การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุของผู้ใหญ่วัยกลางคน
-
นายสมศักดิ์ วรศรี
-
นายเสถียร หนูคง
-
นางจิราภรณ์ ศรีสุวรรณวิเชียร
-
นายสุพงษ์ ศรีสุวรรณวิเชียร
-
นางยินดี รามทอง
-
ร้อยละของผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง5.00
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์)60.85
-
ผู้ใหญ่วัยกลางคนมีความเสี่ยงที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมที่จะเข้าสู่วัยสูงอายุ56.78
หลักการและเหตุผล
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เรื่องการพัฒนาศักยภาพคนและสร้างสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ ได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมแก่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย ทำให้เห็นความสำคัญของประชากรวัยผู้สูงอายุในฐานะที่เป็นผู้ให้ทางสังคม
ตำบลนาขยาดมีผู้สูงอายุ จำนวน2,198 คน คิดเป็นร้อยละ 27.47 ของประชากรตำบล นาขยาด ซึ่งผู้สูงอายุในตำบลนาขยาดมีแนวโน้มเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งภาวะเสี่ยงและปัญหาด้านสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจ็บป่วยเรื้อรัง จากการสำรวจข้อมูล พบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ มีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยา อย่างน้อย 1 โรคและเมื่อสูงวัยมากๆ ทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนได้ นอกจากโรคต่างๆแล้วผู้สูงอายุ บางคนยังถูกลูกหลานทิ้ง ให้อยู่คนเดียว ไม่มีใครสนใจ ดูแล ขาดรายได้ทำให้ผู้สูงอายุมีภาวะซึมเศร้าและยังพบว่าผู้สูงอายุยังมีปัญหาในการดำรงชีวิต เช่นด้านสุขภาพร่างกาย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ บางคนมีน้ำหนักเกิน และมีโรคประจำตัวเช่น เบาหวาน ความดัน เป็นต้นด้านจิตใจและอารมณ์ พบว่า ส่วนใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับการขาดการฝึกปฏิบัติการทำสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ มีความวิตก กังวลต่อเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึง ทำให้คิดมากและความเครียดได้ ด้านสังคม พบว่า ประชาชนไม่ชอบเข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรมหรือกลุ่ม และยังไม่ทราบถึงสิทธิประโยชน์และกฎหมายเกี่ยวกับ ผู้สูงอายุ ด้านเศรษฐกิจ พบว่า คนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร เมื่อไม่ทำงาน ก็ขาดรายได้ต้องพึ่งพาลูกหลาน หรือใช้จ่ายอย่างประหยัด
จากสภาพปัญหาดังกล่าว ศูนย์พัฒนาศักยภาพเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลนาขยาดและมหาวิทยาลัยทักษิณวิทยาเขตพัทลุงได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาจึงได้จัดทำโครงการการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุของผู้ใหญ่วัยกลางคนเป็นการจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพของผู้ใหญ่วัยกลางคนซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลสุขภาพของตนเองในขณะเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ การวางแผนการใช้ชีวิตให้พร้อมในด้านต่าง ๆ คือ 1) ด้านร่างกาย 2) ด้านจิตใจ 3) ด้านครอบครัว และสังคม 4) ด้านที่อยู่อาศัย 5) ด้านทรัพย์สินและเงินทอง โดยจะเป็นประโยชน์แก่บุคคลที่ปรารถนา การใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างมีคุณภาพและมีความสุข อีกทั้งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้สูงอายุในการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคให้กับตนเองรวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุในชุมชนตำบลนาขยาด ได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อกัน
-
เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง5.004.00
ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ลดลง
-
เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ60.8565.00
ผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์) เพิ่มขึ้้น
-
เพื่อเพิ่มจำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ56.7862.00
จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุเพิ่มขึ้น
-
กลุ่มวัยทำงาน120
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ
จัดประชุมแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ ประกอบด้วย คณะกรรมการศูนย์พัฒนาศักยภาพเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุจำนวน5 คน สถานที่ประชุมศูนย์พัฒนาศักยภาพเครือข่ายชมรมผู้สูงอายุเป้าหมาย เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ ค่าใช้จ่ายดังนี้
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 25 บาท/คน/มื้อ จำนวน 5 คน เป็นเงิน 125 บาท4 พฤษภาคม 2569 ถึง 29 พฤษภาคม 2569มีคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการที่มีความรู้ความเข้าใจในการขับเคลื่อนโครงการ
125.00 บาท -
อบรมเรื่อง การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุของผู้ใหญ่วัยกลางคน
จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่วัยกลางคน จำนวน 120 คน เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ การอบรมแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 อบรมให้ความรู้เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าวัยผู้สูงอายุ (แบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 60 คน จัดอบรมกลุ่มละ 1 วัน รวมระยะที่ 1 ใช้เวลา 2 วัน)
ระยะที่ 2 (เว้นระยะห่างประมาณ 1 เดือน) ติดตามผลการนำความรู้ไปใช้ และอบรมเพิ่มเติม เพื่อสร้างความตระหนักในการนำความรู้ไปปรับใช้ มีกำหนดการดังนี้
เวลา กิจกรรม
09.00 – 09.15 น. Ice breaking (สร้างสัมพันธภาพ)
09.15 – 09.30 น. ความสำคัญของการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ
09.30 – 10.30 น. การดูแลสุขภาพด้านจิตใจ
10.30 – 10.45 น. อาหารว่าง
10.45 – 12.00 น. การดูแลสุขภาพร่างกาย
12.00 – 13.00 น. อาหารเที่ยง
13.00- 13.30 น. การใช้เวลาว่าง
13.30 -14.15 น. การบริหารจัดการด้านการเงิน
14.15 – 14.30 น. อาหารว่าง
14.30 – 15.00 น การวางแผนด้านที่อยู่อาศัย
15.00 - 16.00 น. การสร้างสัมพันธภาพในครอบครัวและสังคม
มีค่าใช้จ่ายดังนี้
1. ค่าอาหารกลางวัน 4 มื้อ มื้อละ 70 บาท จำนวน 65 คน เป็นเงิน 18,200 บาท
2. ค่าอาหารว่าง 8 มื้อ มื้อละ 25 บาท จำนวน 65 คน เป็นเงิน 13,000 บาท
3. ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 24 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท เป็นเงิน 14,400 บาท
4. ค่าจัดทำป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 500 บาท
5. ค่าชุดเอกสารการฝึกอบรม จำนวน 120 ชุดๆละ 60 บาท เป็นเงิน 7,200 บาท1 มิถุนายน 2569 ถึง 16 กันยายน 2569ผู้ใหญ่วัยกลางคนที่ผ่านการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุและการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ การออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมทั้งการเฝ้าระวังตนเองและหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เกิดความพิการในวัยผู้สูงอายุ และเพิ่มพัฒนาการและศักยภาพผู้สูงอายุให้สามารถช่วยเหลือตนเอง ยืดระยะเวลาการเกิดภาวะพึ่งพิงให้นานขึ้น มีความพร้อมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต สังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมและการทำกิจกรรมภายในครอบครัวและชุมชนด้วยความภาคภูมิใจ
53300.00 บาท -
สรุปผลและถอดบทเรียน
จัดประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ ถอดบทเรียน สรุปและจัดทำรายงานโครงการมีค่ายใช้จ่าย ดังนี้
1. อาหารว่าง 1มื้อ มื้อละ 25 บาท จำนวน 5 คน เป็นเงิน 125 บาท
2. ค่าจัดทำรายงานโครงการ จำนวน 3 เล่ม เล่มละ 80 บาท เป็นเงิน 240 บาท24 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569- รายงานผลการดำเนินโครงการ
- ปัจจัยสู่ความสำเร็จ
- บทเรียนที่ได้รับ
- ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินโครงการ
365.00 บาท - รายงานผลการดำเนินโครงการ
- ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการพัฒนาช่วงวัยสูงอายุ การฟื้นฟูสภาพร่างกาย จิตใจ สังคม เศรษฐกิจ ในสภาพแวดล้อมที่ดีและมีความสุข
เข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ จิตใจ รวมทั้งการเฝ้าระวังตนเองและหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เกิดความพิการในวัยผู้สูงอายุการสร้างความสัมพันธ์และกิจกรรมร่วมกัน ก่อให้เกิดความสุข คลายความเหงา รู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า และสามารถทำประโยชน์ให้สังคมได้ - ผู้เข้ารับการฝึกอบรมออกกำลังกายอย่างเพียงพอ(150 นาที/สัปดาห์)
- ผู้เข้ารับการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้มีความพร้อมที่จะเข้าสู่วัยผู้สูงอายุที่แข็งแรงจึงมีแนวโน้มเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
