แบบฟอร์มพัฒนาโครงการ กองทุนสุขภาพตำบลเทศบาลตำบลกงหรา
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการให้ความรู้เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงตำบลกงหรา ประจำปี 2569ชื่อโครงการควรสั้น กระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสาระของสิ่งที่จะทำอย่างชัดเจน ควรจะระบุชื่อชุมชนในชื่อโครงการเพื่อความสะดวกในการค้นหา
2569
กองทุนสุขภาพตำบลเทศบาลตำบลกงหรา
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกงหราใหม่
นางสาวศิริลักษณ์ ศิริพจน์
พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
ตำบลกงหรา
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
3. สถานการณ์
ภาวะโรคแทรกซ้อนของโรคความดันและโรคเบาหวานเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้เป็นทุพพลภาพหรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของผู้เป็นโรคความดันและเบาหวานอย่างมหาศาล โรคแทรกซ้อนจากเบาหวานมี 2 ชนิด คือโรคเบาหวานแทรกซ้อนชนิดเฉียบพลัน เช่น ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำมากจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จำเป็นต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยด่วน และโรคแทรกซ้อนชนิดเรื้อรัง ค่อยเป็นค่อยไปโดยอาจไม่มีอาการในระยะแรก โรคเบาหวานภาวะน้ำตาลในเลือดสูงที่ไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลานาน ๆ จะก่อให้เกิดพยาธิสภาพของหลอดเลือดทั่วร่างกาย หลอดเลือดที่เกิดพยาธิสภาพจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือหลอดเลือดขนาดเล็ก ๆ ได้แก่ หลอดเลือดของจอรับภาพของตา เป็นผลให้เกิดภาวะเบาหวานขึ้นตา ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ตาบอด และหลอดเลือดฝอยของไตเป็นผลให้เกิดภาวะเบาหวานลงไต ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้เกิดไตวาย อีกกลุ่มคือหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่กว่า ได้แก่ หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ เป็นผลให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง เป็นผลให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตันหรืออัมพาต และหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงปลายเท้าตีบตันเป็นผลให้เกิดแผลที่เท้าตามมา โรคเบาหวานขึ้นตาและเบาหวานลงไตเป็นโรคแทรกซ้อนที่พบเฉพาะผู้เป็นเบาหวาน ดังนั้นถ้าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลให้เหมือนคนปกติก็จะไม่เกิดโรคแทรกซ้อนดังกล่าว ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้เป็นเบาหวานให้เหมือนคนปกติโดยเฉพาะในผู้ที่เป็นเบาหวานมานาน ๆ ส่วนหนึ่งเนื่องจากอาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะน้ำตาลต่ำในเลือดจากการรักษา ซึ่งจะเป็นผลเสียแก่คนไข้ได้ ดังนั้นเป้าหมายการควบคุมระดับน้ำตาลเพื่อป้องกันการเกิดโรคเบาหวานขึ้นตาและเบาหวานลงไตก็จะขึ้นกับอายุ ระยะเวลาที่เป็นเบาหวาน ตลอดจนโรคประจำตัวของผู้ป่วย โดยทั่วไปจะแนะนำให้ระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) น้อยกว่า 7% นอกจากนี้การควบคุมความดันโลหิตก็จะมีส่วนอย่างมากในการป้องกันและชะลอการเกิดโรคเบาหวานขึ้นตาและเบาหวานลงไต โดยทั่วไปมักจะแนะนำให้ความดันโลหิตตัวบนไม่เกิน 130 มม.ปรอท และความดันโลหิตตัวล่างไม่เกิน 80 มม.ปรอท ในกรณีที่ผู้ป่วยเบาหวานเกิดเบาหวานลงไตระยะหลัง ๆ เช่นการทำงานของไตเสื่อม พบว่าการควบคุมระดับความดันโลหิตอย่างเข้มงวดจะมีประโยชน์ มากกว่าการควบคุมระดับน้ำตาลอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ใน ผู้ป่วยเบาหวานที่มีไข่ขาวรั่วออก มาในปัสสาวะ การใช้ยาลดความดันโลหิตในกลุ่ม ACEI (angiotensin-converting enzyme inhibitors) หรือ ARB (angiotensin receptor blockers) จะสามารถชะลอการเสื่อมของไตได้ การใช้ยากลุ่มนี้ก็ควรต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกงหราใหม่ มีจำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่มีความเสี่ยงมีภาวะแทรกซ้อนเพิ่มมากขึ้น จึงได้จัดทำโครงการป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
- บอกจุดมุ่งหมายในการดำเนินงานโครงการ และสิ่งที่ต้องการให้เกิดผลจากการดำเนินงานโครงการ วัตถุประสงค์นี้จะต้อง เฉพาะเจาะจง วัดได้จริง แสดงโอกาสที่จะเกิดผลสำเร็จ สอดคล้องกับหลักการและเหตุผล ในระยะเวลาที่กำหนด
- ตัวชี้วัด ให้ระบุความชัดเจนว่า เมื่อดำเนินการตามโครงการเสร็จแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือบรรลุผลสำเร็จอะไรบ้างและมากน้อยเพียงใด และควรแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมวัดผลได้ และระบุตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการทั้งในระดับผลผลิตและผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
1. เพื่อให้ความรู้เรื่องภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
2. เพื่อลดภาวะโรคแทรกซ้อนของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
5. กลุ่มเป้าหมาย
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
วันเริ่มต้น : 01/01/2026
กำหนดเสร็จ : 30/09/2026
7. วิธีการดำเนินงาน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
หมายเหตุ :
8. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?1 .ประชาชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพมีความรู้เจตคติทักษะและการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเองได้ถูกต้อง
2 .ประชาชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพมีการปรับตัวได้ดีขึ้น สนใจเข้ากลุ่มร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
3 .ประชาชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อที่เกิดจากการปฏิบัติตนที่ไม่ถูกต้อง