โครงการธนาคารหมวกกันน็อคในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านลำสินธุ์
-
หน่วยงานราชการ
-
หน่วยงานราชการ
-
หน่วยงานราชการ
-
หน่วยงานราชการ
-
หน่วยงานราชการ
-
หน่วยงานราชการ
-
หน่วยงานราชการ
-
หน่วยงานราชการ
-
หน่วยงานราชการ
-
หน่วยงานราชการ
-
จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น7.00
ปัจจุบันการเดินทางในตำบลลำสินธุ์ ส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะหลักในการรับ-ส่งบุตรหลานมายังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จากข้อมูลเชิงสถิติพบว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่เกิดกับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ และกลุ่มเด็กเล็กมีความเสี่ยงสูงต่อการบาดเจ็บทางศีรษะที่รุนแรง เนื่องจากกะโหลกศีรษะยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่จากการสังเกตพฤติกรรม พบว่าผู้ปกครองจำนวนมากละเลยการให้บุตรหลานสวมหมวกกันน็อค โดยมีเหตุผลหลัก คือ ระยะทางจากบ้านมาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลลำสินธุ์ ใกล้ จึงประมาท เด็กเติบโตเร็ว ทำให้หมวกกันน็อคที่มีอยู่ใส่ไม่ได้ และไม่อยากซื้อใหม่บ่อยๆ หมวกกันน็อคสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ (ที่มี มอก.) หาซื้อได้ยากในบางพื้นที่หรือมีราคาสูง
อาศัยอำนาจตาม พรบ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 2 พ.ศ.2549 หมวดที่ 2 มาตรา 16 ให้เทศบาลตำบลมีหน้าที่ให้บริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ ตามข้อ (23) การรักษาความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการอนามัย ประกอบกับนโยบายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพ ขับเคลื่อนนโยบายจัดทำโครงการธนาคารหมวกกันน็อคในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลลำสินธุ์จึงเล็งเห็นว่า การจัดตั้ง ธนาคารหมวกกันน็อคในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลลำสินธุ์เป็นกลไกที่จะช่วยทลายข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง โดยใช้หลักการ ยืม-คืน หรือ แบ่งปัน เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงอุปกรณ์นิรภัยที่ได้มาตรฐานการปลูกฝังพฤติกรรม (Behavioral Change) ช่วงปฐมวัยเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการปลูกฝังระเบียบวินัย การที่เด็กได้สวมหมวกกันน็อคเป็นประจำจนเป็น วิถีชีวิต จะช่วยสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยที่ยั่งยืน และยังส่งผลทางอ้อมให้ผู้ปกครองเกิดความตระหนักและปฏิบัติตามกฎจราจรมากขึ้นตามไปด้วย23
-
เพื่อลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น3.00
จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดลงจากปีก่อนหน้า
-
เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการบาดเจ็บของเด็ก40.00
ร้อยละของเด็กที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรลดลง
-
เพื่อปลูกฝังและสร้างความตระหนักเรื่องวินัยจราจรสร้างนิสัยความปลอดภัย และการสวมหมวกกันน็อค ให้กับเด็กและผู้ปกครอง40.00
เด็กและผู้ปกครองไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีความรู้และความตระหนักในเรื่องวินัยจราจร การสวมหมวกกันน๊อคเพื่อความปลอดภัย
-
เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงอุปกรณ์นิรภัยที่มีคุณภาพของเด็ก30.00
เด็กที่มีความต้องการใช้หมวกกันน็อคสามารถยืมจากธนาคารได้ครอบคลุม 100 %
-
เพื่อสร้างความมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการให้เด็กสวมหมวกกันน็อค80.00
ผู้ปกครองไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีส่วนร่วมในการให้เด็กสวมหมวกกันน็อคมาเรียนอย่างสม่ำเสมอ
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน66
-
กลุ่มวัยทำงาน66
-
คณะทำงาน15
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน
1.สำรวจเด็กที่เดินทางมาเรียนด้วยรถจักรยานยนต์ และจำนวนเด็กที่มี/ไม่มีหมวกกันน็อค
2.ประชุมคณะทำงาน ครู คณะกรรมการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตัวแทนผู้ปกครองเพื่อวางแผนการดำเนินโครงการ และกำหนดกฏกติกาการยืม-คืนและการดูแลรักษา3.จัดซื้อหมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐาน มอก. และมีขนาดเหมาะสมกับเด็กปฐมวัย
4.จัดทำระบบบริหารจัดการ ได้แก่
4.1 คัดแยกและลงทะเบียน : ทำเครื่องหมายหรือรันเลขรหัสหมวกกัันน็อคทุกใบ และจัดทำทะเบียนคุมทรัพย์สิน
4.2 จัดเตรียมสถานที่ : จัดทำชั้นวางหมวกกันน็อคที่ระบายอากาศได้ดี ไม่ถูกแสงแดดจัด (เพื่อไม่ให้โฟมเสื่อมสภาพ) และอยู่ในจุดที่เด็กหยิบใช้สะดวก
4.3 ร่างกติกา: ออกระเบียบง่ายๆ เช่น ยืมเช้า-คืนเย็น หรือยืมรายเทอม และข้อตกลงหากหมวกสูญหาย
งบประมาณ ดังนี้
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มประชุมคณะทำงาน ครู คณะกรรมการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตัวแทนผู้ปกครอง จำนวน 30 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
2.ค่าหมวกกันน็อคได้มาตรฐาน มอก. และมีขนาดเหมาะสมกับเด็กปฐมวัย จำนวน 50 ใบๆละ 300 บาท เป็นเงิน 15,000 บาท
3.แอลกอฮอล์สำหรับไว้ทำความสะอาดหมวกกันน็อค จำนวน 3 แกนลอนๆละ 350 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
4.ไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 2.4 ม. จำนวน 1 ผืนๆละ 520 บาท เป็นเงิน 520 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 16 พฤษภาคม 25691.ได้ข้อมูลเด็กที่เดินทางมาเรียนด้วยรถจักรยานยนต์ และจำนวนเด็กที่มี/ไม่มีหมวกกันน็อค
2.คณะทำงานที่เข้าร่วมประชุม จำนวน 30 คน
3.ได้แผนการดำเนินโครงการ และกำหนดกฏกติกาการยืม-คืนและการดูแลรักษาหมวกกันน็อค
4.มีหมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐาน มอก. และมีขนาดเหมาะสมกับเด็กปฐมวัย สำหรับการจัดตั้งธนาคารหมวกกันน็อคในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านลำสินธุ์ จำนวน 50 ใบ
5.ได้รูปแบบการบริหารจัดการธนาคารหมวกกันน็อค โดยมีการทำรูปแบบทะเบียนหมวกกันน็อค เตรียมสถานที่เก็บและกฏกติการการยืม-คืนและการดูแลควาสะอาด
17320.00 บาท -
อบรมให้ความรู้และรณรงค์วินัยจราจรสร้างนิสัยความปลอดภัย และการสวมหมวกกันน็อค
กิจกรรมเปิดตัว (Kick -off) โดยจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้และรณรงค์วินัยจราจรสร้างนิสัยความปลอดภัย และการสวมหมวกกันน็อค พร้อมสาธิตการสวมหมวกกันน็อคที่ถูกต้อง
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม เด็ก ผู้ปกครองและคณะทำงาน จำนวน 147 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 3,675 บาท
2.ค่าวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
3.ป้ายโฟมบอร์ดรณรงค์จำนวน 5 ป้ายๆละ 441 บาท เป็นเงิน 2,205 บาท
20 พฤษภาคม 2569 ถึง 20 พฤษภาคม 25691.จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม 147 คน
2.เด็กและผู้ปกครองไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีความรู้และความตระหนักในเรื่องวินัยจราจร การสวมหมวกกันน๊อคเพื่อความปลอดภัย
3.เปิดธนาคารหมวกกันน็อค โดยเปิดระบบการยืม - คืน หมวกกันน็อค ผู้ปกครองลงสัญญายืม
4.เด็กที่มีความต้องการใช้หมวกกันน็อคสามารถยืมจากธนาคารได้ครอบคลุม 100 %
7680.00 บาท -
ติดตามและประเมินผล
- ไม่ใช้งบประมาณ
ติดตามและประเมินผล ดังนี้
บันทึกสถิติ: บันทึกการสวมหมวกของเด็กในแต่ละวันเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ตรวจสภาพประจำเดือน: เช็คลิสต์ตรวจสภาพหมวก เพื่อคัดกรองหมวกที่ชำรุดออกและจัดหาทดแทน
สรุปผล: รายงานผลโครงการต่อคณะกรรมการศูนย์ฯ และผู้สนับสนุนงบประมาณเมื่อสิ้นสุดปีการศึกษา
21 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 25691.ผู้ปกครองไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีส่วนร่วมในการให้เด็กสวมหมวกกันน็อคมาเรียนอย่างสม่ำเสมอ
2.หมวกกันน็อตที่อยู่ในระบบธนาคารได้รับการตรวจเช็คและดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
3.ร้อยละของเด็กที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรลดลง
4.จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดลงจากปีก่อนหน้า
0.00 บาท
- ด้านตัวเด็กและนักเรียน
ความปลอดภัยทางกายภาพ: เด็กนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลลำสินธุ์มีความปลอดภัยมากขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงหรือการสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน
การสร้างพฤติกรรมนิสัย: เด็กเกิดความคุ้นชินและมีวินัยในการสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จนเป็นนิสัยติดตัว
สุขอนามัยที่ดี: เด็กได้ใช้งานอุปกรณ์ป้องกันที่มีขนาดเหมาะสมกับสรีระและสะอาด ปลอดภัยจากเชื้อโรค
2.ด้านผู้ปกครองและครอบครัว ลดภาระทางเศรษฐกิจ: ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อหมวกกันน็อคใหม่บ่อยครั้งตามการเจริญเติบโตของเด็ก
ความตระหนักและจิตสำนึก: ผู้ปกครองมีความตระหนักเรื่องความปลอดภัยทางถนนมากขึ้น โดยมีเด็กเป็นตัวกระตุ้น (Change Agent) ให้ผู้ใหญ่ปฏิบัติตามกฎจราจร
ความพึงพอใจต่อสถานศึกษา: ผู้ปกครองเกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจในมาตรการดูแลความปลอดภัยของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
3.ด้านชุมชนและหน่วยงาน (เทศบาลตำบลลำสินธุ์)
ต้นแบบสังคมปลอดภัย: ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลลำสินธุ์กลายเป็นสถานศึกษาต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนน (Safety School Model)
สถิติอุบัติเหตุลดลง: ช่วยสนับสนุนตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยทางถนนในภาพรวมของตำบลลำสินธุ์
ความเข้มแข็งของเครือข่าย: เกิดความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่าง บ้าน โรงเรียน และส่วนราชการในการดูแลสวัสดิภาพของเด็ก
