โครงการดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ ( Dm remission ) ตำบลบานา
โรคเบาหวาน เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก ผู้ป่วยเบาหวานหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญ อาจส่งผลให้โรคเบาหวานทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังอาจนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต ปลายประสาท และเท้า ได้ อีกทั้งยังเกิดภาวะแทรกซ้อนแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรังอันนำไปสู่ ความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ภาวะเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ครอบครัว รวมทั้งประเทศชาติ ได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลก (ข้อมูลช่วงปี 2021-2024) อยู่ในภาวะวิกฤต โดยมีผู้ป่วยประมาณ 537-590 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของผู้ใหญ่ทั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 643-783 ล้านคนภายในปี ค.ศ. 2030-2045 โรคนี้เป็นสาเหตุการเสียชีวิตกว่า 6.7 ล้านรายต่อปี โดยเกือบครึ่งของผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรค โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโรคเบาหวานไม่ได้รับการรักษา ทั้งจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานและจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่ได้รับการรักษาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานกว่า 5 ล้านราย โดยมีผู้ป่วยเพียงครึ่งหนึ่งที่ได้รับการรักษา และในจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา มีเพียง 1 ใน 3 คนที่สามารถบรรลุเป้าหมายของการรักษา สามารถควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด HbA1c ให้ลดลงได้
ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพบริการให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปัญหาสุขภาพที่สำคัญในพื้นที่อำเภอ / ตำบล บานา ได้แก่ โรคเบาหวาน เป็นโรคที่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากเป็นอันดับ 1 ของสถิติผู้ป่วยนอก และมีแนวโน้มจำนวนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะเพิ่มมากขึ้นจากผลการสำรวจและรายงานทางสถิติของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ขึ้นทะเบียนในเขตตำบลบานาพบว่า ในปี พศ 2567-2569 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานเข้ารับการรักษาจำนวน...1,118.....ราย ,..1,139......ราย.และ..1,147ราย ตามลำดับซึ่งแนวโน้มการป่วยด้วยโรคเบาหวานมีแนวโน้มสูงเพิ่มขึ้นทุกปี และในจำนวนผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ในปีพศ .2567-2569 มีจำนวน..473........ราย ...297.......ราย....173......ตามลำดับคิดเป็นร้อยละ......42.31.......,...26.08.......,และ........15.08.ตามลำดับจากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่า แนวโน้มการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานลดลง ส่งผลให้ผู้ป่วย อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้จากการลงสำรวจมี ผู้ป่วยพิการติดเตียง ในปี 2566-2568 จากข้อมูลของ HDC สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยติดเตียงทั้งสิ้น 64 ราย , 80 ราย 115 รายตามลำดับ ซึ่งในจำนวนดังกล่าว โรคเบาหวาน ยังเป็นสาเหตุร่วมทำให้เกิดภาวะติดเตียง
ดังนั้น โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลบานา ตระหนักถึงความสำคัญ ของปัญหาดังกล่าว ในการจัดทำรูปแบบการจัดการโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Diabetes Remission) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเอง โดยใช้ข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของแต่ละรายบุคคล รวมทั้งการใช้แบบบันทึกการติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเบาหวานตามรูปแบบโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time-restricted feeding) และนำมาพูดคุยให้คำปรึกษา รวมทั้งหารือทีมสหวิชาชีพโรงพยาบาลเพื่อวางแผนการรักษาพยาบาลให้สอดคล้อง กับวิถีชีวิตของผู้เป็นเบาหวานแต่ละบุคคล และมีการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องรายบุคคล พูดคุย สอบถามแนะนำทางโทรศัพท์ หรือ ไลน์ ลดการเดินทางมาโรงพยาบาลและประหยัดเวลาในการ รอคอย ส่งผลให้ผู้เป็นเบาหวานเข้าใจถึงความสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเองเพื่อลดความ รุนแรงและความเสี่ยงของโรค คาดหวังให้เกิดการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้เป็นเบาหวานอย่างยั่งยืน รวมถึงลดและชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคมุ่งสู่เบาหวานระยะสงบ (Diabetes Remission) ได้
