ส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการเพิ่มทักษะการเล่นกีฬาของชุมชน
-
นายศิลา โดยพิลา
-
นายซาฟารี บูอาเก็ม
-
นายวาหาบ หนูชูสุข
-
นายสะอาหรี หาดนำ
-
นายรอซีดี หาดนำ
-
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน7.00
เพื่อส่งเสริมการประชาชนในหมู่บ้านได้มีการออกกำลังกายอย่างเพียงพอ ซึ่งดำเนินการในระดับหมู่บ้าน จำนวน 7 ตำบล
-
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน60
การใช้ทักษะด้านการเล่นกีฬา เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนในหมู่บ้านมาร่วมออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังเป็นแบบอย่างของคนในชุมชนสามารถดึงคนในชุมชนที่ติดอยู่กับภาวะเนือยนิ่ง หันมาร่วมออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น
ในปัจจุบัน สถานการณ์ ภาวะเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) ในประเทศไทยถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่ากังวลครับ โดยเฉพาะในยุคที่การทำงานและการใช้ชีวิตผูกติดกับหน้าจอมากขึ้น ข้อมูลล่าสุด (ปี 2568-2569) สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีพฤติกรรมการนั่งหรือนอนในระหว่างวัน (ที่ไม่ใช่การนอนหลับ) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ พบว่า คนไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่งเฉลี่ยสูงถึง 14 ชั่วโมงต่อวัน ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 และแม้จะกลับมาใช้ชีวิตปกติ สถิติยังคงเกาะกลุ่มอยู่ที่ประมาณ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานในเมือง ผลสำรวจระบุว่าคนไทยกว่า 76% มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง (นั่งติดต่อกันนานเกิน 7 ชั่วโมง) แม้จะมีบางส่วนพยายามชดเชยด้วยการออกกำลังกายตอนเย็น แต่การ นั่งนานเกินไป ระหว่างวันยังคงส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญ การออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งต่อการมีสุขภาพที่สมบูรณ์และแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ รวมทั้งมีภูมิต้านทานโรค เนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบันมีหลายปัจจัยที่ส่งผลให้สภาพร่างกายทรุดโทรม หลายคน มองข้ามการออกกำลังกาย หลายคนอ้างไม่มีเวลา บางคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงอิริยาบถในชีวิตประจำวันเป็นการ ออกกำลังกาย จึงเป็นสาเหตุให้สุขภาพอ่อนแอลง และอาจจะประสบกับปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วน และโรคที่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกต้องต่างๆ ซึ่งการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับชีวิตของคนเรา นอกจากเพื่อสุขภาพที่ดีห่างไกลความ เจ็บป่วย มีภูมิต้านทานโรคแล้ว ยังลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาพยาบาลของประชาชน เป็นการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมการออกกำลังกายได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ พร้อมทั้งเป็นการเสริมสร้างความรักความสามัคคีและสัมพันธภาพที่ดีต่อกันของสมาชิกในชุมชน ตำบลควนโพธิ์ อำเภอเมืองจังหวัดสตูลเป็นตำบลหนึ่งที่มีความใกล้เคียงกับสถานการณ์ ของการมีกิจกรรมทางกายไม่แตกต่างกับ พื้นที่อื่น ๆ ชมรมการออกกำลังกายกำปงตักวา จึงเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้จัดให้กมีกิจกรรมทางกายของประชาชนในตำบลควนโพธิ์ จำนวน 7 หมู่บ้าน โดยใช้ประชากรกลุ่มเป้าหมายจำนวน 60 คน ได้มีการออกกำลังกายเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับประชาชนกลุ่มอื่น ๆ โดยใช้กีฬาตะกร้อมเป็นสื่อ ในการอกกกำลังกายเพื่อลดภาวะเนือยนิ่ง ให้ลดลง ในโอกาสต่อไป
-
เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน7.00
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน60
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายจากประชาชนทั่วไปที่สนใจในการฝึกทักษะการออำกำลังกายจากทุกหมู่บ้าน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ดำเนินการคัดเลือกแกนนำในระดับหมู่บ้าน จำนวน 60 คน
1.ประชุมชี้แจงโครงการแก่กลุ่มเป้าหมาย
2.ดำเนินการฝึกทักษะการเล่นกีฬา ในหมู่บ้าน
3. เชื่อมร้อยเครือข่ายของแต่ละหมู่บ้าน
4.ติดตามและประเมินผลโครงการ1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569แกนนำที่เป็นแบบอย่างของการออำกำลังกาย จำนวน 60 คน
20320 บาท-
1.จัดประชุมชี้แจงกลุ่มเป้าหมาย
1.ค่าจัดทำแผ่นป้ายไวนิลโครงการ จำนวน 1 ป้าย จำนวน 500 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน 80 บาท x 60 คน จำนวน 1 วันเป็นเงิน 4,800 บาท
3.ค่าอาหารว่าง จำนวน 35 บาท x 60 คน จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 4,200 บาทได้แกนนำในการออกกำลังกาย โดยใช้ทักษะกีฬาตะกร้อม จำนวน 60 คน
9500 บาท -
การฝึกทักษะการออกกำลังกายด้วยการเล่นเล่นกีฬาตะกร้อ
1..ค่าน้ำสำหรับผู้ออกกำลังกาย จำนวน โหลๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 15 โหล เป็นเงิน 750 บาท
2.ค่าวิทยากร จำนวน 3 ชม. ๆ ละ 150 บาท จำนวน 7 หมู่บ้าน เป็นเงิน 3,150 บาท
3.ค่าวัสดุ ตะกร้อจำนวน 16 ลูกลูกละ 420 บาท เป็นเงิน 6,720 บาทแกนนำมีทักษะในการออกกำลังกายผ่านกีฬาตะกร้อ
10620 บาท -
ติดตามประเมินผล
ค่าจัดทำแบบสอบถามจำนวน 60 ชุด เป็นเงิน 200 บาท
ความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80
200 บาท
-
-
ดำเนินการคัดเลือกและชี้แจงแกนนำในระดับหมู่บ้าน จำนวน 60 คนถึงบาท
ค่าใช้จ่ายสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายกันได้ทุกรายการ
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงมีการออกกำลังกายมากขึ้น
