โครงการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในเลือด ปี 2569
-
1.นายยมนา คงศรี 2.นางจำนรรจา ช่วยนียม 3.น.ส.วัชรี สุขกาญจนะ 4.น.ส.ตรีรัตน์ สมแก้ว 5.น.ส.นิศามณี เนติเวชวิทยา 6.น.ส.น้องนุช หรุดคง
-
จำนวน(คน)ผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย
ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศกว่าร้อยละ 37.50 ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และในปัจจุบันการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเริ่มประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำอันเนื่องมาจากสภาพของดินที่เสื่อมสภาพและจากแมลงศัตรูพืช ทำให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยบำรุงดินและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมากขึ้น แม้ว่าทางราชการจะรณรงค์ให้มีการใช้สมุนไตรแต่สมุนไพรก็ยังมีข้อจำกันในการใช้หลายประการ อาทิ ไม่สะดวกเนื่องจากต้องใช้เวลาในการจัดหา หรือเตรียมและไม่สามารถใช้ได้ผลกับแมลงบางชนิต จึงทำให้เกษตรกรยังนิยมที่จะใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชไม่ถูกวิธี จากการเฝ้าระวังโรคจากการแพ้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของกองอาชีวอนามัย กรมอนามัยพบว่าเกษตรกรทั่วประเทศมีภาวะเสี่ยงและไม่ปลอดภัยร้อยละ 30.00 ของจำนวนเกษตรกรในประเทศ และตำบลท่ามิหรำเป็นตำบลหนึ่งที่ประชาชนมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ ทั้งในเกษตรกรที่เป็นผู้ผลิตซึ่งยังไม่มีการป้องกันที่ดีพอและในประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้บริโภคก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะได้รับสารเคมีตกค้างในส่ิงแวดล้อมและในอาหารที่บริโภคเข้าไปได้
จากการดำเนินการตามโครงการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในเลือด ปี 2568 กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรและประชาชนทั่วไป จำนวน 282 คน ทุกคนได้รับความรู้เกี่ยวกับสารเคมีที่ตกค้างในเลือดจากการทำเกษตรและการบริโภค การหลีกเลี่ยงและการปรับเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ การตรวจเลือดเพื่อหาระดับของสารเคมีที่ตกค้างในเลือด จากการตรวจครั้งที่ 1 พบปกติ 23 คน คิดเป็นร้อยละ 8.16 พบปลอดภัย 111 คน คิดเป็นร้อยละ 39.37 มีความเสี่ยง 97 คน คิดเป็นร้อยละ 34.40 และไม่ปลอดภัย จำนวน 51 คน คิดเป็นร้อยละ 18.07 และมีการนัดตรวนเลือดครั้งที่ 2 ในกลุ่มที่มีผลการตรวจเสี่ยงและไม่ปลอดภัย จำนวน 148 คน แต่กลุ่มเป้าหมายมาตรวจเลือดครั้ง ที่ 2 จำนวน 120 คน มีการติดตามและให้คำแนะนำในการใช้สารเคมีในการเกษตร และมีการเลือกบริโภคอาหาร พบปกติ 3 คน คิดเป็นร้อยละ 2.5 ปลอดภัย 44 คน คิดเป็นร้อยละ 36.67 มีความเสี่ยง จำนวน 55 คน คืดเป็นร้อยละ 45.84 และไม่ปลอดภัย จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 14.99 กลุ่มที่ยังพบว่ามีความเสี่ยงและไม่ปลอดภัยยังเป็นกลุ่มเกษตรกรดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำเลือด ตำบลท่ามิหรำ จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในเลือด ขึ้นมาเพื่อเป็นการคัดกรองเบื้องต้นนการค้นหากลุ่มที่มีความเสี่ยงสารเคมีคกค้างให้ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้ประชาชนมีอาการเจ็บป่วยที่รุนแรงจากการที่มีสารเคมีตกค้างในเลือดเป็นระยะเวลานาน และเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดโรค และลดการใช้สารเคมีในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพื่อนำไปสู่ความปลอดภัยและการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว
-
เพื่อแก้ไขปัญหาผู้บริโภคมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย
จำนวนผู้บริโภคที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน)
-
เพื่อลดปัญหาเกษตรกรมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย
จำนวนของเกษตรกรที่มีสารเคมีทางการเกษตรตกค้างในกระแสเลือดระดับอันตราย(คน)
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง274
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างในเลือดให้แก่กลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยง
- ค่าหลอดใส่เลือดฮีมาโตคริต 100 ชิ้น/กล่อง กล่องละ 150 บาท จำนวน 5 กล่องเป็นเงิน 750
- ค่าเข็มเจาะเลือด บรรจุ 200 ชิ้น/กล่อง กล่องละ 1,200 บาท จำนวน 3 กล่อง เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าแถบตรวจโคลีนเอสเตอเรส บรรจุ 100ชิ้น/กล่อง กล่องละ 1,000 บาท จำนวน 5 กล่อง เป็นเงิน 5,000 บาท
- ค่าเข็มเจาะเลือด บรรจุ 200 ชิ้น/กล่อง กล่องละ 1,200 บาท จำนวน 3 กล่อง เป็นเงิน 3,600 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 25699350 บาท - ค่าหลอดใส่เลือดฮีมาโตคริต 100 ชิ้น/กล่อง กล่องละ 150 บาท จำนวน 5 กล่องเป็นเงิน 750
-
อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มประชาชนที่มารับการเจาะหาสารเคมีตกค้างในเลือด
- ค่าวิทยากร จำนวน 4 วัน* 3 ชั่วโมง* 600 บาท เป็นเงิน 7,200 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมจำนวน 274 คน * 25 บาท เป็นเงิน 6,850 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 256914050 บาท - ค่าวิทยากร จำนวน 4 วัน* 3 ชั่วโมง* 600 บาท เป็นเงิน 7,200 บาท
-
อบรมให้ความรู้แก่กลุ่มที่ผลเลือดพบว่าเสี่ยง ไม่ปลอดภัย
-ค่าวิทยากร จำนวน 2 วัน * 3 ชั่วโมง * 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 120 คน* 25 บาท เป็นเงิน 3,200 บาท1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 25696600 บาท
กิจกรรมย่อย
1. เจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างในเลือ่ดแก่กลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงจากการสัมภาษณ์
- ค่าหลอดใส่เลือดฮีมาโตคริต 100 ชิ้น/กล่อง กล่องละ 150 บาท จำนวน 5 กล่องเป็นเงิน 750
- ค่าเข็มเจาะเลือด บรรจุ 200 ชิ้น/กล่อง กล่องละ 1,200 บาท จำนวน 3 กล่อง เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าแถบตรวจโคลีนเอสเตอเรส บรรจุ 100ชิ้น/กล่อง กล่องละ 1,000 บาท จำนวน 5 กล่อง เป็นเงิน 5,000 บาท
2. อ่านค่าระดับสารเคมีและแจ้งผลการเจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างแก่กลุ่มเป้าหมาย
3. ส่งเสริมความรู้แก่ประชาชนที่มีรับการเจาะสารเคมีตกค้างในเลือด
- ค่าวิทยากร จำนวน 4 วัน* 3 ชั่วโมง* 600 บาท เป็นเงิน 7,200 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมจำนวน 274 คน * 25 บาท เป็นเงิน 6,850 บาท
1.ประชาชนที่มีความเสี่ยงในการเกิดสารเคมีตกค้างในเลือด (จากการสัมภาษณ์) ได้เข้ารับการอบรม และได้รับการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือด
2. กลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยงในการเกิดสารเคมีตกค้างในเลือด ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่เสี่ยงอันตรายจากสารเคมี และตระหนักในการใช้สารเคมีอย่างถูกวิธี
