-
นางธนพร งอกผล
-
นางจริญญา ขำวงษ์
-
นายดุสิต เจริญ
-
นางสาวนภารัตน์ คล้ายผึ้ง
-
นายภัทรดนัย เพ็ญเกตุ
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)29.96
-
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย50.00
อาหารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้ แต่หากอาหารนั้นมีสารที่เป็นอันตรายปนเปื้อนหรือแม้แต่มีสารที่อนุญาตให้ใช้ในอาหารได้แต่มีปริมาณที่มากกว่าที่กำหนดก็ย่อมให้เกิดพิษภัยกับผู้บริโภคส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดีไม่เจ็บป่วย เป็นสิ่งที่รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้การสนับสนุน ควบคุม ดูแล เฝ้าระวัง และป้องกัน ให้กับประชาชนเน้นให้ประชาชนได้บริโภคอาหาร ปลอดภัย มีคุณค่าอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ ปัจจุบันปัญหาสำคัญที่พบในอาหารสด มักจะมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ อาจเกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาวหรืออาจถึงกับชีวิตได้ส่วนใหญ่ร้านค้าจะเห็นประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผู้บริโภคมีการใช้สารปนเปื้อนกับอาหารในการหวังผลกำไรโดยไม่คำนึงถึงโทษที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและความรู้ไม่เท่าทันของผู้บริโภค ทำให้ได้รับสารปนเปื้อนเข้าไปสะสมในร่างกาย จากการดำเนินงานเจาะเลือดตรวจหาสารพิษตกค้างในกระแสเลือด ในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ยังคงพบผลเลือดที่ไม่ปลอดภัยอยู่เกินกว่าเกณฑ์ปกติ และในปัจจุบันปัญหาการใช้ยาไม่สมเหตุสมผลของคนในชุมชนเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและมีปัจจัยที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหลายส่วนทั้งจากตัวผู้ใช้ยาเอง ผู้สั่งใช้ยา ตลอดจนการควบคุมตามกฎหมาย ดังนั้นการดำเนินการจึงต้องใช้มาตรการที่หลากหลายทั้งความร่วมมือของหลายภาคส่วน หลายระดับ โดยชมรมแกนนำคุ้มครองผู้บริโภคตำบลท่าบัว ได้ดำเนินมีการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ซึ่งมีหมู่บ้านรับผิดชอบทั้งหมด 13 หมู่บ้าน มีร้านขายของชำ ทั้งหมด 43 ร้าน และจากการสำรวจร้านค้า พบว่ายังมีร้านค้าร้านชำ นำยาที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐานผิดกฎหมายมาจำหน่ายให้แก่คนในชุมชนและจากการสอบถามผู้ประกอบและประชาชนในชุมชนเกี่ยวกับพิษภัยของการใช้ยา พบว่าว่าไม่มีความรู้และไม่ทราบถึงผลข้างเคียงที่ตามมา ซึ่งจากการดำเนินงานเกี่ยวกับงานคุ้มครองผู้บริโภคตลอดมา ได้ให้คำแนะนำและตรวจสอบอยู่เป็นประจำ แต่ประชาชนในชุมชนยังมีความต้องการในการยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อันตราย จึงยังมีการจำหน่ายอยู่ในชุมชน จากสภาพปัญหาดังกล่าว ชมรมแกนนำคุ้มครองผู้บริโภคตำบลท่าบัว จึงได้จัดทำโครงการชาวตำบลท่าบัวใส่ใจการบริโภค ปีงบประมาณ 2569 เพื่อให้เข้าใจถึงขั้นตอนการเจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างในกลุ่มเกษตรกร, ผู้บริโภค ตลอดจนการแปลผลการตรวจและสามารถแนะนำการปฏิบัติตนเพื่อล้างสารเคมีออกจากร่างกายได้อย่างถูกต้องทั้งนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนในการเลือกซื้ออาหารและควบคุมดูแลความปลอดภัยในอาหาร และยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีสุขภาพดีและให้การขับเคลื่อนกิจกรรมการส่งเสริมการใช้ยาในชุมชนมีความชัดเจนและเฝ้าระวังป้องกันจากการใช้ยาที่ห้ามจำหน่ายในร้านชำ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานและเน้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ซึ่งครอบคลุมประเด็นการใช้ยาปฎิชีวนะ ยาชุดและการใช้ยาสเตียรอยด์โดยไม่จำเป็นเพื่อให้คนในชุมชนมีการพัฒนาการจัดการเรื่องยาให้สมเหตุสมผลและปลอดภัยในระยะยาวต่อไป
-
เพื่อลดคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัด เป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)29.9620.00
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)
-
เพื่อลดประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย50.0045.00
ร้อยละของประชาชนในพื้นที่ที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในเลือดเกินมาตรฐานความปลอดภัย
-
กลุ่มวัยทำงาน100
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้สมุนไพรล้างสารพิษ และเจาะเลือดตรวจหาสารพิษตกค้างในกระแสเลือด ในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อๆละ 50 บาท จำนวน 50 คน เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อๆละ 30 บาท จำนวน 50 คน เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร 1 ท่าน 6 ชม.ๆ ละ 600 บาท 1 วัน เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าวัสดุการตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด ดังนี้
ชุดทดสอบโคลีนเอสเตอเรสในเลือด จำนวน 2 ชุด (ชุดละ 100 แผ่น) ๆ ละ 675 บาท เป็นเงิน 1,350 บาท
รวมเป็นเงิน 10,450 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569แกนนำสุขภาพตำบลท่าบัวมีความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพและเลือกบริโภค อาหารและยาได้อย่างปลอดภัย
ประชาชนที่เข้าร่วมตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดมีความรู้เรื่องการใช้สมุนไพรล้างพิษและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง
10450.00 บาท -
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการแกนนำสุขภาพตำบลท่าบัวเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคความปลอดภัยจากการบริโภคอาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ และการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในชุมชน
ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อๆละ 50 บาท จำนวน 52 คน เป็นเงิน 2,600 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อๆละ 30 บาท จำนวน 52 คน เป็นเงิน 3,120 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร 1 ท่าน 6 ชม.ๆ ละ 600 บาท 1 ครั้ง เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าวัสดุโครงการ ดังนี้
ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์รายการยาที่สามารถจำหน่ายได้ในร้านชำ และรายการยาที่ห้ามจำหน่ายในร้านชำ ขนาดสูง 49 * กว้าง 46 เซนติเมตร จำนวน 43 ป้ายๆละ 100 บาท เป็นเงิน 4,300 บาท
รวมเป็นเงิน 13,620 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2569แกนนำสุขภาพตำบลท่าบัวมีความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพและเลือกบริโภคอาหารและยาได้อย่างปลอดภัย
ประชาชนที่เข้าร่วมตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดมีความรู้เรื่องการใช้สมุนไพรล้างพิษและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง
13620.00 บาท
- แกนนำสุขภาพตำบลท่าบัวมีความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพและเลือกบริโภคอาหารและยาได้อย่างปลอดภัย
- ประชาชนที่เข้าร่วมตรวจสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดมีความรู้เรื่องการใช้สมุนไพรล้างพิษและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง
