กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

tune

โครงการออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคเบาหวานในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง

กองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลตะบิ้ง
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคเบาหวานในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
2569
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้ง
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้ง
คะแนน:
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
stars
3. สถานการณ์
format_list_bulleted_add
สถานการณ์ปัญหา
description
สถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังและเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในประชากรไทยและประชากรโลก
จากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง เช่น ในปี 2566 มีอัตราผู้ป่วยรายใหม่ 580 คนต่อประชากรแสนคน ในปี พ.ศ. 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 634 คนต่อประชากรแสนคน สำหรับประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วยโรคเบาหวาน 6.5 ล้านคนโดยส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และร้อยละ 40 ที่ไม่ทราบว่าตัวเองป่วย (Health Data Center (HDC) กระทรวงสาธารณสุข 2567) โรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistance)โดยภาวะนี้เกิดจากการ ที่เซลล์ในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ไขมัน (adipocyte) ไม่สามารถนำอินซูลินที่ผลิต จากเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อนไปช่วยดึงกลูโคสในกระแสเลือดเข้าเซลล์ เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานได้เมื่อเกิดภาวะดื้ออินซูลินจะทำให้เพิ่มโอกาสเป็นโรคเบาหวาน เพราะการที่กลูโคสสูงค้างอยู่นานในกระแสเลือดทำให้เบต้าเซลล์ ในตับอ่อนต้องทำงานหนักขึ้นในการสร้างอินซูลินปริมาณมากขึ้นเพื่อให้สามารถเก็บน้ำตาลจากกระแสเลือดได้ เมื่อถึงระยะที่เบต้าเซลล์พยายามทำงานหนักขึ้นและพยายามขยายขนาดเซลล์แล้วแต่กลูโคสในเลือดยังไม่สามารถ ถูกเก็บไปได้จนถึงระดับปกติ สะท้อนออกมาเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดที่เริ่มสูงกว่าปกติ เรียกว่าเข้าสู่ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Pre-diabetes) ในที่สุดเบต้าเซลล์ทำงานหนักเกินไป เกิดการล้า จำนวนของเบต้าเซลล์ลดลง ทำให้การผลิตอินซูลินจากเบต้าเซลล์ลดลงเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เข้าสู่ภาวะเบาหวาน (Diabetes) สำหรับปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินคือภาวะอ้วนลงพุง (Obesity) หรือเคยเป็นโควิด


โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้งได้รับข้อมูลจาก สปสช.เขตว่าสภากาชาดไทยได้จัดทำตัวแบบการป้องกันการดื้ออินซูลินด้วยการออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวต่อเนื่องอย่างน้อย 6 นาทีมารวมกันเฉลี่ยให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 สัปดาห์ จะเพียงพอสำหรับการลดภาวะดื้อต่ออินซูลินจากน้ำหนักเกินหรือจากโรคโควิด-19 ก่อนจะเข้าสู่ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Prediabetic) โดยมีค่าระดับการดื้ออินซูลิน (HOMAR-IR) เข้าสู่ระดับปกติ และยังคงมีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ เมื่อออกกำลังกายจนเป็นอุปนิสัยก็จะไม่เป็นโรคเบาหวานแน่นอนและยั่งยืน ตัวแบบดังกล่าวมีรูปแบบ กระบวนการ ที่จะส่งเสริมและกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายออกกำลังกาย พร้อมเครื่องมือแอปพลิเคชัน META REVERSE ที่สามารถช่วย 1) เก็บบันทึกข้อมูลของผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน 2) ช่วยวางแผนการออกกำลังกายและสนับสนุนให้ผู้ใช้งานสามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องครบ 12 สัปดาห์ 3) สรุปผลการออกกำลังกายและประเมินภาวะดื้ออินซูลินหลังออกกำลังกายครบ 12 สัปดาห์4) เป็นเครื่องมือสนับสนุนที่ใช้ในการติดตามผลการดำเนินโครงการของหน่วยงานสาธารณสุข โดยสภากาชาดไทยพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้ และอาจสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าไม่มีภาวะดื้ออินซูลินหลังออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์ ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปในเขตพื้นที่อบต.ตะบิ้งที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้งรับผิดชอบดูแลสุขภาพ มีจำนวน 2,529 คน มีผู้เป็นเบาหวานแล้ว 272 คน ผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน 291 คน คาดการณ์ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนที่ยังไม่เป็นเบาหวานหรือภาวะก่อนเบาหวาน 700 คน หากส่งเสริมสนับสนุนให้คนที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนที่ยังไม่เป็นเบาหวานหรือภาวะก่อนเบาหวานออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์ จะช่วยป้องกันหรือลดโรคเบาหวาน ทำให้คนเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชน ด้วยเหตุผลดังกล่าวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะบิ้ง ขอความร่วมมืออบต.ตะบิ้งในการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ขับเคลื่อนโครงการออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคเบาหวานในผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อรณรงค์ลดอุบัติการณ์เบาหวานในผู้มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนและผู้ที่เคยติดโควิด โดยนำเอาตัวแบบหรือระบบปฏิบัติการป้องกันโรคเบาหวานเชิงรุกด้วยการออกกำลังกายลดภาวะดื้ออินซูลินแบบครบวงจรของสภากาชาดไทยไปใช้ในการทำกิจกรรมลดการเกิดเบาหวานในประชากรกลุ่มที่มีน้ำหนักเกิน และกลุ่มที่เคยติดโรคโควิด เพื่อลดหรือป้องกันเบาหวานในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

