โครงการเฝ้าระวังและติดตามกลุ่มเสี่ยง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง จากการคัดกรอง หมู่ที่ 5 ตำบลเกตรี ปี 2569
-
นางรอเบี๊ยะ หนูชูสุก
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงนับเป็นปัญหาการเจ็บป่วยที่สำคัญและนำมาซึ่งความสูญเสีย ทรัพยากรในการดูแลรักษา มีผลกระทบต่อผู้ป่วยเอง และผู้ดูแล ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในครอบครัว มีอาการป่วยเรื้อรังเป็นเวลานาน ยังเชื่อมโยงไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุให้พิการและอยู่ในภาวะติดเตียง ทำให้เป็นโรคไตวาย ซึ่งเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และครอบครัวสำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคคือ กรรมพันธุ์และพฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมการใช้ชีวิต ในส่วนของกรรมพันธุ์นั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีอายุมากขึ้น ขณะที่สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มต้นตั้งแต่ในครรภ์แม่ แม้กรรมพันธุ์จะเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ แต่สามารถควบคุมปัจจัยเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้ จากผลการวิจัยหลายเรื่องชี้ให้เห็นว่า การควบคุมอาหารอย่างดี รวมไปถึงการออกกำลังกายเป็นประจำนั้นส่งผล โดยตรงต่อการป้องกันโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูงทางกรรมพันธุ์ สามารถควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ จากผลงานการคัดกรอง ค้นหา กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย ต่อโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 5 ในปีงบประมาณ 2568ในการเข้ารับบริการคัดกรองภาวะสุขภาพเป้าหมายในการคัดกรอง ค้นหาโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 408 คน ผลงานที่ได้จำนวน 394 คนคิดเป็นร้อยละ 96.57 พบกลุ่มปกติ จำนวน 156 คน คิดเป็นร้อยละ 39.59 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 192 คน คิดเป็นร้อยละ 48.73 กลุ่มสงสัยป่วยจำนวน 45 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.42 กลุ่มป่วยพบแพทย์ จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.25 เป้าหมายในการคัดกรอง ค้นหาโรคเบาหวานจำนวน 470คนผลงานที่ได้จำนวน 428 คนคิดเป็นร้อยละ91.06พบกลุ่มปกติ จำนวน 395 คน คิดเป็นร้อยละ 92.29 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ 7.24 กลุ่มสงสัยป่วยจำนวน 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.47 กลุ่มสงสัยป่วยที่ต้องได้รับการส่งต่อ พบเจ้าหน้าที่ รพ.สต.จำนวน48คนหากไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ การรักษาโรคเบาหวานและ โรคความดันโลหิตสูง โดยการให้ความสำคัญด้านการแพทย์อาจไม่เพียงพอต่อการควบคุมโรคที่สมบูรณ์ ผู้ป่วยต้องได้รับความรู้เรื่องโรค รวมไปถึงความรู้เรื่องโภชนาการและการออกกำาลังกายที่ถูกต้อง กระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งถ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ระยะแรก ก็จะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยปราศจากโรคแทรกซ้อน
ดังนั้นกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 ตำบลเกตรี ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปีอีกทั้งจำนวนผู้ป่วยหลอดเลือดสมองมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ชุมชนมีผู้พิการติดเตียงเพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูงจากการคัดกรอง ปี 2569 ขึ้น โดยเน้นกิจกรรมคัดกรองเพื่อให้ประชาชนได้รับการคัดกรองเฝ้าระวังโรคและให้ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่เข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตามเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ พร้อมทั้งรณรงค์ สร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพมีพฤติกรรมที่ดีและได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง
1.เพื่อให้ประชาชนเป้าหมาย อายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงประจำปี และมีค่าความดันโลหิต เข้ากลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตซ้ำ
2.เพื่อให้ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ได้รับการคัดกรองเบาหวานและมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดเข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยง ได้รับการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดซ้ำ
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง230
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ติดตามเฝ้าระวัง
-ค่าเครื่องมืออุปกรณ์และวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้ในการคัดกรอง ค้นหาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
ค่าเครื่องวัดความดันโลหิต ยี่ห้อ Amron จำนวน 2 เครื่องๆ ละ 2,500 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ยี่ห้อTerumo จำนวน 2 เครื่องๆละ1,500 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตัล จำนวน 1 เครื่อง ๆละ 980 บาท เป็นเงิน 980 บาท
-ค่าป้ายไวนิลขนาด 1.5 x 2 เมตรๆละ 150 บาท เป็นเงิน 450 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25699430.00 บาท
1.กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและมีสุขภาพดีไม่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรค 2.ลดอัตราการเกิดผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงรายใหม่
