โครงการ“ หนูน้อยสุขภาพดี ห่างไกลโรคภัย”ปีงบประมาณ 2569
• เด็กในช่วงแรกเกิดถึง 2 ปี6เดือน ถือเป็น หน้าต่างแห่งโอกาส หรือช่วงเวลาทองที่สำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาสูงสุดถึง 80% ของผู้ใหญ่ หากเด็กได้รับการดูแลที่เหมาะสมทั้งในด้านโภชนาการ วัคซีน และการกระตุ้นพัฒนาการ จะเป็นรากฐานสำคัญต่อคุณภาพชีวิต สติปัญญา และสุขภาพในระยะยาว ในปี 2568 ยังพบปัญหาช่องว่างในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข เช่น ผู้ปกครองลืมนัด หรือขาดความรู้ในการติดตามพัฒนาการลูกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดในชุมชน นอกจากนี้เด็กเล็กจำนวนหนึ่งยังประสบปัญหาโภชนาการไม่เหมาะสม เช่น ภาวะผอม เตี้ย หรืออ้วนเกินไป อีกทั้งยังพบพัฒนาการล่าช้า การคัดกรองโภชนาการและพัฒนาการอย่างต่อเนื่องรวมถึงการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองจะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ต้น การติดตามและให้ความรู้แก่ครอบครัว เพื่อให้เด็กปฐมวัยเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ
ดังนั้นในช่วงก่อนวัยเรียนตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี6เดือนถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เป็นจุดเริ่มต้นของวางรากฐานคุณภาพชีวิต ฉะนั้นในการส่งเสริมสุขภาพ ดูแลเอาใจใส่ เรื่องการได้รับวัคซีนตามเกณฑ์อายุ มีภาวะโภชนาการและพัฒนาการเหมาะสมตามวัย ย่อมนำไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและจะเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของประเทศชาติในอนาคต สำหรับข้อมูลสถานการณ์ความครอบคลุมการได้รับวัคซีนของพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบันนังดามา พื้นที่ ม.1,ม.2 และม.8 ต.กาบัง ตั้งแต่ปีงบประมาณ2566 -2568ในเด็กอายุครบ 1 ปี ร้อยละ58.56,62.40,51.16 ในเด็กอายุครบ 2 ปี ร้อยละ60.87,64.18,63.10 และในเด็กอายุครบ 3 ปี ร้อยละ61.12 , 63.31 , 57.11 ตามลำดับซึ่งถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือร้อยละ 90 สำหรับข้อมูลภาวะโภชนาการ 3 ปีย้อนหลัง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566-2568 ในเด็ก 0 - 3 ปี ที่มีภาวะทุพโภชนาการ ร้อยละ 37.17, 40.24, 50.00 ตามลำดับ
เพื่อเป็นการลดปัญหาโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนและภาวะทุพโภชนาการในเด็ก จึงจัดทำโครงการบูรณาการงานวัคซีน โภชนาการ และพัฒนาการเด็ก เพื่อให้เด็กเติบโตเต็มศักยภาพมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงต่อไปในอนาคต อันจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน70
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรม ติดตามเยี่ยมบ้านเด็กที่ตกหล่นวัคซีน/เด็กที่มีภาวะโภชนาการผิดปกติ
- เขียนโครงการเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ
- การประชุมและวางแผนการดำเนินงาน
- การประชาสัมพันธ์โครงการ
- จัดกิจกรรม อบรมให้ความรู้เรื่องความสำคัญของวัคซีน หลักโภชนาการตามวัย และพัฒนาการสมวัยตามช่วงอายุ แก่ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ 0 - 2ปี6เดือน
- รณรงค์การรับวัคซีน/จัดทำป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีน/บริการฉีดวัคซีน
- ติดตามเยี่ยมบ้านเด็กที่ตกหล่นวัคซีน/เด็กที่มีภาวะโภชนาการผิดปกติ
- ให้คำปรึกษาผู้ปกครองเกี่ยวกับพฤติกรรมและพัฒนาการล่าช้า
- ส่งต่อรายที่พบความผิดปกติไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- สรุปผลและประเมินผลโครงการ
จากงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพ ตำบลกาบัง จำนวน 43,200 บาท(สี่หมื่นสามพันสองร้อยบาทถ้วน)รายละเอียดดังนี้ กิจกรรมที่1 จัดอบรมให้ความรู้ผู้ปกครองเรื่องความสำคัญของวัคซีน หลักโภชนาการตามวัย และพัฒนาการสมวัยตามช่วงอายุ แก่ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กอายุ 0 - 2ปี6เดือน ที่มีปัญหาโภชนาการ/เด็กที่บ่ายเบี่ยงวัคซีนจากหมู่ 1,2,8 ต.กาบังจำนวน70คน เป็นเงิน 14,700 บาท - ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 70 คน X 70 บาท X 1 มื้อเป็นเงิน 4,900บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 70 คน X 35 บาท X 2 มื้อเป็นเงิน4,900บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมง X 600 บาท X 1 วันเป็นเงิน 1,800บาท - ค่าทำป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.5 X 2.0 เมตรตารางเมตรๆละ 250 บาท X 1 ผืน เป็นเงิน 750บาท - ค่าไวนิลขาตั้ง x stand ขนาด 60X160 เซนติเมตร X 1,350 บาท X 1 ป้าย
เป็นเงิน1,320บาท - ค่าวัสดุอุปกรณ์เป็นเงิน1,000บาท
กิจกรรมที่2 กิจกรรมติดตามเด็กที่มีปัญหาโภชนาการ/เด็กที่บ่ายเบี่ยงวัคซีนเป็นเวลา 3เดือนเป็นเงิน 28,500 บาท - ค่านมรสจืดขนาด 180 มล. จำนวน 19 คน X 12 บาท X 90 วัน เป็นเงิน20,520บาท - ค่าไข่ไก่เบอร์1 แผงละ 140 บาท X จำนวน 19 คน X 3 แผง เป็นเงิน 7,980 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 43,200บาท (สี่หมื่นสามพันสองร้อยบาทถ้วน)
28 มกราคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569เด็กที่มีปัญหาโภชนาการ จำนวน 19 คน ได้รับการติดตามและเสริมอาหารส่งเสริมโภชนาการ และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
43200.00 บาท - เขียนโครงการเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ
- ผู้ปกครองมีความตระหนักในการนำเด็กมารับวัคซีนรวมถึงมีความรู้เกี่ยวกับอาการหลังฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น
- ผู้ปกครองมีความรู้เรื่องอาหารตามวัยไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับลูกหลาน โดยเลือกใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น
- ผู้ปกครองมีความรู้และสามารถพัฒนาทักษะการกระตุ้นพัฒนาการเหมาะสมตามช่วงวัยในเด็ก 0-2.5 ปี เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่น้อยกว่าร้อยละ 5
- เด็กอายุ 0-2.5 ปีมีภาวะโภชนาการที่เหมาะสมและพัฒนาการสมวัย ลดภาวะเจ็บป่วยจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน
