โครงการคัดกรองความดันโลหิตสูงป้องกันภาวะโรคหลอดเลือดสมอง
-
นางอังคณา ตาเละ
-
นางสาวมาซีเตาะ แวอีแต
-
นางแมะซม ยุนุ
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง100.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)100.00
โรคความดันโลหิตสูงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุ ซึ่งมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะความดันโลหิตสูง จนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตและความพิการอันดับต้น ๆ ของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ และพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจากข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่า ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนปกติหลายเท่า
ในระดับพื้นที่ พบว่าประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่ได้รับการคัดกรองความดันโลหิตอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้มีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ส่งผลให้การค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ยังไม่ครอบคลุม และผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงบางรายยังไม่ได้รับการควบคุมระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
การคัดกรองความดันโลหิตสูงในชุมชนจึงเป็นมาตรการเชิงรุกที่สำคัญในการค้นหากลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยรายใหม่ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องในระบบบริการสุขภาพ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และโรงพยาบาลในเครือข่าย อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการให้ความรู้ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การลดเค็ม การออกกำลังกาย และการเลิกสูบบุหรี่
โครงการคัดกรองความดันโลหิตสูงเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองนี้ จึงมีความจำเป็นในการดำเนินงานเชิงรุกในระดับชุมชน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการคัดกรอง ลดอัตราการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อน รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการส่งเสริมการป้องกันโรคและควบคุมปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนอย่างยั่งยืน
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง100.0080.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)100.0080.00
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมคัดกรองและประเมินความดันโลหิตในชุมชน
กิจกรรมคัดกรองและประเมินความดันโลหิตในชุมชน (ดำเนินการคัดกรองความดันโลหิตแก่กลุ่มเป้าหมาย ปีละ 2 ครั้ง เพื่อค้นหาและติดตามกลุ่มเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง) - อสม.ดำเนินการวัดความดันโลหิตให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในชุมชน - บันทึกผลการคัดกรองและจำแนกกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วย - ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ผู้ที่มีค่าความดันโลหิตสูง - ส่งต่อผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีค่าความดันโลหิตสูงผิดปกติไปยังหน่วยบริการสาธารณสุข กิจกรรมที่ 1 : กิจกรรมคัดกรองและประเมินความดันโลหิตในชุมชน ครั้งที่ 1 1.1 ค่าเครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 3 เครื่องๆ ละ 2,000 บาทเป็นเงิน6,000.- บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ประชาชนได้รับการคัดกรองภาวะความดันโลหิตสูง
6000.00 บาท -
กิจกรรมให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
กิจกรรมให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและภาวะโรคหลอดเลือดสมอง
แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การรับประทานอาหารลดเค็ม การออกกำลังกาย
และการเลิกบุหรี่
- สาธิตการดูแลตนเองเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง
2.1 ค่าสมนาคุณวิทยากรจำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600.- บาท
2.2 ป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1 x 3 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 750.- บาท
2.3 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน จำนวน 2 มื้อ ๆ ละ 35 บาท เป็นเงิน 7,000.- บาท
2.4 ค่าอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน จำนวน 1 มื้อ ๆ ละ 80 บาท เป็นเงิน 8,000.- บาท
- ส่งเสริมให้ประชาชนตรวจวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมอง
19350.00 บาท
สามารถดำเนินการคัดกรองความดันโลหิต คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงบริการสุขภาพเชิงรุกในระดับชุมชนเพิ่มมากขึ้นและผู้ที่มีผลคัดกรองผิดปกติได้รับการส่งต่อเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ เช่น รพ.สต. หรือโรงพยาบาลเครือข่าย และประชาชนที่เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้เรื่องการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและการควบคุมความดันโลหิต เช่น การลดการบริโภคเค็ม การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การควบคุมน้ำหนัก การเลิกสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
