โครงการ หมู่บ้านส่งเสริม ป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน เขต รพ.สต.บ้านป่าบาก ประจำปีงบประมาณ 2569
-
นายสมบัติ ช่อคง 2.นางนี เลี่ยนกัตวา 3.นางดารา ทองอินทร์ 4.นายวิเชียร จงรัตน์ 5.นางทัศนีย์ ดำชุม
โรคขาดสารไอโอดีนมีผลต่อความพิการทางสติปัญญา ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กไทยที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต โรคขาดสารไอโอดีนมีผลกระทบต่อประชากรทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงอายุ 3 ปี หากขาดสารไอโอดีนจะทำให้สมองเจริญเติมโตไม่เต็มที่ลดความเฉลียวฉลาด หรือระดับสติปัญญาของเด็กได้ถึง 10 – 15 จุด ทำให้เด็กมีปัญหาการเรียน และกระทบติอการเจริญเติบโต และยังส่งผลถึงความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก คุณภาพชีวิตของคนหนุ่มสาว
อันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม
ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะทำให้ประชาชนได้รับสารไอโอดีนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในทุกเพศ ทุกวัย รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร มีการรณรงค์ส่งเสริมให้ใช้เกลือเสริมไอโอดีน ทั้งในครัวเรือน ร้านอาหาร ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นต้น มีการสุ่มตรวจคุณภาพเกลือที่แหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย ครัวเรือน และโรงเรียน ต้องให้ได้มาตรฐาน หญิงตั้งครรภ์ทุกคนที่มาฝากครรภ์ในสถานบริการสาธารณสุขต้องได้รับยาเม็ดเสริมไอโอดีน และมีเป้าหมายให้ทุกชุมชน หมู่บ้านดำเนินการชุมชน/หมู่บ้านไอโอดีน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองได้
ปัจจุบันสถานการณ์ของภาวะขาดสารไอโอดีน แต่ยังต้องดำเนินการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิด
การบูรณาการจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนโดยมีตัวชี้วัด คือ คุณภาพเกลือจากแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย และความครอบคลุมของการใช้เกลือเสริมไอโอดีน ที่มีคุณภาพในระดับครัวเรือน รวมทั้งปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ โดยใช้มาตรการหลัก คือ มาตรการเกลือเสริมไอโอดีน นอกจากนี้ยังมีน้ำปลา น้ำเกลือปรุงอาหาร ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนจากถั่วเหลืองต้องมีไอโอดีนและมีมาตรการเสริม ได้แก่ ยาเม็ดเสริมไอโอดีน เหล็กและกรดโฟลิก แก่หญิงตั้งครรภ์ทุกรายตลอดการตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด 6 เดือนที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการเสริมไอโอดีนในน้ำดื่ม ในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ดังนั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไป จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม ทั่วถึง และให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
-
1. เพื่อให้เกิดการผลักดันและการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง20.0050.00
เกิดการผลักดันและการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่มีความเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 100
-
2. เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์การขาดสารไอโอดีนในกลุ่มเสี่ยง20.0050.00
สถานการณ์การขาดสารไอโอดีนในกลุ่มเสี่ยงลดลงร้อยละ 80
-
3. เพื่อรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน20.0050.00
ร้อยละ 100 ประชาชนทุกกลุ่มวัยใช้เกลือบริโภคเสริมไอโอดีนและผลิตภัณฑ์เสริมไอโอดีน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.จัดอมรมให้ความรู้ เรื่องการควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มในการจัดกิจกรรมอบรม จำนวน 50 คนๆ ละ 30 บาท จำนวน ๑ มื้อ เป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าวิทยากรให้ความรู้จำนวน 3 ชม.*600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการอบรมจำนวน 50 ชุดๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าป้ายโครงการ 1 ป้าย ขนาด 1.5x3 เมตร เป็นเงิน 675 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 เมษายน 2569จำนวนผู้เข้าอบรม 50 คน เข้าร่วมอบรม เรื่องควบคุมป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน / ผู้เข้าอบรม 80% นำความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงได้
5475 บาท -
2. จัดอบรมให้ความรู้ การตรวจคุณภาพเกลือไอโอดีนในเกลือบริโภคในครัวเรือน โดยใช้ I-Kit
- ค่าชุดตรวจไอโอดีน/เกลือ 230 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 เมษายน 2569จำนวนผู้เข้าอบรม 50 คน เข้าร่วมอบรมเรื่องการตรวจคุณภาพเกลือไอโอดีนในเกลือบริโภคในครัวเรือน โดยใช้ I-Kit/ ผู้เข้าอบรม 80% ใช้เกลือเสริมไอโอดีนในเกลือบริโภคในครัวเรือน
230.00 บาท -
3. สาธิต/ฝึกปฏิบัติ สุ่มตรวจคุณภาพเกลือไอโอดีนในเกลือบริโภค ในครัวเรือนโดยใช้ I-Kit1 เมษายน 2569 ถึง 30 เมษายน 25690.00 บาท
-
4. กิจกรรมรณรงค์ ส่งเสริม ป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในชุมชน โดยกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุข รพ.สต.บ้านป่าบาก
- ค่าป้ายรณรงค์ จำนวน 3 ป้าย ขนาด 1x3 เมตร เป็นเงิน 1,350 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 เมษายน 25691350.00 บาท
- สถานการณ์โรคขาดสารไอโอดีนดีขึ้นจนไม่เป็นปัญหาสาธารณสุข
- ประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เด็กก่อนวัยเรียน และเด็กวัยเรียนไม่ขาดสารไอโอดีน มีพัฒนาการทั้งสมองและร่างกายอย่างเต็มศักยภาพ
