โครงการออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคเบาหวานในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังและเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในประชากรไทยและประชากรโลก
จากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่อง เช่น ในปี 2566 มีอัตราผู้ป่วยรายใหม่ 580 คนต่อประชากรแสนคน ในปี พ.ศ. 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 634 คนต่อประชากรแสนคน สำหรับประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วยโรคเบาหวาน 6.5 ล้านคนโดยส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และร้อยละ 40 ที่ไม่ทราบว่าตัวเองป่วย (Health Data Center (HDC) กระทรวงสาธารณสุข 2567)
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistance)โดยภาวะนี้เกิดจากการ
ที่เซลล์ในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ไขมัน (adipocyte) ไม่สามารถนำอินซูลินที่ผลิต
จากเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อนไปช่วยดึงกลูโคสในกระแสเลือดเข้าเซลล์ เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานได้เมื่อเกิดภาวะดื้ออินซูลินจะทำให้เพิ่มโอกาสเป็นโรคเบาหวาน เพราะการที่กลูโคสสูงค้างอยู่นานในกระแสเลือดทำให้เบต้าเซลล์
ในตับอ่อนต้องทำงานหนักขึ้นในการสร้างอินซูลินปริมาณมากขึ้นเพื่อให้สามารถเก็บน้ำตาลจากกระแสเลือดได้
เมื่อถึงระยะที่เบต้าเซลล์พยายามทำงานหนักขึ้นและพยายามขยายขนาดเซลล์แล้วแต่กลูโคสในเลือดยังไม่สามารถ
ถูกเก็บไปได้จนถึงระดับปกติ สะท้อนออกมาเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดที่เริ่มสูงกว่าปกติ เรียกว่าเข้าสู่ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Pre-diabetes) ในที่สุดเบต้าเซลล์ทำงานหนักเกินไป เกิดการล้า จำนวนของเบต้าเซลล์ลดลง ทำให้การผลิตอินซูลินจากเบต้าเซลล์ลดลงเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เข้าสู่ภาวะเบาหวาน (Diabetes) สำหรับปัจจัยสำคัญ
ที่ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินคือภาวะอ้วนลงพุง (Obesity) หรือเคยเป็นโควิด
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้งได้รับข้อมูลจาก สปสช.เขตว่าสภากาชาดไทยได้จัดทำตัวแบบการป้องกันการดื้ออินซูลินด้วยการออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวต่อเนื่องอย่างน้อย 6 นาทีมารวมกันเฉลี่ยให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 สัปดาห์ จะเพียงพอสำหรับการลดภาวะดื้อต่ออินซูลินจากน้ำหนักเกินหรือจากโรคโควิด-19 ก่อนจะเข้าสู่ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Prediabetic) โดยมีค่าระดับการดื้ออินซูลิน (HOMAR-IR) เข้าสู่ระดับปกติ และยังคงมีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ เมื่อออกกำลังกายจนเป็นอุปนิสัยก็จะไม่เป็นโรคเบาหวานแน่นอนและยั่งยืน ตัวแบบดังกล่าวมีรูปแบบ กระบวนการ ที่จะส่งเสริมและกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายออกกำลังกาย พร้อมเครื่องมือแอปพลิเคชัน META REVERSE ที่สามารถช่วย 1) เก็บบันทึกข้อมูลของผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน 2) ช่วยวางแผนการออกกำลังกายและสนับสนุนให้ผู้ใช้งานสามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องครบ 12 สัปดาห์ 3) สรุปผลการออกกำลังกายและประเมินภาวะดื้ออินซูลินหลังออกกำลังกายครบ 12 สัปดาห์4) เป็นเครื่องมือสนับสนุนที่ใช้ในการติดตามผลการดำเนินโครงการของหน่วยงานสาธารณสุข โดยสภากาชาดไทยพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้ และอาจสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าไม่มีภาวะดื้ออินซูลินหลังออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์
ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปในเขตพื้นที่อบต.ตะบิ้งที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้งรับผิดชอบดูแลสุขภาพ มีจำนวน 2,529 คน มีผู้เป็นเบาหวานแล้ว 272 คน ผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน 291 คน คาดการณ์ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนที่ยังไม่เป็นเบาหวานหรือภาวะก่อนเบาหวาน 700 คน หากส่งเสริมสนับสนุนให้คนที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนที่ยังไม่เป็นเบาหวานหรือภาวะก่อนเบาหวานออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์ จะช่วยป้องกันหรือลดโรคเบาหวาน ทำให้คนเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชน
ด้วยเหตุผลดังกล่าวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้ง ขอความร่วมมืออบต.ตะบิ้งในการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ขับเคลื่อนโครงการออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคเบาหวานในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อรณรงค์ลดอุบัติการณ์เบาหวานในผู้มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนและผู้ที่เคยติดโควิด โดยนำเอาตัวแบบหรือระบบปฏิบัติการป้องกันโรคเบาหวานเชิงรุกด้วยการออกกำลังกายลดภาวะดื้ออินซูลินแบบครบวงจรของสภากาชาดไทยไปใช้ในการทำกิจกรรมลดการเกิดเบาหวานในประชากรกลุ่มที่มีน้ำหนักเกิน และกลุ่มที่เคยติดโรคโควิด เพื่อลดหรือป้องกันเบาหวานในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
เพื่อตัดตอนผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ไม่ให้ลุกลามกลายเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยมีเป้าหมายในการส่งมอบผู้มีความเสี่ยงสูงจำนวนร้อยละ 20 ของผู้มีความเสี่ยงในตำบลที่รพ.สต.สังกัดในระยะเวลา 1 ปี
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1นำข้อมูลกลุ่มเสี่ยงจากระบบ MY PCU และ HDC มาทำ AI clustering เพื่อหาผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี
กิจกรรมที่ 1นำข้อมูลกลุ่มเสี่ยงจากระบบ MY PCU และ HDC มาทำ AI clustering เพื่อหาผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ดังนี้
1.1 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. จัดทำวันนัดในระบบเมต้ารีเวิร์ส 1.2 ส่งข้อความ (SMS) อัติโนมัติจากระบบเมต้ารีเวิร์สให้กลุ่มเสี่ยงมารับคำแนะนำและเจาะเลือด 1.3 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ตรวจสอบ/ยืนยัน เข้ารับคำแนะนำและเจาะเลือด 1.4 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. จัดเตรียมอุปกรณ์การเจาะเลือดและเอกสารประกอบการให้คำแนะนำตามจำนวนผู้ที่ยืนยันเข้ารับคำแนะนำและเจาะเลือด 1.5 ประเมินพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงก่อนเข้าร่วมโครงการงบประมาณที่ใช้ใน กิจกรรมจัดเตรียมข้อมูลและจัดหาอุปกรณ์ - ค่าจ้างทำป้ายโครงการ ขนาด 1.5 x 3.0 x 280 บาท ต่อตารางเมตร เป็นเงิน 1,200 บาท - แผ่นตรวจน้ำตาล Accu-Chek instant Test strip 5 กล่องๆละ 690 บาท เป็นเงิน 3,450 บาท - เข็มเจาะเลือด Accu-Chek Sefe-T-Pro Uno 3 กล่องๆละ 990 บาท เป็นเงิน 2,970 บาท - ค่าคู่มือการปฏิบัติตัวสำหรับกลุ่มเสี่ยง 50 ชุดๆละ 30 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท - ค่าถ่ายเอกสารแบบประเมินพฤติกรรม ขาว-ดำ 1,100 แผ่นๆละ 0.50 บาท เป็นเงิน 550 บาท
ถึง9670.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
2.1 ชั่งน้ำหนักส่วนสูง ค่า BMIเจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลด้วย DTX ณ วันที่ให้บริการ
2.2ลงทะเบียนจัดตารางออกกำลังกายให้ครบ 12 สัปดาห์,ประเมินความรู้ก่อนและหลัง 2.3 ให้ความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและประโยชน์ของการใช้แอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส ในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 2.4 สอนการใช้แอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์สในการออกกำลังกายให้กับกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ดังนี้ 2.4.1 ออกกำลังกายตามที่ AI แนะนำหรือออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ติดต่อกัน 12 สัปดาห์ 