โครงการป้องกันและแก้ไขการเกิดอุบัติเหตุในโรงเรียน
-
นางนิชาภา แหล๊ะหิ้น
-
นายสมภาพบุญแต่ง
-
นางสาววิยะดารักหมัด
-
นางอังคณาแดงสะกิจ
-
นางสาวธมนวรรณอูมา
-
นักเรียนบางส่วนขาดความตระหนักด้านความปลอดภัย มีพฤติกรรมเล่นรุนแรงหรือใช้อุปกรณ์ไม่ถูกวิธี0.00
ในปัจจุบันความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นตัวชี้วัดสำคัญของคุณภาพสถานศึกษา เนื่องจากโรงเรียนเป็นพื้นที่ที่นักเรียนใช้เวลาในการเรียนรู้และทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั้งภายในอาคารเรียน สนามกีฬา โรงอาหาร ห้องปฏิบัติการ และบริเวณแหล่งน้ำใกล้สถานศึกษา หากขาดระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่เป็นระบบ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพ และพัฒนาการของผู้เรียน รวมถึงส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กร อุบัติเหตุในสถานศึกษาโดยทั่วไป ได้แก่ การหกล้ม การบาดเจ็บจากกิจกรรมกีฬา การถูกของมีคมบาด การเกิดอัคคีภัย ตลอดจนเหตุฉุกเฉินทางสุขภาพ เช่น ภาวะหมดสติหรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน นอกจากนี้ “การจมน้ำ” ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญในเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำ สระน้ำ หรือกิจกรรมทัศนศึกษาทางน้ำ ซึ่งเหตุการณ์มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่สามารถคาดการณ์ได้
ดังนั้นการช่วยเหลืออย่างถูกต้องและทันท่วงที โดยเฉพาะการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR: Cardiopulmonary Resuscitation) ภายในระยะเวลาอันสั้นหลังเกิดเหตุ มีส่วนสำคัญในการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและลดความพิการถาวร ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพครู บุคลากร และนักเรียนให้มีทักษะการปฐมพยาบาล การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางน้ำ และการทำ CPR จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบความปลอดภัยในสถานศึกษาทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายด้านความปลอดภัยของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่กำหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีแผนบริหารความเสี่ยง และมีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านความปลอดภัย (Safety Culture) อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานศึกษาให้เป็นระบบ ครอบคลุมการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการตอบสนองเหตุฉุกเฉิน โรงเรียนจึงจัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อเสนออนุมัติและสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมในชุมชนได้รับความรู้ที่ถูกต้องและได้รับการฝึกฝนอย่างชำนาญ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ช่วยเหลือผู้อื่นได้ในภาวะฉุกเฉินก่อนนำส่งสถานพยาบาลต่อไป
-
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน90
-
กลุ่มวัยทำงาน68
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- จัดทำโครงการการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เสนอขออนุมัติ
- ประชุมชี้แจงวิธีการดำเนินงาน/ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
- เตรียมกลุ่มเป้าหมาย
- ดำเนินการตามโครงการ
- ติดตามประเมินผล
- จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้
1.1 กิจกรรมย่อยอบรม ภาคเช้าด้านความรู้ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และทักษะในการป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุในโรงเรียน รายละเอียด ค่าตอบแทนวิทยากร 1 คน จำนวน 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาทเป็นเงิน 1,800 บาท ค่าอาหารว่าง 35 บ. x 159 คนx 1 มื้อ เป็นเงิน 5,565 บาท งบประมาณ7,365 บาท 1.2 กิจกรรมย่อยอบรม ภาคบ่าย ด้านการสาธิต และการปฏิบัติ ในการป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ ทักษะการปฐมพยาบาลและการทำ CPR ของนักเรียน ครูและบุคลากร สามารถช่วยเหลือตนเองและบุคคลใกล้ตัวได้อย่างปลอดภัยก่อนถึงโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ค่าตอบแทนวิทยากร 2 คน จำนวน 3 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท ค่าอาหารว่าง 35 บ. x 160 คนx 1 มื้อ เป็นเงิน 5,600 บาท ค่าอาหารกลางวัน 80 บ. X 69 คน เป็นเงิน 5,520 บาท
เป็นเงิน14,720 บาท ค่าวัสดุอุปกรณ์ - ป้ายไวนิลโครงการค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1 x 1.5 เมตรจำนวน 1 ป้าย ๆ ละ 225บาท
- ค่าจัดทำป้ายเตือนความปลอดภัย 1,895บาท
- ค่าอุปกรณ์เวชภัณฑ์ ยาสามัญประจำบ้าน อุปกรณ์ทำแผลและปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- ชุดทำแผลปลอดเชื้อไว้สาธิต 10 ชุด 177*10 1,770 บาท เป็นเงิน 3,890 บาท 4. ค่าหุ่น CPRจำนวน 1 ตัว เป็นเงิน 8,000 บาท 5. ค่าเอกสารประเมินผล ค่าวัสดุ อุปกรณ์ กระดาษในการจัดพิมพ์เป็นเงิน 1,000 บาท งบประมาณ27,610 บาท รวมงบประมาณ34,975 บาท ค่าวัสดุอุปกรณ์
10 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปฐมพยายาลและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
34975.00 บาท
ค่าใช้จ่ายทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
1.ผู้เข้าอบรม มีความรู้และมีทักษะในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น 2.ผู้เข้าอบรมสามารถช่วยเหลือตนเองและบุคคลใกล้ตัวได้อย่างปลอดภัยก่อนถึงโรงพยาบาล
