หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคเรื้อรังโดย ชุมชนมีส่วนร่วม
-
นางสาวภคนันท์ ทองบัว
-
นางสาวเสาวภา สะชนะพันธ์
-
นางซีตีฟาตีเม๊าะ ทองคำ
ปัจจุบันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประชาชนในชุมชน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และภาระต่อระบบสาธารณสุข โดยสาเหตุสำคัญส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม การขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์การแก้ไขปัญหาโรคเรื้อรังอย่างยั่งยืน ไม่สามารถอาศัยการรักษาพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องมุ่งเน้นการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ของประชาชน ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้และความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเอง โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหลัก เพื่อให้ชุมชนสามารถร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินงาน และร่วมประเมินผลได้ด้วยตนเอง การดำเนินโครงการหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคเรื้อรัง โดยชุมชนมีส่วนร่วม จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของแกนนำสุขภาพ อสม. และประชาชนในชุมชน ให้มีความรู้ ทักษะ และแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว รวมถึงการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การบริโภคอาหารที่ถูกต้อง และการลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำพด ได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเรื้อรัง อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี คุณภาพชีวิตที่ดี และความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงการป้องกันโรคเรื้อรังด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม100.00100.00
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคเรื้อรัง สามารถดูแลสุขภาพตนเอง ลดปัจจัยเสี่ยง และควบคุมโรคได้อย่างถูกต้อง100.00100.00
-
เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเครือข่ายชุมชน ให้มีบทบาทในการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน100.00100.00
-
เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการวางแผน ดำเนินงาน และติดตามผลการลดโรคเรื้อรังในระดับหมู่บ้าน100.00100.00
-
เพื่อลดอัตราการเกิดโรคเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรังในประชาชนในชุมชนอย่างยั่งยืน100.00100.00
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ค้นหาผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยงต่อโรค เบาหวาน และความดันโลหิตสูงโดย อสม.และจนท.สาธารณสุข1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569
- ประเมินสุขภาพคัดแยกกลุ่ม ปกติ/เสี่ยง/และกลุ่มป่วย
0.00 บาท -
จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครู ข. ผู้นำปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม มื้อละ 30 บาท x 2 มื้อ x 65 คน เป็นเงิน 3,900 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน มื้อละ 60 บาท x 2 มื้อ x 65 คน เป็นเงิน 7,800 บาท
3.ค่าตอบแทนวิทยากรอบรม 2 คน x 3 ชม. x 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
4.ค่าไวนิล ขนาด 1*2 มตร จำนวนเงิน 500 บาท
1 มกราคม 2569 ถึง 30 มกราคม 2569- อสม.มีความรู้ความเข้าใจ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 100
15800.00 บาท -
จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มมื้อละ 30บาท x 2 มื้อ x 100 คน x 3 ครั้ง เป็นเงิน 18,000 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน มื้อละ 60 บาท x 2 มื้อx 100 คน x 3ครั้ง เป็นเงิน 36,000 บาท
4.ค่าไวนิล ขนาด 1*2 มตร เป็นเงิน 500 บาท
5.คู่สมุดประจำตัวปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เล่มละ 50 บาท x 100 เล่ม เป็นเงิน 5,000 บาท
2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 เมษายน 25691.ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่น้อยกว่า ร้อย 80
2.กลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่ม ปกติ ร้อยละ 40
3.เกิดบุคคลต้นแบบ
59500.00 บาท
ทุกกิจกรรมสามารถถัวเฉลี่ยไได้
1.ประชาชนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการป้องกันโรคเรื้อรังด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมเพิ่มขึ้น 2.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคเรื้อรังมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมมากขึ้น สามารถดูแลสุขภาพตนเองและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังได้ 3.ชุมชนมีแกนนำสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเครือข่ายสุขภาพที่มีความรู้และศักยภาพในการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง 4.เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการวางแผน ดำเนินงาน และติดตามการลดโรคเรื้อรังในระดับหมู่บ้าน 5.อัตราความเสี่ยงและแนวโน้มการเกิดโรคเรื้อรังในชุมชนลดลง ส่งผลให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 6.ชุมชนมีรูปแบบหรือแนวทางการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่สามารถนำไปขยายผลและดำเนินการอย่างยั่งยืน
