-
รพ.สต.มะนังดาลำ ตำบลมะนังดาลำ
โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังและเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในประชากรไทยและประชากรโลก
จากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อย่างต่อเนื่อง เช่น ในปี 2566 มีอัตราผู้ป่วยรายใหม่ 580 คนต่อประชากรแสนคน ในปี พ.ศ. 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 634 คนต่อประชากรแสนคน สำหรับประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วยโรคเบาหวาน 6.5 ล้านคนโดยส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และร้อยละ 40 ที่ไม่ทราบว่าตัวเองป่วย (Health Data Center (HDC) กระทรวงสาธารณสุข 2567)
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะสัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin resistance)โดยภาวะนี้เกิดจากการ
ที่เซลล์ในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ไขมัน (adipocyte) ไม่สามารถนำอินซูลินที่ผลิต
จากเบต้าเซลล์ที่ตับอ่อนไปช่วยดึงกลูโคสในกระแสเลือดเข้าเซลล์ เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานได้เมื่อเกิดภาวะดื้ออินซูลินจะทำให้เพิ่มโอกาสเป็นโรคเบาหวาน เพราะการที่กลูโคสสูงค้างอยู่นานในกระแสเลือดทำให้เบต้าเซลล์
ในตับอ่อนต้องทำงานหนักขึ้นในการสร้างอินซูลินปริมาณมากขึ้นเพื่อให้สามารถเก็บน้ำตาลจากกระแสเลือดได้
เมื่อถึงระยะที่เบต้าเซลล์พยายามทำงานหนักขึ้นและพยายามขยายขนาดเซลล์แล้วแต่กลูโคสในเลือดยังไม่สามารถ
ถูกเก็บไปได้จนถึงระดับปกติ สะท้อนออกมาเป็นภาวะน้ำตาลในเลือดที่เริ่มสูงกว่าปกติ เรียกว่าเข้าสู่ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Pre-diabetes) ในที่สุดเบต้าเซลล์ทำงานหนักเกินไป เกิดการล้า จำนวนของเบต้าเซลล์ลดลง ทำให้การผลิตอินซูลินจากเบต้าเซลล์ลดลงเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เข้าสู่ภาวะเบาหวาน (Diabetes) สำหรับปัจจัยสำคัญ
ที่ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินคือภาวะอ้วนลงพุง (Obesity) หรือเคยเป็นโควิด
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมะนังดาลำ ได้รับข้อมูลจาก สปสช.เขตว่าสภากาชาดไทยได้จัดทำตัวแบบการป้องกันการดื้ออินซูลินด้วยการออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวต่อเนื่องอย่างน้อย 6 นาทีมารวมกันเฉลี่ยให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 12 สัปดาห์ จะเพียงพอสำหรับการลดภาวะดื้อต่ออินซูลินจากน้ำหนักเกินหรือจากโรคโควิด-19 ก่อนจะเข้าสู่ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน (Prediabetic) โดยมีค่าระดับการดื้ออินซูลิน (HOMAR-IR) เข้าสู่ระดับปกติ และยังคงมีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ เมื่อออกกำลังกายจนเป็นอุปนิสัยก็จะไม่เป็นโรคเบาหวานแน่นอนและยั่งยืน ตัวแบบดังกล่าวมีรูปแบบ กระบวนการ ที่จะส่งเสริมและกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายออกกำลังกาย พร้อมเครื่องมือแอปพลิเคชัน META REVERSE ที่สามารถช่วย 1) เก็บบันทึกข้อมูลของผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน 2) ช่วยวางแผนการออกกำลังกายและสนับสนุนให้ผู้ใช้งานสามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องครบ 12 สัปดาห์ 3) สรุปผลการออกกำลังกายและประเมินภาวะดื้ออินซูลินหลังออกกำลังกายครบ 12 สัปดาห์4) เป็นเครื่องมือสนับสนุนที่ใช้ในการติดตามผลการดำเนินโครงการของหน่วยงานสาธารณสุข โดยสภากาชาดไทยพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีดังกล่าวให้ และอาจสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าไม่มีภาวะดื้ออินซูลินหลังออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์
ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปในเขตพื้นที่ตำบลมะนังดาลำ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมะนังดาลำรับผิดชอบดูแลสุขภาพ มีจำนวน 1,630 คน มีผู้เป็นเบาหวานแล้ว 96 คน ผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน 112 คน คาดการณ์ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนที่ยังไม่เป็นเบาหวานหรือภาวะก่อนเบาหวาน 398 คน หากส่งเสริมสนับสนุนให้คนที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนที่ยังไม่เป็นเบาหวานหรือภาวะก่อนเบาหวานออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย 12 สัปดาห์ จะช่วยป้องกันหรือลดโรคเบาหวาน ทำให้คนเหล่านั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชน ด้วยเหตุผลดังกล่าวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพมะนังดาลำ ขอความร่วมมือ อบต.มะนังดาลำ ในการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ขับเคลื่อนโครงการออกกำลังกายป้องกันเบาหวานในผู้มีความเสี่ยงสูง
เพื่อรณรงค์ลดอุบัติการณ์เบาหวานในผู้มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนและผู้ที่เคยติดโควิด โดยนำเอาตัวแบบหรือระบบปฏิบัติการป้องกันโรคเบาหวานเชิงรุกด้วยการออกกำลังกายลดภาวะดื้ออินซูลินแบบครบวงจรของสภากาชาดไทยไปใช้ในการทำกิจกรรมลดการเกิดเบาหวานในประชากรกลุ่มที่มีน้ำหนักเกิน และกลุ่มที่เคยติดโรคโควิด เพื่อลดหรือป้องกันเบาหวานในชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง150
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 นำข้อมูลกลุ่มเสี่ยงจากระบบ MY PCU และ HDC มาทำ AI clustering เพื่อหาผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ดังนี้
1.1 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. จัดทำวันนัดในระบบเมต้ารีเวิร์ส
1.2 ส่งข้อความ (SMS) อัติโนมัติจากระบบเมต้ารีเวิร์สให้กลุ่มเสี่ยงมารับคำแนะนำและเจาะเลือด
1.3 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ตรวจสอบ/ยืนยัน เข้ารับคำแนะนำและเจาะเลือด
1.4 เจ้าหน้าที่ รพ.สต. จัดเตรียมอุปกรณ์การเจาะเลือดและเอกสารประกอบการให้คำแนะนำตามจำนวน
ผู้ที่ยืนยันเข้ารับคำแนะนำและเจาะเลือด
1.5 ประเมินพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงก่อนเข้าร่วมโครงการ
ค่าจ้างทำป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.5 x 3.0 x 280 บาท ต่อตารางเมตร = 1,200 บาท
แผ่นตรวจน้ำตาล Accu-Chek instant Test Strip
14 กล่องๆละ x 690 บาท = 9,660 บาท
- เข็มเจาะเลือด Accu-Chek Sefe-T- Pro Uno
7 กล่องๆละ x 990 บาท = 6,930 บาท
ค่าคู่มือการปฏิบัติตัวสำหรับกลุ่มเสี่ยง 150 ชุดๆละ 20 บาท = 3,000 บาท
ค่าถ่ายเอกสารแบบประเมินพฤติกรรม
ขาว-ดำ 420 แผ่น x 0.50 บาท = 210 บาท
เป็นเงิน 21,00๐ บาท
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569ผลผลิต: 1.นำข้อมูลกลุ่มเสี่ยงจากระบบ MY PCU และ HDC มาทำ AI clustering เพื่อหาผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี
2.กิจกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
ภายใต้หัวข้อบรรยายเรื่อง Move to Heal อินซูลินสมดุล
3.กิจกรรมขยับกาย ลดน้ำตาล ด้วยแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส
4.ติตตามผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
5.กิจกรรมถอดบทเรียนและสรุปผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานผลลัพธ์: 10.1 กลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ 10.2 ร้อยละ 100 ของกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการติดตามให้ออกกำลังกายให้ครบ
12 สัปดาห์ โดยระบบแจ้งเตือนผู้ออกกำลังกาย และ อสม. ที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง 10.3 ร้อยละ 20 ของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานภายใน 5 ปี ออกกำลังกายได้ครบปริมาณและต่อเนื่อง
12 สัปดาห์ 10.4 มีต้นแบบในการขยายผลที่นำไปสู่การควบคุมการเกิดโรคเบาหวานรายใหม่21000.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยงในชุมชน ภายใต้หัวข้อบรรายายเรื่อง Move to Heal อินซูลินสมดุล ดังนี้
2.1 ชั่งน้ำหนักส่วนสูง ค่า BMI เจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลด้วย DTX ณ วันที่ให้บริการ
2.2 ลงทะเบียนจัดตารางออกกำลังกายให้ครบ 12 สัปดาห์,ประเมินความรู้ก่อนและหลัง
2.3 ให้ความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและประโยชน์ของการใช้แอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส
ในการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
2.4 สอนการใช้แอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์สในการออกกำลังกายให้กับกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ดังนี้
