แบบฟอร์มพัฒนาโครงการ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลนาขยาด
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุของผู้ใหญ่วัยกลางคนชื่อโครงการควรสั้น กระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสาระของสิ่งที่จะทำอย่างชัดเจน ควรจะระบุชื่อชุมชนในชื่อโครงการเพื่อความสะดวกในการค้นหา
2569
กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลนาขยาด
ศูนย์พัฒนาศักยภาพเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุตำบลนาขยาด (นายสมศักดิ์ วรศรี)
1นายสมศักดิ์วรศรี
2นายเสถียร หนูคง
3นางจิราภรณ์ ศรีสุวรรณวิเชียร
4นายสุพงษ์ศรีสุวรรณวิเชียร
5นางยินดี รามทอง
ศูนย์พัฒนาศักยภาพเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุตำบลนาขยาด
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
3. สถานการณ์
หลักการและเหตุผล
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เรื่องการพัฒนาศักยภาพคนและสร้างสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมแก่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย ทำให้เห็นความสำคัญของประชากรวัยผู้สูงอายุในฐานะที่เป็นผู้ให้ทางสังคม
ตำบลนาขยาดมีผู้สูงอายุ จำนวน2,198 คน คิดเป็นร้อยละ 27.47 ของประชากรตำบล นาขยาด ซึ่งผู้สูงอายุในตำบลนาขยาดมีแนวโน้มเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งภาวะเสี่ยงและปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจ็บป่วยเรื้อรัง จากการสำรวจข้อมูล พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยา อย่างน้อย 1 โรคและเมื่อสูงวัยมากๆ ทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนได้ นอกจากโรคต่างๆแล้วผู้สูงอายุ บางคนยังถูกลูกหลานทิ้ง ให้อยู่คนเดียว ไม่มีใครสนใจ ดูแล ขาดรายได้ทำให้ผู้สูงอายุมีภาวะซึมเศร้าและยังพบว่าผู้สูงอายุยังมีปัญหาในการดำรงชีวิต เช่นด้านสุขภาพร่างกาย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ บางคนมีน้ำหนักเกิน และมีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน ความดัน เป็นต้นด้านจิตใจและอารมณ์ พบว่า ส่วนใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับการขาดการฝึกปฏิบัติการทำสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ มีความวิตก กังวลต่อเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง ทำให้คิดมากและความเครียดได้ ด้านสังคม พบว่า ประชาชนไม่ชอบเข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรมหรือกลุ่ม และยังไม่ทราบถึงสิทธิประโยชน์และกฎหมายเกี่ยวกับ ผู้สูงอายุ ด้านเศรษฐกิจ พบว่า คนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร เมื่อไม่ทำงาน ก็ขาดรายได้ต้องพึ่งพาลูกหลาน หรือใช้จ่ายอย่างประหยัด
จากสภาพปัญหาดังกล่าว ศูนย์พัฒนาศักยภาพเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลนาขยาดและมหาวิทยาลัยทักษิณวิทยาเขตพัทลุงได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาจึงได้จัดทำโครงการการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุของผู้ใหญ่วัยกลางคนเป็นการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพของผู้ใหญ่วัยกลางคนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพของตนเองในขณะเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ การวางแผนการใช้ชีวิตให้พร้อมในด้านต่าง ๆ คือ 1) ด้านร่างกาย 2) ด้านจิตใจ 3) ด้านครอบครัว และสังคม 4) ด้านที่อยู่อาศัย 5) ด้านทรัพย์สินและเงินทอง โดยจะเป็นประโยชน์แก่บุคคลที่ปรารถนา การใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข อีกทั้งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้สูงอายุในการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคให้กับตนเองรวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุในชุมชนตำบลนาขยาด ได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อกัน
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
- บอกจุดมุ่งหมายในการดำเนินงานโครงการ และสิ่งที่ต้องการให้เกิดผลจากการดำเนินงานโครงการ วัตถุประสงค์นี้จะต้อง เฉพาะเจาะจง วัดได้จริง แสดงโอกาสที่จะเกิดผลสำเร็จ สอดคล้องกับหลักการและเหตุผล ในระยะเวลาที่กำหนด
- ตัวชี้วัด ให้ระบุความชัดเจนว่า เมื่อดำเนินการตามโครงการเสร็จแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือบรรลุผลสำเร็จอะไรบ้างและมากน้อยเพียงใด และควรแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมวัดผลได้ และระบุตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการทั้งในระดับผลผลิตและผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
5. กลุ่มเป้าหมาย
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
วันเริ่มต้น : 04/05/2026
กำหนดเสร็จ : 30/09/2026
7. วิธีการดำเนินงาน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
หมายเหตุ :
8. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?1 ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการพัฒนาช่วงวัยสูงอายุ การฟื้นฟูสภาพร่างกาย จิตใจ สังคม เศรษฐกิจ ในสภาพแวดล้อมที่ดีและมีความสุข
เข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ รวมทั้งการเฝ้าระวังตนเองและหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เกิดความพิการในวัยผู้สูงอายุการสร้างความสัมพันธ์และกิจกรรมร่วมกัน ก่อให้เกิดความสุข คลายความเหงา รู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า และสามารถทำประโยชน์ให้สังคมได้
2 ผู้เข้ารับการฝึกอบรมออกกำลังกายอย่างเพียงพอ(150 นาที/สัปดาห์)
3 ผู้เข้ารับการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้มีความพร้อมที่จะเข้าสู่วัยผู้สูงอายุที่แข็งแรงจึงมีแนวโน้มเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง