โครงการการส่งเสริมและป้องกันโรคด้วยนวัตกรรมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย
ในปัจจุบัน สังคมไทยกำลังเผชิญกับอุบัติการณ์ของกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และภาวะออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เร่งรีบและความเครียดสะสม อีกทั้งประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของภาครัฐและประชาชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพึ่งพาเพียงการแพทย์แผนปัจจุบันเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืน
การแพทย์แผนไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและองค์ความรู้ที่สั่งสมมานับพันปี มีจุดเด่นในเรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Healthcare) ที่เน้นความสมดุลของร่างกาย (ธาตุเจ้าเรือน) และการป้องกันโรคก่อนที่จะเกิด (Prevention) ผ่านการใช้สมุนไพร การนวดไทย และกายบริหาร เช่น การฝึกฤาษีดัดตน เป็นการออกกำลังกายเชิงบำบัดที่ช่วยยืดเหยียดเส้นสาย ปรับสมดุลโครงสร้างร่างกาย และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือราคาแพงซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัย มีต้นทุนต่ำ สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทย รวมถึงภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยได้มีการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะ ยาหม่องสมุนไพร ซึ่งมีสรรพคุณในการคลายกล้ามเนื้อ แก้ปวดเมื่อย แก้พิษแมลง และช่วยผ่อนคลายร่างกาย
ด้วยเหตุผลดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะตา จึงได้จัดทำ โครงการการส่งเสริมและป้องกันโรคด้วยนวัตกรรมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ขึ้น เน้นการใช้นวัตกรรมในการปรับปรุงสูตรยาหม่องให้มีกลิ่นร่วมสมัย (Aromatherapy) และใช้เทคโนโลยีสื่อการสอนที่ทันสมัยเพื่อให้ท่าฤาษีดัดตนเรียนรู้ง่ายและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสุขภาพให้กับประชาชน ลดพึ่งพายาเคมี และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
-
กลุ่มวัยทำงาน20
-
กลุ่มผู้สูงอายุ10
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
- สาธิตกิจกรรมการบริหารร่างกายฤาษีดัดตนร่วมกับการนวดน้ำมัน - กิจกรรมการประยุกต์ใช้นวัตกรรมสมุนไพรใกล้บ้านเพื่อบำรุงร่างกาย - กิจกรรมให้ความรู้และทักษะการป้องกันการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อ - การจัดทำนวัตกรรมทำสื่อเกี่ยวกับการใช้สมุนไพร
- ค่าอาหารกลางวัน สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน ๔๐ คน ๆ ละ ๖๐ บาท/มื้อ
จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน ๒,๔00 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน ๔๐ คน ๆ ละ 3๕ บาท/มื้อ จำนวน
2 มื้อ เป็นเงิน ๒,800 บาท
ค่าป้ายโครงการฯ ขนาด 1.2 x 2.5 เมตร ในราคาตารางเมตรละ 350 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
ค่ากระเป๋าสำหรับใช้ในการอบรม ๔๐ ชุด ๆ ละ ๗๐ บาท เป็นเงิน ๒,๘ ๐๐ บาท
ปากกาสำหรับใช้ในการอบรม จำนวน ๔๐ ด้าม ๆละ 10 บาท เป็นเงิน ๔๐๐ บาท
สมุด จำนวน ๔๐ เล่ม ๆละ ๓๐ บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน ๖ ชั่วโมง ชั่วโมงละ ๓๐๐ บาท เป็นเงิน ๑,๘๐๐ บาท
น้ำมันสมุนไพรสำหรับกิจกรรมฤาษีดัดตน จำนวน 5 ขวด ๆละ 150 บาท เป็นเงิน 750 บาท
วัสดุสำนักงานสำหรับการจัดทำนวัตกรรมสื่อสมุนไพร
กระดาษโฟโต้ จำนวน 1 รีม เป็นเงิน ๕๐๐ บาท
แผ่นเคลือบ จำนวน 1 รีม เป็นเงิน ๕๐๐ บาท
ค่าจัดพิมน์เอกสารสี 40 ชุด ๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน ๘๐๐ บาท
1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569กลุ่มเป้าหมายมีสุขภาพกายที่ดีขึ้น ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ (Office Syndrome) จากการฝึกฤาษีดัดตนอย่างถูกวิธี สามารถบริหารร่างกายด้วยท่าฤาษีดัดตนเพื่อดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้ทันที
กลุ่มเป้าหมายทางเลือกในการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรไทย ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตปัจจุบัน และเกิดความรู้ความเข้าใจในการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง
กลุ่มเป้าหมายเกิดกลุ่มการเรียนรู้และการแบ่งปันภูมิปัญญาไทย ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งในการดูแลสุขภาพซึ่งกันและกัน
4.เกิดนวัตกรรมการเผยแพร่ความรู้การใช้สมุนไพรอย่างกว้างขวาง
15000.00 บาท - ค่าอาหารกลางวัน สำหรับกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินงาน จำนวน ๔๐ คน ๆ ละ ๖๐ บาท/มื้อ
หมายเหตุทุกรายการถัวเฉลี่ยกันได้
- กลุ่มเป้าหมายมีสุขภาพกายที่ดีขึ้น ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ (Office Syndrome) จากการฝึกฤาษีดัดตนอย่างถูกวิธี สามารถบริหารร่างกายด้วยท่าฤาษีดัดตนเพื่อดูแลสุขภาพเบื้องต้นได้ทันที
- กลุ่มเป้าหมายทางเลือกในการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรไทย ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตปัจจุบัน และเกิดความรู้ความเข้าใจในการใช้สมุนไพรอย่างถูกต้อง
- กลุ่มเป้าหมายเกิดกลุ่มการเรียนรู้และการแบ่งปันภูมิปัญญาไทย ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งในการดูแลสุขภาพซึ่งกันและกัน