2.4.1 ออกกำลังกายตามที่ AI แนะนำหรือออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ติดต่อกัน 12 สัปดาห์
2.4.2 ใช้แอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์สในการสะสมเวลาการออกกำลังกายด้วยการกดเริ่มเมื่อมีการออกกำลังกายและกดปิดเมื่อหยุดออกกำลังกายทุกครั้ง
2.4.3 หากออกกำลังกายไม่ได้ขนาด ระบบจะส่ง SMS ให้เข้ามาปรับแผนการออกกำลังกายให้ผู้ออกกำลังกายเข้ามาปรับแผนการออกกำลังกายใหม่ในแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส
กลุ่มเสี่ยง คือ อายุ 35 ปี ขึ้นไปที่เป็นคนอ้วน หรือเคยเป็นโควิด และมีผลค่าน้ำตาลต่ำกว่า 100 mg/dl ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน
ค่าวิทยากร จำนวน 2 คน x 3 ชม. x ๖๐๐ บาท
= 3,6๐๐ บาท
ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 150 คน x 80 บาท = 12,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 150 คน x 35 บาท x 2 มื้อ = 10,5๐0 บาท
เป็นเงิน 26,100 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569ผลผลิต: 1.นำข้อมูลกลุ่มเสี่ยงจากระบบ MY PCU และ HDC มาทำ AI clustering เพื่อหาผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี
2.กิจกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
ภายใต้หัวข้อบรรยายเรื่อง Move to Heal อินซูลินสมดุล
3.กิจกรรมขยับกาย ลดน้ำตาล ด้วยแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส
4.ติตตามผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
5.กิจกรรมถอดบทเรียนและสรุปผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานผลลัพธ์: 10.1 กลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ 10.2 ร้อยละ 100 ของกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการติดตามให้ออกกำลังกายให้ครบ
12 สัปดาห์ โดยระบบแจ้งเตือนผู้ออกกำลังกาย และ อสม. ที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง 10.3 ร้อยละ 20 ของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานภายใน 5 ปี ออกกำลังกายได้ครบปริมาณและต่อเนื่อง
12 สัปดาห์ 10.4 มีต้นแบบในการขยายผลที่นำไปสู่การควบคุมการเกิดโรคเบาหวานรายใหม่26100.00 บาท -
กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมขยับกาย ลดน้ำตาล ด้วยแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส ในชุมชน 3 เดือน ๆ ละ 2 ครั้ง /1 ชั่วโมง
เป็นกิจกรรมการออกกำลังกายร่วมกันของกลุ่มเสี่ยงในโครงการ โดยมีวิทยากรผู้นำการออกกำลังกาย นำกระบวนการดำเนินกิจกรรมให้กับกลุ่มเสี่ยงในโครงการ 3 เดือน ๆ ละ 2 ครั้ง /1 ชั่วโมง
- ค่าวิทยากรผู้นำการออกกำลังกาย จำนวน 3 คน
x 1 ชม. x 6 ครั้ง x ๖๐๐ บาท = 10,800 บาท
ค่าน้ำดื่ม ขนาด 460 มล. จำนวน 160 ขวด x 10บาท x 6 มื้อ = 9,600 บาท
เป็นเงิน 20,40๐ บาท
1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569ผลผลิต: 1.นำข้อมูลกลุ่มเสี่ยงจากระบบ MY PCU และ HDC มาทำ AI clustering เพื่อหาผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี
2.กิจกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
ภายใต้หัวข้อบรรยายเรื่อง Move to Heal อินซูลินสมดุล
3.กิจกรรมขยับกาย ลดน้ำตาล ด้วยแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส
4.ติตตามผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
5.กิจกรรมถอดบทเรียนและสรุปผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานผลลัพธ์: 10.1 กลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ 10.2 ร้อยละ 100 ของกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการติดตามให้ออกกำลังกายให้ครบ
12 สัปดาห์ โดยระบบแจ้งเตือนผู้ออกกำลังกาย และ อสม. ที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง 10.3 ร้อยละ 20 ของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานภายใน 5 ปี ออกกำลังกายได้ครบปริมาณและต่อเนื่อง
12 สัปดาห์ 10.4 มีต้นแบบในการขยายผลที่นำไปสู่การควบคุมการเกิดโรคเบาหวานรายใหม่20400.00 บาท - ค่าวิทยากรผู้นำการออกกำลังกาย จำนวน 3 คน
-
กิจกรรมที่ 4 ติตตามผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
4.1 ติดตามให้กลุ่มเสี่ยงมาพบเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินพฤติกกรรมและการออกกำลังกาย เมื่อครบ ทั้งหมด 4 ครั้ง ดังนี้ ก่อนเริ่มโครงการ , ออกกำลังกาย ครบ 4 สัปดาห์ , ออกกำลังกาย ครบ 8 สัปดาห์ และออกกำลังกายครบ 12 สัปดาห์
4.2 ติดตามการบันทึกข้อมูลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงแต่ละคนจากระบบเมต้ารีเวิร์ส
4.3 เมื่อมี SMS แจ้งเตือนว่ามีผู้มีแนวโน้มจะออกกำลังกายไม่สำเร็จให้ประสานกับ อสม. เพื่อลงพื้นที่เยี่ยม
กลุ่มเสี่ยง ประเมินปัญหาและหาทางแก้ปัญหาต่อไป
1 กรกฎาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569ผลผลิต: 1.นำข้อมูลกลุ่มเสี่ยงจากระบบ MY PCU และ HDC มาทำ AI clustering เพื่อหาผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี
2.กิจกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
ภายใต้หัวข้อบรรยายเรื่อง Move to Heal อินซูลินสมดุล
3.กิจกรรมขยับกาย ลดน้ำตาล ด้วยแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส
4.ติตตามผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
5.กิจกรรมถอดบทเรียนและสรุปผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานผลลัพธ์: 10.1 กลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ 10.2 ร้อยละ 100 ของกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการติดตามให้ออกกำลังกายให้ครบ
12 สัปดาห์ โดยระบบแจ้งเตือนผู้ออกกำลังกาย และ อสม. ที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง 10.3 ร้อยละ 20 ของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานภายใน 5 ปี ออกกำลังกายได้ครบปริมาณและต่อเนื่อง
12 สัปดาห์ 10.4 มีต้นแบบในการขยายผลที่นำไปสู่การควบคุมการเกิดโรคเบาหวานรายใหม่0.00 บาท -
กิจกรรมที่ 5 กิจกรรมถอดบทเรียนและสรุปผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
5.1 ชั่งน้ำหนัก ส่วนสูง ค่า BMI เจาะเลือดส่งตรวจ ค่า FBS เมื่อออกกำลังกายครบ 12 สัปดาห์
5.2 แจ้งให้กลุ่มเสี่ยงทราบผลการออกกำลังกายของแต่ละบุคคล
5.3 ให้ความรู้เรื่องผลดีของการออกกำลังอย่างต่อเนื่องและเป็นนิสัย
5.4 ถอดบทเรียนเพื่อทำแผนการดำเนินงานปีต่อไป
ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 150 คน x 80 บาท = 12,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 150 คน x 35 บาท x 2 มื้อ = 10,5๐0 บาท
เป็นเงิน 22,500 บาท
1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผลผลิต: 1.นำข้อมูลกลุ่มเสี่ยงจากระบบ MY PCU และ HDC มาทำ AI clustering เพื่อหาผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี
2.กิจกรรมตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและอบรมให้ความรู้เชิงปฏิบัติการกลุ่มเสี่ยงในชุมชน
ภายใต้หัวข้อบรรยายเรื่อง Move to Heal อินซูลินสมดุล
3.กิจกรรมขยับกาย ลดน้ำตาล ด้วยแอปพลิเคชั่นเมต้ารีเวิร์ส
4.ติตตามผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน
5.กิจกรรมถอดบทเรียนและสรุปผลการออกกำลังกายของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานผลลัพธ์: 10.1 กลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย อย่างต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ 10.2 ร้อยละ 100 ของกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการติดตามให้ออกกำลังกายให้ครบ
12 สัปดาห์ โดยระบบแจ้งเตือนผู้ออกกำลังกาย และ อสม. ที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง 10.3 ร้อยละ 20 ของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานภายใน 5 ปี ออกกำลังกายได้ครบปริมาณและต่อเนื่อง
12 สัปดาห์ 10.4 มีต้นแบบในการขยายผลที่นำไปสู่การควบคุมการเกิดโรคเบาหวานรายใหม่22500.00 บาท
หมายเหตุค่าใช้จ่ายทุกรายการในกิจกรรม สามารถถัวเฉลี่ยได้ตามความเหมาะสม***
-กลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย
อย่างต่อเนื่อง 12 สัปดาห์
-ร้อยละ 100 ของกลุ่มเสี่ยงจะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ปี ได้รับการติดตามให้ออกกำลังกายให้ครบ
12 สัปดาห์ โดยระบบแจ้งเตือนผู้ออกกำลังกาย และ อสม. ที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง
-ร้อยละ 20 ของกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานภายใน 5 ปี ออกกำลังกายได้ครบปริมาณและต่อเนื่อง
12 สัปดาห์
- มีต้นแบบในการขยายผลที่นำไปสู่การควบคุมการเกิดโรคเบาหวานรายใหม่
