โครงการป้องกันควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน15
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง21
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases : NCD) เป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของโลก ทั้งในมิติของจำนวนการเสียชีวิตและภาระโรคโดยรวม ในปี พ.ศ. 2567 องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานข้อมูลประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากโรค NCDs 41 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 74 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมด โดยโรค NCDs ที่เป็นสาเหตุเสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน ในประเทศไทยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข จำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดปี 2567 มีผู้ป่วยเบาหวานประมาณ 6.5 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 10 ของประชากร (กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, 2567) จังหวัดพัทลุง ปีงบประมาณ 2568 ประชาชนอายุ 35 ปี มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน จำนวน 102,223 คน คิดเป็นร้อยละ 19.68 ของประชากร และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะยาง ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปทั้งหมด 1,192 คน ได้รับการคัดกรองเบาหวาน 1,156 คน คิดเป็นร้อยละ 97.57 พบกลุ่มเสี่ยง 95 คน คิดเป็นร้อยละ 8.22 พบผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 14 คน และได้รับการคัดกรองความดันโลหิต จำนวน 833 คน คิดเป็นร้อยละ 97.57 พบกลุ่มเสี่ยง 188 คน คิดเป็นร้อยละ 21.07 พบผุ้ป่วยรายใหม่ จำนวน 14 คน และผุู้ป่วยเรื้อรังในเขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านเกาะยาง ที่เข้ารับบริการในคลินิกโรคเรื้อรัง ทั้งหมด 663 คน แยกเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 452 คน และโรคเบาหวาน 29 คน และผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูง 182 คน ควบคุมความดันโลหิตได้ดี 331 คน คิดเป็นร้อยละ 68.81 ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี 97 คน คิดเป็นร้อยละ 53.30
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน10
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน15
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง663
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1156
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การคัดกรองโรคเรื้อรังแบบเชิงรุกในชุมชนหรือส่งเสริมการมารับบริการคัดกรองของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
คัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 1,327 คน โดยการออกตรวจคัดกรองในหมู่บ้าน และแยกผลการคัดกรองกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มผิดปกติ
1. จัดซื้้อเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจำนวน 4 เครื่องๆละ 2,850 บาท เป็นเงิน 11,400 บาท
2. แถบตรวจระดับน้ำตาลในเลือด พร้อมเข็มเจาะ จำนวน 25 กล่องๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 25,000 บาท (กล่องละ 50 ชิ้น)
3.สำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์สำเร็จรูป แผงละ 10 ก้อน ราคาแผงละ 12 บาท จำนวน 100 แผง เป็นเงิน 1,200 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 25 กันยายน 25691.ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 95
37600 บาท-
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ครั้งที่ 1
กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย ตามหลัก 3อ 2ส (อ.อาหาร , อ.อารมณ์, อ.ออกกำลังกาย , ส.ไม่สูบบุหรี่ ,ส.ไม่ดื่มสุรา)
- กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ 90
- กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ 100
0 บาท - กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ร้อยละ 90
-
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ 2ส ครั้งที่ 2
1.กิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มสงสัยป่วย (ครบ 1 เดือน )
- เจาะ FBS เพื่อติดตามผลน้ำตาลในเลือดกลุ่มสงสัยป่วยเบาหวาน
- ติดตามค่าความดันโลหิตกลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิต
2.กิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง (ครบ 6 เดือน)
- เจาะ FBS เพื่อติดตามผลน้ำตาลในเลือดกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน
- ติดตามค่าความดันโลหิตกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิต
3.สรุปผลการติดตาม คืนข้อมูลให้กลุ่มเป้าหมาย ไม่มีค่าใช้จ่ายผลผลิต
- กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามหลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 100
- กลุ่มเสี่ยงได้รับการติดตามหลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 90
ผลลัพธ์
- กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยได้รับการติดตามครบตามแนวทาง0 บาท
-
1.ประชาชนอายุ 35 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง > ร้อยละ 95
2. กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการติดตาม
3. จำนวนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เข้าร่วมโครงการ DM Remission (เบาหวานระยะสงบ) ได้ >= ร้อยละ 10
4. ป่วยเบาหวานรายใหม่ลดลงกว่าที่ผ่านมา ไม่เกินร้อยละ 5
5. จำนวนผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ไม่เกินร้อยละ 5
6. จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน/ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่มี CVD risk >30%ได้รับการปรับเปลี่ยน มีผลการประเมิน CVD risk
