถึงความสำคัญได้จัดทำโครงการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน รพ.สต.บ้านวังประจันขึ้น
-
เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล0.00
≥ ร้อยละ 80 ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลหลังการอบรม
-
เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้นำชุมชนในการเฝ้าระวังการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสม0.00
≥ ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น/เสนอแนวทางเฝ้าระวังในเวทีประชาคม
-
กลุ่มวัยทำงาน60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ขั้นเตรียมการ
ประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการดำเนินโครงการ
ประสานกับเครือข่าย ผู้นำชุมชน เพื่อชี้แจงรายละเอียด ในการจัดทำกิจกรรม
จัดทำโครงการเพื่อเสนอขออนุมัติ
จัดเตรียมคู่มือและเอกสาร
ประสานงานคณะวิทยากร เพื่อวางแผนให้ความรู้ - ขั้นดำเนินการ
จัดเตรียมสถานที่
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569-
0 บาท -
กิจกรรมการให้ความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน
ทดสอบความรู้ก่อนการอบรม
จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน รายละเอียดกิจกรรมดังนี้
2.1 ให้ความรู้เกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล (Rational Drug Use : RDU)
2.2 ให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากการใช้ยาไม่ถูกต้อง
2.3 แนะนำหลักการใช้ยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย
2.4 ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน และผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน
2.5 ส่งเสริมบทบาทของประชาชนและผู้นำชุมชนในการเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล
2.6 เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์การใช้ยาในชีวิตประจำวัน
ทดสอบความรู้หลังการอบรม
ประเมินความพึงพอใจต่อภาพรวมการกิจกรรม
งบประมาณ จำนวน 9,917 บาท รายละเอียด ดังนี้
ค่าป้ายไวนิลโครงการฯ ขนาด 1*2 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 300 บาท
ค่าแบบประเมิน ก่อน – หลัง จำนวน 120 ชุด เป็นเงิน 120 บาท
ค่าแบบประเมินความพึงพอใจ จำนวน 60 ชุด เป็นเงิน 60 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรม
ปากกาลูกลื่น จำนวน 60 ด้าม ๆ ละ 5 บาท เป็นเงิน 300 บาท
กระดาษ A4 จำนวน 1 รีม เป็นเงิน 125 บาท
ปากกาเคมี จำนวน 12 ด้าม ๆ ละ 16 บาท เป็นเงิน 192 บาท
กระดาษแข็งขาวเทา จำนวน 6 แผ่น ๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 120 บาท
ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 1 มื้อๆละ 60 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆละ 2 มื้อๆละ 30 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าวิทยากร ชั่วโมงละ 500 บาท จำนวน 3 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,500 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผลผลิต (Output)
1) ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลครบตามแผน
2) มีสื่อ/เอกสารความรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลแจกแก่ประชาชน
ผลลัพธ์ (Outcome)
1) ประชาชนมีความรู้และพฤติกรรมการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผล
2) เกิดเครือข่ายการเฝ้าระวังการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชนอย่างต่อเนื่อง
9917 บาท
1) ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจเรื่องการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลเพิ่มขึ้น 2) ประชาชนมีพฤติกรรมการใช้ยาอย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น 3) ประชาชนสามารถสังเกตและหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสมได้ 4) เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้นำชุมชนในการเฝ้าระวังการใช้ยาในพื้นที่