2.4.2 ใช้แอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์สในการสะสมเวลาการออกกำลังกายด้วยการกดเริ่มเมื่อมีการออกกำลังกาย และกดปิดเมื่อหยุดออกกำลังกายทุกครั้ง 2.4.3 หากออกกำลังกายไม่ได้ขนาด ระบบจะส่ง SMS ให้เข้ามาปรับแผนการออกกำลังกายให้ผู้ออกกำลัง กายเข้ามาปรับแผนการออกกำลังกายใหม่ในแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์สงบประมาณที่ใช้ในกิจกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยง - ค่าวิทยากร 2 ท่าน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท - ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆละ 70 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ จำนวน 50 คนๆละ 30 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ถึง10100.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมการออกกำลังกายร่วมกัน ด้วยแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส ในชุมชน 3 เดือน ๆ ละ 2 ครั้ง/1 ชั่วโมง
กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมการออกกำลังกายร่วมกัน ด้วยแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส ในชุมชน 3 เดือน ๆ ละ 2 ครั้ง /1 ชั่วโมง เป็นกิจกรรมการออกกำลังกายร่วมกันของกลุ่มเสี่ยงในโครงการ โดยมีวิทยากรผู้นำการออกกำลังกาย นำกระบวนการดำเนินกิจกรรมให้กับกลุ่มเสี่ยงในโครงการ 3 เดือน ๆ ละ 2 ครั้ง /1 ชั่วโมง
งบประมาณที่ใช้ในกิจกรรมออกกำลังกาย ด้วยแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส ในชุมชน 3 เดือน ๆ ละ 2 ครั้ง /1ชั่วโมง - ค่าวิทยากร 1 ท่าน 1 ชั่วโมงๆละ 600 บาท จำนวน 6 ครั้ง เป็นเงิน 3,600 บาท - ค่าน้ำดื่ม ขนาด 460 มล. จำนวน 60 ขวดๆละ 10 บาท จำนวน 6 ครั้ง เป็นเงิน 3,600 บาท
ถึง7200.00 บาท -
กิจกรรมที่ 4 ติตตามผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
กิจกรรมที่ 4 ติตตามผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ดังนี้
4.1 ติดตามให้กลุ่มเสี่ยงมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินพฤติกกรรมและการออกกำลังกาย เมื่อครบ ทั้งหมด 4 ครั้ง ดังนี้ ก่อนเริ่มโครงการ , ออกกำลังกาย ครบ 4 สัปดาห์ , ออกกำลังกาย ครบ 8 สัปดาห์ และออกกำลังกายครบ 12 สัปดาห์
4.2 ติดตามการบันทึกข้อมูลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงแต่ละคนจากระบบเมต้ารีเวิร์ส
4.3 เมื่อมี SMS แจ้งเตือนว่ามีผู้มีแนวโน้มจะออกกำลังกายไม่สำเร็จให้ประสานกับ อสม. เพื่อลงพื้นที่เยี่ยม
กลุ่มเสี่ยง ประเมินปัญหาและหาทางแก้ปัญหาต่อไป
ถึง0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมถอดบทเรียนและสรุปผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมถอดบทเรียนและสรุปผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ดังนี้
5.1 ชั่งน้ำหนัก ส่วนสูง ค่า BMI เจาะเลือดส่งตรวจ ค่า DTX เมื่อออกกำลังกายครบ 12 สัปดาห์
5.2 แจ้งให้กลุ่มเสี่ยงทราบผลการออกกำลังกายของแต่ละบุคคล
5.3 ให้ความรู้เรื่องผลดีของการออกกำลังอย่างต่อเนื่องและเป็นนิสัย
5.4 ถอดบทเรียนเพื่อทำแผนการดำเนินงานปีต่อไป
งบประมาณที่ใช้ในกิจกรรมถอดบทเรียนและสรุปผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆละ 70 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ จำนวน 50 คนๆละ 30 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ถึง6500.00 บาท
ค่าใช้จ่ายทุกรายการในกิจกรรม สามารถถัวเฉลี่ยได้ตามความเหมาะสม
- ร้อยละ 100 ของกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 12 สัปดาห์
- ร้อยละ 100 ของกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการติดตามให้ออกกำลังกายให้ครบ 12 สัปดาห์ โดยระบบแจ้งเตือนผู้ออกกำลังกาย และ อสม. ที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง
- กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานภายใน 5 ปีที่เข้ารับใบสั่งสุขภาพ ออกกำลังกายได้ครบปริมาณและต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15
