โครงการมหัศจรรย์ 2,500 วัน พัฒนาเด็กไทย เติบโตแข็งแรง ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองเขื่องใน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี
-
นางสาวพรวดี สังกะเพศ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ
-
นางสาวศิริลักษณ์ ทองชุม พยาบาลวิชาชีพชาญการ
-
นางสาวจิราพร ทองห่อ นักวชิการสาธารณสุขปฏิบัติการ
-
นายภูวนัตถ์ กอมณี นักสาธารณสุขปฏิบัติการ
-
นางสาวธนิดา ประกอบแสง เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน
กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้ขับเคลื่อนโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรก ของชีวิต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพของสตรีและเด็กปฐมวัยไทย โดยมีชุมชน ท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ ร่วมลงทุนและเป็นเจ้าของการขับเคลื่อนงานผ่านกลไกและมาตรการ ที่มีอยู่ในพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมสำคัญ กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน การพัฒนาคุณภาพ งานบริการสาธารณสุข ทั้งคลินิกฝากครรภ์ (ANC) และคลินิกเด็กสุขภาพดี (WCC) เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็กอายุ 0 – 2 ปี ทุกคน ได้รับบริการครบถ้วนและดูแลอย่างทั่วถึง โดยไม่ทอดทิ้ง กลุ่มด้อยโอกาส และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่ายภายใต้ การบูรณาการความร่วมมือ กลุ่มเด็กปฐมวัย 6 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ในการร่วมขับเคลื่อน การดำเนินงานการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต ในกลุ่มเด็กปฐมวัย โดยร่วมกันผลักดันการดำเนินงานในระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนสร้างกลไกการดำเนินงานให้เอื้อต่อการดูแลกลุ่มเป้าหมาย ในระดับพื้นที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตาม ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และสอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย รวมถึงเป้าหมายการบูรณาการความร่วมมือ กลุ่มเด็กปฐมวัย 6 กระทรวง จึงเกิดความร่วมมือของผ่านภาคีเครือข่ายในการยกระดับการดำเนินงาน มหัศจรรย์ 1,000 วันแรกของชีวิต เป็น มหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus สู่ 2,500 วัน โดยมุ่งเน้นให้การดูแล ส่งเสริมสุขภาพ และสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กปฐมวัย ต่อเนื่องจนถึง เด็กอายุ 5 ปี โดยขับเคลื่อนงานผ่านกลไก “ตำบลมหัศจรรย์ 1,000 วัน Plus สู่ 2,500 วัน” ในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิต ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงเด็กอายุประมาณ 6 ปี ช่วง 2,500 วันแรกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาสมองและร่างกายของเด็ก โดยสมองของเด็กจะพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีความไวต่อสิ่งเร้าจากสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในช่วงนี้ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพในการเรียนรู้ พฤติกรรม และสุขภาพในอนาคตการดูแลโภชนาการที่เหมาะสม การกระตุ้นพัฒนาการในทุกด้าน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและส่งเสริมพัฒนาการ ซึ่งเป็นกลไกที่มุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่เป็นรูปธรรม ในการร่วมดำเนินงานดูแล ส่งเสริมสุขภาพ และการได้รับสวัสดิการ ทางสังคมอย่างเท่าเทียม ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กปฐมวัยทุกคนในตำบล เพื่อให้เด็กปฐมวัยไทยมีการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพพัฒนาการสมวัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมส่งต่อทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ สำหรับประเทศไทยในอนาคตต่อไป
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
-
กลุ่มวัยทำงาน80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้ผู้ปกครองเด็ก 0-6ปีและครูปฐมวัย
1.ประชุมชี้แจงคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพ เทศบาลตำบลเขื่องใน
2.จัดทำโครงการเพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลเขื่องใน
3.จัดอบรมให้ความรู้เรื่องโภชนาการในหญิงตั้งครรภ์และเด็กการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่การกระตุ้นพัฒนาการในเด็ก และการป้องกันโรคทั่วไป
4.ประเมินเกณฑ์การมอบไข่และนมให้หญิงตั้งครรภ์ โดยใช้หลักเกณฑ์ดังนี้
4.1ค่าความเข้มข้นเลือดเพื่อเฝ้าระวังภาวะซีดต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 33%
4.2ค่า BMI ดัชนีมวลกายก่อนตั้งครรภ์ < 18.5 กก./ตรม.หรือน้ำหนักตัวไม่เพิ่มตามเกณฑ์ขณะตั้งครรภ์
4.3มีประวัติโรคทางพันธุกรรม เช่น โลหิตจาง โรคหัวใจ โรคไต เป็นต้น
4.4เป็นผู้ที่มีรายได้น้อย
4.5จัดสรรและแจกจ่ายไข่และนมที่มีคุณภาพให้แก่หญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่โครงการอย่างต่อเนื่อง
5.ให้ความรู้และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับหญิงตั้งครรภ์ในการรับไข่และนม
6.ติดตามสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์โดยบุคลากรสาธารณสุข
7.ร่วมมือกับอสม.และชุมชนในการส่งเสริมการรับประทานอาหารครบถ้วนและมีคุณค่าทางโภชนาการ
8.ให้ความรู้และอบรมแก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับโภชนาการและพัฒนาการเด็ก
9.จัดกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือน
10.ติดตามเยี่ยมบ้านหญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก เพื่อให้คำแนะนำและประเมินพัฒนาการตามช่วงวัย5.12ตรวจคัดกรองภาวะทุพโภชนาการและพัฒนาการล่าช้าในเด็กอย่างสม่ำเสมอร่วมมือกับอสม.,
กิจกรรมอบรม จำนวน 80 คน
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 80 คน x 70 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 5,600 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 80 คน x 35 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 5,600 บาท
รวมงบประมาณทั้งสิ้น 11,200 บาท ( หนึ่งหมื่นหนึ่งพันสองร้อยบาทถ้วน )
รพ.สต., ศูนย์เด็กเล็ก และหน่วยงานในชุมชนในการดูแลเด็กอย่างเป็นระบบ
5.13จัดกิจกรรมสร้างความรู้และความตระหนักในชุมชน เช่น เวทีชุมชน สื่อรณรงค์ ฯลฯ
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 25691.เด็กในพื้นที่เป้าหมายได้รับการดูแลโภชนาการและการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสมครบถ้วนในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิต ร้อยละ 90
2.ลดอัตราทุพโภชนาการในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี
3.เพิ่มความรู้และทักษะของผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กในการเลี้ยงดูและกระตุ้นพัฒนาการเด็กให้ได้ร้อยละ 85
4.ผู้ปกครองสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือนเต็มไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ในพื้นที่เป้าหมาย
11200.00 บาท
1.เด็กในพื้นที่เป้าหมายได้รับการดูแลโภชนาการและการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสมครบถ้วนในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิต ร้อยละ 90
2.ลดอัตราทุพโภชนาการในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี
3.เพิ่มความรู้และทักษะของผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กในการเลี้ยงดูและกระตุ้นพัฒนาการเด็กให้ได้ร้อยละ 85
4.ผู้ปกครองสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างน้อย 6 เดือนเต็มไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ในพื้นที่เป้าหมาย
