โครงการขลิบเพื่อสุขภาพปลอดภัย ห่างไกลโรค
การขลิบ (Circumcision) คือ การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นการผ่าตัดเล็กที่ทำกันบ่อยมาก จนเกือบถือว่าเป็นเรื่องปกติวิสัย ทั้งนี้การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในบางกลุ่มชนเป็นสิ่งปกติวิสัย เช่น ชาวยิว ที่จะขลิบหนังหุ้มปลายตั้งแต่แรกคลอด และชาวมุสลิมที่ขลิบในวัยเด็ก แต่ในประชาชนทั่วไปมีความเชื่อกันว่าการขลิบหนังหุ้มปลายจะทำให้สามารถดูแลทำความสะอาดได้ดีขึ้น ป้องกันการติดโรคบางชนิด และป้องกันมะเร็ง เป็นต้น ในบทความตามวิชาการแพทย์ที่ได้มีกี่ศึกษาวิจัยในปัจจุบัน ที่ได้ศึกษาพัฒนาการของหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นอวัยวะที่มีอยู่ตามปกติ ปกคลุมส่วนปลายของอวัยวะเพศอยู่ เชื่อกันว่าทำหน้าที่ในการปกป้องส่วนปลายของอวัยวะเพศชาย เพราะมีใยประสาทที่มีความไวเป็นจำนวนมากในบริเวณนี้ หลังคลอดหนังหุ้มปลายจะปิดปกคลุมปลายอวัยะเพศจนมิดและจะค่อยๆ เผยออกจนสามารถมองเห็นรูเปิดของท่อปัสสาวะได้ แต่อย่างไรก็ดีเด็กอายุ 3 ปี จะมีอยู่ประมาณร้อยละ 10 ที่หนังหุ้มปลายไม่เปิด แต่ยังสามารถถ่ายปัสสาวะได้ เมื่อติดตามมาจนกระทั่งอายุ 6 ปี จะมีประมาณร้อยละ 8 ที่หนังหุ้มปลายไม่เปิดและเหลือเพียงร้อยละ 1 ที่หนังหุ้มปลายไม่เปิดจนถึงอายุ 16 ปี ถึงอย่างไรก็ดีเมื่อหนังหุ้มปลายเปิดใหม่ๆ จะยังไม่สามารถเปิดได้หมดเพราะยังมีเยื่อบางๆ ติดยึดอยู่กับปลายอวัยวะเพศ การขลิบหนังหุ้มปลายองคชาติ หรือ Circumcision คือการตัดหนังบริเวณด้านหน้าขององคชาติออก จุดประสงค์คือเพื่อให้สามารถรูดออกทำความสะอาดบริเวณด้านในขององคชาติได้ ซึ่งผิวหนังบริเวณนี้จะมีต่อมซึ่งจะสร้างสารที่เรียกว่าขี้เปียก หรือ Smegma มีลักษณะเป็นขุยขาวๆ คล้ายขี้ไคล ขึ้นมาและการที่ไม่สามารถเปิดออกล้างได้ จะทำให้สารดังกล่าวคั่ง ก่อให้เกิดกลิ่น การติดเชื้อเรื้อรัง รวมทั้งอาจก่อให้เกิดโรคร้ายอย่างมะเร็งที่องคชาติได้ และจากการเก็บข้อมูลพบว่าผู้ป่วยมะเร็งองคชาติเกือบทั้งหมด ไม่สามารถรูดหนังออก เพื่อทำความสะอาดได้ ผู้ชายที่เป็นมะเร็งที่องคชาติปัจจุบันพบได้บ้างแต่ไม่มากนัก ส่วนใหญ่อายุมากกว่า 60 ปี ดูแลสุขอนามัยไม่ค่อยดี และที่สำคัญมักจะพบว่าหนังหุ้มปลายไม่เปิด ดังนั้น ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลาย จึงมีประโยชน์ต่อสุขอนามัยของผู้ชายโดยตรง ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคตามสิทธิประโยชน์ของแต่ละกลุ่มวัย เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในกลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
ดังนั้น กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลบางเป้าได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นต่อการจัดการแก้ไขปัญหาสภาวะสุขภาพในกลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชนชาย จึงได้จัดทำโครงการขลิบเพื่อสุขภาพ ปลอดภัยห่างไกลโรค ประจำปี 2569 ขึ้น
- เพื่อให้เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง มีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศชาย
- เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ได้รับการขลิบหนังหุ้มปลาย อวัยวะเพศ เพื่อป้องกันภาวะเสี่ยงของการมีเลือดออก (bleeding) ภาวะแทรกซ้อน (การอักเสบรุนแรง) และการติดเชื้อ
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน30
ผู้ปกครองเด็กและเยาวชน 30 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 2. รับสมัครกลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน 3. จัดทำหนังสือขอใช้สถานที่ในการจัดโครงการฯ และหนังสือเชิญวิทยากร 4. ดำเนินการโครงการฯ 4.1 ให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพหลังการขลิบ (Circumcision) การป้องกันโรคการเกิดโรคติดเชื้อ ให้แก่เด็กและเยาวชน ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป 4.2 ทำหัตถการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย (Circumcision) 4.3 ติดตามแผลหลังทำหัตถการทุกรายว่ามีภาวะแทรกซ้อนหลังการขลิบหรือไม่ 5. สรุปรายงานผลการดำเนินงาน
- อบรมให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพหลังการขลิบ (Circumcision) การป้องกันโรคการเกิดโรคติดเชื้อ ให้แก่เด็กและเยาวชน ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป 2.กิจกรรมทำหัตถการ
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 เมษายน 2569- ร้อยละ 90 ของเด็กเยาวชน ผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศชาย
- ร้อยละ 100 ของเด็ก เยาวชน ที่เข้าร่วมโครงการได้รับการขลิบหนังหุ้มปลาย อวัยวะเพศ เพื่อป้องกันภาวะเสี่ยงของการมีเลือดออก (bleeding) ภาวะแทรกซ้อน (การอักเสบรุนแรง) และการติดเชื้อ
42300 บาท
- อบรมให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพหลังการขลิบ (Circumcision) การป้องกันโรคการเกิดโรคติดเชื้อ ให้แก่เด็กและเยาวชน ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป 2.การทำหัตถการ
- เด็กและเยาวชนได้รับการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เพื่อลดภาวะเสี่ยงการติดเชื้อ
- ผู้เข้ารับการอบรมและขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายมีความสร้างความตระหนัก ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค โดยเฉพาะโรคติดเชื้อ