คะแนน:
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด

เพื่อตัดตอนผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ไม่ให้ลุกลามกลายเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยมีเป้าหมายในการส่งมอบผู้มีความเสี่ยงสูงจำนวนร้อยละ 20 ของผู้มีความเสี่ยงในตำบลที่รพ.สต.สังกัดในระยะเวลา 1 ปี

คะแนน:
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
format_list_bulleted_add
กลุ่มเป้าหมาย
  1. กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
    50
description
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม

 

คะแนน:
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
1 กุมภาพันธ์ 2569 30 กันยายน 2569
คะแนน:
stars
7. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
sports_handball
กิจกรรมที่จะดำเนินการ
  1. กิจกรรมที่ 1 เตรียมความพร้อมสำหรับกลุ่มเสี่ยง

    กิจกรรมที่ 1 เตรียมความพร้อมสำหรับกลุ่มเสี่ยง
    1.1 ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายทำ AI clustering เพื่อหาผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี และทำใบยินยอมในการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้
    1.1.1 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. จัดทำวันนัดในระบบเมต้ารีเวิร์ส 1.1.2 ส่งข้อความ (SMS) อัติโนมัติจากระบบเมต้ารีเวิร์สให้กลุ่มเสี่ยงมารับคำแนะนำและเจาะเลือด 1.1.3 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ตรวจสอบ/ยืนยัน เข้ารับคำแนะนำและเจาะเลือด 1.1.4 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. จัดเตรียมอุปกรณ์การเจาะเลือดและเอกสารประกอบการให้คำแนะนำตามจำนวนผู้ที่ยืนยันเข้ารับคำแนะนำและเจาะเลือด 1.2 อบรมชี้แจงระบบการใช้งานแอพพลิเคชั่นและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง 1.2.1 สอนการใช้แอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์สในการออกกำลังกายให้กับกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
    1.2.2 ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงก่อนการอบรม ชั่งน้ำหนักส่วนสูง ค่า BMI เจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลด้วย DTX ณ วันที่ให้บริการ 1.2.3 ลงทะเบียนจัดตารางออกกำลังกายให้ครบ 12 สัปดาห์,ประเมินความรู้ก่อนและหลัง 1.2.4 ประเมินพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงก่อนเข้าร่วมโครงการ
    ผลลัพธ์: กลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจสุขภาพและมีทักษะในการใช้แอพพลิเคชั่น - ค่าจ้างทำป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.5 x 3.0 x 280 บาท ต่อตารางเมตร = 1,200 บาท - แผ่นตรวจน้ำตาล SD Giuconavii Pro 4 กล่องๆละ x 590 บาท = 2,360 บาท - เข็มเจาะเลือด Accu-Chek Sefe-T- Pro Uno
    3 กล่องๆละ x 990 บาท = 2,970 บาท - ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน x 4 ชม. x ๖๐๐ บาท = 2,400 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 50 คน x 35 บาท x 1 มื้อ = 1,750 บาท - ค่าคู่มือการปฏิบัติตัวสำหรับกลุ่มเป้าหมาย
    50 ชุดๆละ 30 บาท = 1,500 บาท
    - ค่าถ่ายเอกสาร ขาว-ดำ 180 แผ่น x 0.50 บาท = 90 บาท เป็นเงิน 12,270 บาท

    1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569

     

    12270 บาท
  2. กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 2 วัน

    กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 2 วัน 2.1 จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติด้านโภชนาการภายใต้หัวข้อบรรยายเรื่อง Move to Heal อินซูลินสมดุล โดยวิทยากรที่มีประสบการณ์โดยตรง จำนวน 1 วัน

    จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะลดดื้ออินซูลิน ปรับอินซูลินให้สมดุลและการบริโภคอาหารที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมสุขภาพอย่างครบวงจร โดยเน้นหลักโภชนาการที่ถูกต้อง การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย รวมถึงการปรับพฤติกรรมการกินให้สอดคล้องกับการออกกำลังกาย กลุ่มเป้าหมาย จะได้รับความรู้เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม และการจัดสัดส่วนอาหารในแต่ละมื้อ การเลือกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวาน มัน เค็ม และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้อย่างยั่งยืน ผลลัพธ์: กลุ่มเสี่ยง มีความรู้ และปรับพฤติกรรมการกินควบคู่การออกกำลังกายได้

    • ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน x 6 ชม. x ๖๐๐ บาท = 3,600 บาท

    • ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน x 70 บาท = 3,500 บาท

    • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 50 คน x 35 บาท x 2 มื้อ = 3,50๐ บาท

    เป็นเงิน 10,600 บาท

    2.2 จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการ เกี่ยวกับกายบริหารการออกกําลังกายที่ถูกวิธี โดยวิทยากรที่มีประสบการณ์โดยตรง จำนวน 1 วัน
    จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมาย มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ถูกต้องในการออกกำลังกาย โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ภายในกิจกรรมประกอบด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ประเภทของการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงข้อควรระวังสำหรับกลุ่มเสี่ยง จากนั้นมีการสาธิตท่ากายบริหารพื้นฐาน และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกปฏิบัติจริงภายใต้การดูแลของวิทยากรอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการออกแบบแผนการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง และเกิดพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์: กลุ่มเสี่ยงมีความรู้และทักษะในการออกกำลังกายที่ถูกต้อง

    • ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน x 6 ชม. x ๖๐๐ บาท = 3,600 บาท

    • ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คน x 70 บาท = 3,500 บาท

    • ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 50 คน x 35 บาท x 2 มื้อ = 3,50๐ บาท

    เป็นเงิน 10,600 บาท

    1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569

     

    21200 บาท
  3. กิจกรรมที่ 3 ติตตามผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน

    3.1 ติดตามให้กลุ่มเสี่ยงมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินพฤติกกรรมและการออกกำลังกาย เมื่อครบ ทั้งหมด 4 ครั้ง ดังนี้ ก่อนเริ่มโครงการ , ออกกำลังกาย ครบ 4 สัปดาห์ , ออกกำลังกาย ครบ 8 สัปดาห์ และออกกำลังกายครบ 12 สัปดาห์

    3.2 ติดตามการบันทึกข้อมูลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงแต่ละคนจากระบบเมต้ารีเวิร์ส

    3.3 เมื่อมี SMS แจ้งเตือนว่ามีผู้มีแนวโน้มจะออกกำลังกายไม่สำเร็จให้ประสานกับ อสม. เพื่อลงพื้นที่เยี่ยมกลุ่มเสี่ยง ประเมินปัญหาและหาทางแก้ปัญหาต่อไป

    1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569

     

    0 บาท
  4. กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมถอดบทเรียนและสรุปผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน

    4.1 ชั่งน้ำหนัก ส่วนสูง ค่า BMI เจาะเลือดส่งตรวจ ค่า DTX เมื่อออกกำลังกายครบ 12 สัปดาห์

    4.2 แจ้งให้กลุ่มเสี่ยงทราบผลการออกกำลังกายของแต่ละบุคคล

    4.3 ให้ความรู้เรื่องผลดีของการออกกำลังอย่างต่อเนื่องและเป็นนิสัย

    4.4 ถอดบทเรียนเพื่อทำแผนการดำเนินงานปีต่อไป

    1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569

     

    0.00 บาท
description
วิธีการดำเนินงานเพิ่มเติม

 

คะแนน:
stars
8. งบประมาณโครงการ
description
หมายเหตุ

ค่าใช้จ่ายทุกรายการในกิจกรรม สามารถถัวเฉลี่ยได้ตามความเหมาะสม

คะแนน:
stars
9. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
format_list_bulleted_add
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
  1. ร้อยละ 100 ของกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 12 สัปดาห์
  2. ร้อยละ 100 ของกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการติดตามให้ออกกำลังกายให้ครบ 12 สัปดาห์ โดยระบบแจ้งเตือนผู้ออกกำลังกาย และ อสม. ที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง
  3. กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานภายใน 5 ปีที่เข้ารับใบสั่งสุขภาพ ออกกำลังกายได้ครบปริมาณและต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15
คะแนน:
stars
10. เอกสารประกอบโครงการ
คะแนน:
รพ.สต.ตะบิ้งโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2569 10:43 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28 ก.ย. 2569 14:45 น.
คะแนน: