โครงการป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ ท่อน้ำดีและมะเร็งลำไส้ในชุมชน ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเขื่องใน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
-
นางสาวพรวดี สังกะเพศ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
-
นางสาวศิริลักษณ์ ทองชุม พยาบาลวิชาชีพชาญการ
-
นางสาวจิราพร ทองห่อ นักวชิการสาธารณสุขปฏิบัติการ
-
นายภูวนัตถ์ กอมณี นักสาธารณสุขปฏิบัติการ
-
นางสาวธนิดา ประกอบแสง เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน
โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรไทย โดยเฉพาะ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับและท่อน้ำดี และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งพบอัตราการป่วยและเสียชีวิตสูงต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตชนบทที่ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจ และการเข้าถึงบริการคัดกรองมะเร็งอย่างทั่วถึง มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่ป้องกันได้ โดยการฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอมะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับต้น ๆ ในผู้หญิงไทย โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30–60 ปี และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงจำนวนมากในแต่ละปี แม้มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันและรักษาได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แต่ยังมีผู้หญิงจำนวนมากที่ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ ทำให้การวินิจฉัยโรคล่าช้า และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวมะเร็งปากมดลูกมีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV และการตรวจคัดกรอง เช่น การตรวจ VIA หรือ Pap smear การตรวจคัดกรองด้วยตนเอง HPV Self testเพื่อค้นหาความผิดปกติก่อนเกิดโรค จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าผู้หญิงในพื้นที่ชนบทยังมีอัตราการเข้ารับการตรวจคัดกรองต่ำ เนื่องจากขาดความรู้ ความเข้าใจ และการเข้าถึงบริการสุขภาพ รวมทั้งยังมีความกลัวหรือความอาย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ มะเร็งตับและท่อน้ำดี เป็นปัญหาด้านสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคนี้สูงกว่าภาคอื่นๆ ของประเทศอย่างชัดเจน สาเหตุสำคัญมาจาก การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) ซึ่งพบมากในประชาชนที่นิยมบริโภคอาหารประเภทปลาน้ำจืดดิบหรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม ปลาดิบ ฯลฯ การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับเรื้อรัง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่การเกิดมะเร็งท่อน้ำดี ส่วนมะเร็งตับยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย เช่น การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี/ซี การดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง และภาวะไขมันพอกตับ โดยโรคเหล่านี้มักไม่มีอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์เมื่ออยู่ในระยะท้าย ส่งผลให้การรักษาได้ผลน้อยลง และมีอัตราการเสียชีวิตสูง มะเร็งลำไส้ใหญ่ สามารถป้องกันได้จากพฤติกรรมการกินอาหารที่เหมาะสม และการตรวจคัดกรองอุจจาระเพื่อหาเลือดแฝง มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer) เป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดของประชากรไทย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งในเพศชายและหญิง โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ การรับประทานอาหารไขมันสูง ใยอาหารต่ำ การขาดการออกกำลังกาย ภาวะอ้วน การดื่มแอลกอฮอล์ และพันธุกรรมมะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถป้องกันและตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นผ่านการคัดกรอง เช่น การตรวจหาเลือดในอุจจาระ (FIT Test) ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการคัดกรองผู้ที่มีความเสี่ยงอย่างไรก็ตาม ประชาชนจำนวนมากยังขาดความรู้ และไม่ได้รับการตรวจคัดกรองอย่างทั่วถึง ทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมาพบแพทย์เมื่ออยู่ในระยะลุกลาม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง และมีโอกาสรอดชีวิตต่ำ ดังนั้น ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเขื่องใน จึงได้จัดทำโครงการป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ ท่อน้ำดีและมะเร็งลำไส้ในชุมชน เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มการเข้าถึงการคัดกรอง และส่งเสริมความรู้แก่ประชาชนในชุมชนอย่างเป็นระบบเพื่อให้ความรู้ สร้างความตระหนัก ส่งเสริมการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรอง ตลอดจนสร้างระบบเฝ้าระวังและส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคดังกล่าวนี้อย่างยั่งยืน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมประชาชนกลุ่มเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่
กิจกรรมอบรม
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คน x 70 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 4,200 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คน x 35 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 4,200 บาท
รวมงบประมาณทั้งสิ้น 8,400 บาท ( แปดพันสี่ร้อยบาทถ้วน )
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 25691.ประชาชนมีความรู้ในการดูแลสุขภาพ ปรับพฤติกรรม ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
2.กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองมะเร็งตามเกณฑ์อย่างครอบคลุม
3.ลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากมะเร็งในชุมชน
4.เกิดเครือข่ายการป้องกันมะเร็งในชุมชนแบบยั่งยืน
5.ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการดูแลสุขภาพแบบเชิงรุก
8400.00 บาท
1.ประชาชนมีความรู้ในการดูแลสุขภาพ ปรับพฤติกรรม ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง 2.กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองมะเร็งตามเกณฑ์อย่างครอบคลุม 3.ลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากมะเร็งในชุมชน 4.เกิดเครือข่ายการป้องกันมะเร็งในชุมชนแบบยั่งยืน 5.ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการดูแลสุขภาพแบบเชิงรุก
