โครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ปฏิบัติการ รพ.สต.บ้านวังพะเนียด ปีงบประมาณ 2569
-
นางสาวยุพาพร จันทร์พงษ์
-
นายไพรินทร์ แก้วทองมา
-
-
การเพิ่มขึ้นของประชากรที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์หรือที่เรียกว่าอ้วน และอายุที่มากขึ้นนำมาซึ่งการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง คาดว่าความชุกของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 5.3 ล้านคนภายในปี 2583 ซึ่งโรคเบาหวานที่ดูแลรักษาได้ไม่ดีอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น โรคไตและการถูกตัดเท้าหรือขา โรคติดต่อเคยเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและทุพพลภาพทั่วโลก แต่เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กำลังจะกลายเป็นสาเหตุหลักมากกว่าร้อยละ 70 ของการเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศไทย มีสาเหตุจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงเบาหวาน ในปี 2567-2568 ระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นการเสียชีวิตอันดับต้นๆในไทย โดยมีผู้เสียชีวิตประมาณ 400,000 รายต่อปี คิดเป็น 76% ของการเสียชีวิตทั้งหมด และทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า โรค NCDs คร่าชีวิตไปอย่างน้อย 43 ล้านคนในปี 2564 คิดเป็น 75 % ของการเสียชีวิตทั่วโลกที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคระบาด ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี้ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ประชาชนมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี้ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงาน บริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วมและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ และมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม จากการดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวังพะเนียด ในปีงบประมาณ 2568 พบว่า มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 192 ราย ผู้ป่วยเบาหวาน 24 ราย ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 87 ราย และจากการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ผลการคัดกรองโรคความดันโลหิต กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 2143 ราย คัดกรองได้ 2060 ราย คิดเป็นร้อยละ 96.13 พบว่า ผลปกติ จำนวน 1191 ราย คิดเป็นร้อยละ 57.82 เสี่ยง จำนวน 657 ราย คิดเป็นร้อยละ 31.89 สงสัยป่วย จำนวน 205 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.95 ป่วยต้องพบแพทย์ จำนวน 5 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.24 ผลการคัดกรองเบาหวาน กลุ่มเป้าหมาย 2503 ราย คัดกรอง 2361 ราย คิดเป็นร้อยละ 94.33 พบว่า ผลปกติ จำนวน 2155 ราย คิดเป็นร้อยละ 91.27 เสี่ยง จำนวน 159 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.73 สงสัยป่วย จำนวน 40 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.69 มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน 9 ราย ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ จำนวน 7 ราย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวังพะเนียดได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการใส่ใจสุขภาพ ห่างไกลโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เพื่ออัตราป่วย ตาย ด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
การเพิ่มขึ้นของประชากรที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์หรือที่เรียกว่าอ้วน และอายุที่มากขึ้นนำมาซึ่งการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง คาดว่าความชุกของโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 5.3 ล้านคนภายในปี 2583 ซึ่งโรคเบาหวานที่ดูแลรักษาได้ไม่ดีอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น โรคไตและการถูกตัดเท้าหรือขา โรคติดต่อเคยเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและทุพพลภาพทั่วโลก แต่เมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กำลังจะกลายเป็นสาเหตุหลักมากกว่าร้อยละ 70 ของการเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศไทย มีสาเหตุจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงเบาหวาน ในปี 2567-2568 ระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นการเสียชีวิตอันดับต้นๆในไทย โดยมีผู้เสียชีวิตประมาณ 400,000 รายต่อปี คิดเป็น 76% ของการเสียชีวิตทั้งหมด และทั่วโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า โรค NCDs คร่าชีวิตไปอย่างน้อย 43 ล้านคนในปี 2564 คิดเป็น 75 % ของการเสียชีวิตทั่วโลกที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคระบาด
ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี้ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ประชาชนมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี้ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงาน บริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุการนำสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วมและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ และมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม
จากการดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวังพะเนียด ในปีงบประมาณ 2568 พบว่า มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 192 ราย ผู้ป่วยเบาหวาน 24 ราย ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 87 ราย และจากการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในกลุ่มประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ผลการคัดกรองโรคความดันโลหิต กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 2143 ราย คัดกรองได้ 2060 ราย คิดเป็นร้อยละ 96.13 พบว่า ผลปกติ จำนวน 1191 ราย คิดเป็นร้อยละ 57.82 เสี่ยง จำนวน 657 ราย คิดเป็นร้อยละ 31.89 สงสัยป่วย จำนวน 205 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.95 ป่วยต้องพบแพทย์ จำนวน 5 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.24 ผลการคัดกรองเบาหวาน กลุ่มเป้าหมาย 2503 ราย คัดกรอง 2361 ราย คิดเป็นร้อยละ 94.33 พบว่า ผลปกติ จำนวน 2155 ราย คิดเป็นร้อยละ 91.27 เสี่ยง จำนวน 159 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.73 สงสัยป่วย จำนวน 40 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.69 มีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน 9 ราย ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ จำนวน 7 ราย
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวังพะเนียดได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการใส่ใจสุขภาพ ห่างไกลโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เพื่ออัตราป่วย ตาย ด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
1.เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้ และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องในการป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
2.เพื่อลดอัตราการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่
-
-
-
-
1. เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยง อายุ 50-70 ปี มีความรู้เรื่องมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งลำไส้ตรง
-
2. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง อายุ 50-70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ด้วยการตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (Fit- test)
-
3. เพื่อให้ประชาชนที่ได้ตรวจคัดกรองด้วยการตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ ((Fit- test) ผลเป็นบวกได้รับการส่งต่อเพื่อส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่/ไส้ตรง (Colonoscopy)
-
กลุ่มวัยทำงาน130
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมอบรมให้ความรู้สตรีกลุ่มอายุ 50-70 ปี จำนวน 130 คน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มมื้อละ25บาทX2มื้อX130 คน เป็นเงิน ........6,500............บาท
ค่าอาหารกลางวันมื้อละ85บาทX1มื้อX130คน เป็นเงิน ........11,050.........บาท
ค่าวิทยากร ชมละ 600บX4 ชม X 1คน เป็นเงิน ........2,400...........บาท
1 มิถุนายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยง อายุ 50-70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงด้วยการตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (Fit- test)
- เพื่อให้ประชาชนที่ได้ตรวจคัดกรองด้วยการตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ ((Fit- test) ผลเป็นบวกได้รับการส่งต่อเพื่อส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่/ไส้ตรง (Colonoscopy)
19950.00 บาท
ประชากรกลุ่มเสี่ยงอายุ50-70ปีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ 2. ประชากรกลุ่มเสี่ยง50-70ปีที่มีผลผิดปกติได้รับการส่งต่อทุกคน 3.ประชากรกลุ่มเสี่ยง50-70ปี มีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งลำไส้
