โครงการอบรมนักเรียนบูเก๊ะตาโมงฯ รู้เท่าทันภัยบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 2569
-
นายซากีสะมะแอ
-
นางสาวมีซานีอูเซ็ง
-
นายสานีรันดอเล๊าะ
-
นางยาวาเฮเจ๊ะมะ
-
นายยาหายาแมเลาะ
จากสภาพปัญหาสุขภาพของประชาชนในพื้นที่บ้านบูเก๊ะตาโมง หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 12 ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส พบว่าพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากการเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพในพื้นที่พบว่านักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีพฤติกรรมทดลองสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าประมาณร้อยละ 25–35 และมีนักเรียนที่สูบเป็นประจำประมาณร้อยละ 8–12 ซึ่งถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในระดับชุมชน โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ง่ายและมีการโฆษณาแฝงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เยาวชนเกิดความเข้าใจผิดว่าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
โรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 487 คน โดยเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 288 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 59.14 ของนักเรียนทั้งหมด ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเริ่มต้นสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนต้นที่มีความอยากรู้อยากลองและได้รับอิทธิพลจากเพื่อนและสื่อสูง การปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการคิดวิเคราะห์เพื่อให้สามารถตัดสินใจเลือกพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม รวมถึงการสร้างทักษะชีวิตในการปฏิเสธสิ่งยั่วยุ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้น โรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 จึงจัดทำโครงการอบรม “นักเรียนรุ่นใหม่รู้เท่าทันภัยบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า” เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ส่งเสริมทักษะชีวิตในการป้องกันตนเองจากการถูกชักจูง และสร้างภาวะผู้นำในหมู่เยาวชนให้สามารถเป็นแกนนำในการรณรงค์และเผยแพร่ความรู้แก่เพื่อน ครอบครัว และชุมชน อันจะเป็นการวางรากฐานที่สำคัญต่อการส่งเสริมสุขภาพของเยาวชน ลดปัญหาการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในระยะยาว และส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชนและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป
-
เพื่อลดการสูบยาสูบในเด็กและเยาวชนอายุ15- 25 ปีในชุมชน288.00288.00
ร้อยละ100 ของการสูบยาสูบบุหรี่ในเด็กและเยาวชนอายุ15- 25 ปีในชุมชน
-
เพื่อลดความชุกจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า288.00288.00
ร้อยละ100 ของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของประชากรในช่วงเวลา 30 วันที่ผ่านมา
-
เด็กวัยเรียนในเขตรับผิดชอบ ได้มีความรู้และเกิดความตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า288.00288.00
ร้อยละ100 ของเด็กวัยเรียนในเขตรับผิดชอบ ได้มีความรู้และเกิดความตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน288
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องพิษภัยในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ารายละเอียด
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องพิษภัยในบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
1.ค่าป้ายไวนิลขนาด 1 ม x 2 ม เป็นเงิน 500 บาท
2.ค่าวิยากร จำนวน 1 คน x 6 ชม. x 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
3.ค่าอาหารว่างจำนวน 288 คนx 35 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 10,080 บาท14 พฤศจิกายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2569- นักเรียนกลุ่มเป้าหมายระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 288 คน เข้าร่วมกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการครบถ้วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด
- นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยผลการทดสอบก่อนและหลังการอบรม (Pre-test และ Post-test) มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
- นักเรียนได้รับการพัฒนาทักษะชีวิต (Life Skills) ในการปฏิเสธสิ่งยั่วยุ เช่น การชักชวนจากเพื่อน การโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และแรงกดดันจากสภาพแวดล้อม ผ่านกิจกรรมฝึกปฏิบัติ เช่น การจำลองสถานการณ์ (Role Play) และการอภิปรายกลุ่ม
- เกิดแกนนำนักเรียนด้านการป้องกันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า อย่างน้อย 30 คน ที่สามารถเป็นผู้นำในการรณรงค์ เผยแพร่ความรู้ และจัดกิจกรรมสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ในโรงเรียนและชุมชน
- มีสื่อรณรงค์ป้องกันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เช่น แผ่นพับ ป้ายประชาสัมพันธ์ คลิปวิดีโอ หรือสื่อออนไลน์ ที่จัดทำโดยนักเรียนและครู เพื่อเผยแพร่ในโรงเรียนและชุมชน
- โรงเรียนมีแนวทางหรือมาตรการในการเฝ้าระวังและป้องกันการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา เช่น การจัดทำข้อตกลงโรงเรียนปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า และการติดตามพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง
14180.00 บาท -
กิจกรรมคัดกรองและการดูแลช่วยเหลือ นักเรียนกลุ่มเสี่ยง
กิจกรรมคัดกรองและการดูแลช่วยเหลือ นักเรียนกลุ่มเสี่ยง
ค่าแบบประเมินพฤติกรรมเสี่ยงบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 288 ชุด ชุดละ 5 บาท เป็นเงิน1,440 บาท
ค่าแบบประเมินการใช้สารเสพติดประเภทบุหรี่จำนวน 288 ชุด ชุดละ 2 บาท เป็นเงิน1,152 บาท
งบประมาณ 2,592.00 บาท
14 พฤศจิกายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2569นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 288 คน ได้รับการคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยงต่อการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย
ได้รับข้อมูลฐาน (Baseline Data) ของนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เช่น ระดับความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการทดลองสูบ และปัจจัยเสี่ยงด้านครอบครัว เพื่อน และสื่อ เพื่อใช้ในการวางแผนการดูแลช่วยเหลือรายบุคคล
นักเรียนกลุ่มเสี่ยงได้รับการดูแลช่วยเหลือและให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม โดยครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว และทีมสหวิชาชีพ เช่น บุคลากรสาธารณสุขจาก รพ.สต. และ อสม.
มีแผนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยง (Individual Care Plan) อย่างน้อยร้อยละ 80 ของนักเรียนที่ผ่านการคัดกรองว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
นักเรียนกลุ่มเสี่ยงได้รับการเสริมสร้างทักษะชีวิต เช่น ทักษะการปฏิเสธ การจัดการอารมณ์ และการตัดสินใจ ผ่านกิจกรรมกลุ่มบำบัดหรือกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ
ผู้ปกครองของนักเรียนกลุ่มเสี่ยงได้รับการให้ข้อมูลและมีส่วนร่วมในการดูแลนักเรียน ผ่านการประชุมผู้ปกครองหรือการสื่อสารผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียน
มีระบบติดตามและประเมินผลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง เช่น แบบบันทึกพฤติกรรม แบบติดตามรายบุคคล และการรายงานผลต่อคณะกรรมการสถานศึกษาและกองทุนสุขภาพตำบล
2592.00 บาท
- เด็กวัยเรียนในเขตรับผิดชอบ มีความรู้และเกิดความตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
- เด็กวัยเรียนสามารถเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าและสามารถแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเลิกพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่เพื่อน ครอบครัว ชุมชน และสังคมภายนอกได้