คำจำกัดความ
1.DM remission (การดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ)
2.โรคเบาหวานระยะสงบ (diabetes remission) หมายถึง โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในผู้ใหญ่ที่มี อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ที่ได้รับการดูแลรักษาจนสามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับที่ใช้เป็นเกณฑ์การ
วินิจฉัยโรคเบาหวานและคงอยู่อย่างน้อย 3 เดือน โดยไม่ต้องใช้ยา เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด
3.Hypoglycemia หมายถึง ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ พบได้บ่อยในผู้เป็นเบาหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายที่ใช้ยา insulin หรือ sulfonylureas (SU) รายที่มีปัญหาตับหรือไตเสื่อม เป็นต้น - น้ำตาลในเลือดต่ำ
ระดับ 1 คือระดับน้ำตาลในเลือด น้อยกว่าหรือเท่ากับ 70 mg/dL แต่ยัง มากกว่าหรือเท่ากับ 54 mg/dL ซึ่งผู้ป่วยยังคงรู้ตัว แก้ไขด้วยตนเองโดยการรับประทานได้ - น้ำตาลในเลือดต่ำ
ระดับ 2 คือระดับน้ำตาลในเลือด น้อยกว่า 54 mg/dL ส่งผลให้เสี่ยงต่อการ ผิดปกติของการรับรู้สติและเสียชีวิต – น้ำตาลในเลือดต่ำ
ระดับ 3 คือ มีอาการรุนแรง ไม่รู้สติต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้อื่นโดยด่วน (ที่มา สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ, 2566)
4.การดำรงชีวิตประจำวันได้ตามปกติ (Normal Lifestyle) หมายถึง ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ หรืออยู่ต่ำกว่าเกณฑ์วินิจฉัยโรคเบาหวาน ซึ่งภาวะนี้เกิดขึ้นหลังจากการปรับพฤติกรรมการดำรงชีวิตให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบ ระยะการหยุดยา หมายถึง ระยะเวลาที่ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เริ่มไม่ใช้ยาเพื่อลดระดับน้ำตาล และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ หรืออยู่ต่ำกว่าเกณฑ์วินิจฉัย โรคเบาหวาน
คุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมาย
เบาหวานชนิดที่2
วินิจฉัยมาน้อยกว่าหรือเท่ากับ5ปี หรือมากกว่า 5 ปี ในดุลยพินิจของแพทย์
อ้วน ค่า BMI มากกว่าหรือ เท่ากับ 25
มีความสมัครใจ
ใช้โทรศัพท์มือถือได้
-
เพื่อพัฒนาเครือข่ายในการดูแลผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ระยะสงบ
มีแนวทางในการดำเนินการเป็นทีมสหวิชาชีพและนวัตกรรมการดูแลผู้ป่วย
อสม / ผู้ดูแล สามารถใช้นวัตกรรมการติดตามผู้ป่วยได้ถูกต้องและเหมาะสม ร้อยละ100
-
เพื่อให้กลุ่มผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีหยุดยาเบาหวานได้ (เข้าสู่ระยะสงบ)
เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 สามารถลดยาได้ และไม่เกิด Hypoglycemia
เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ มีระดับน้ำตาลสะสม HbA1c < 6.5 โดยไม่ต้องใช้ยาลดระดับน้ำตาล ติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน
-
กลุ่มวัยทำงาน22
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายสนับสนุน (Preparation & Capacity Building)เพื่อให้ทีมงานและพี่เลี้ยงมีความรู้ความเข้าใจที่ตรงกันก่อนลงพื้นที่ถึง1120 บาท
-
ประชาสัมพันธ์/เชิญชวน กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่มีความพร้อมและสมัครใจในการเข้าร่วมโครงการ0 บาท
-
จัดเตรียมเครื่องมือและเทคโนโลยีให้มีพร้อมใช้ สำหรับself –monitoringบาท
-
ประชุมทีมเครือข่ายสหวิชาชีพและอสม.พี่เลี้ยง ในการติดตามกลุ่มเป้าหมาย
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม อสมหมู่ละ2 คน ทีมสหวิชาชีพ5คน (รวมผู้จัด 5 คน ) จำนวน 32 คนๆละ 35 บาทX 1 มื้อ X 1 วันเป็นเงิน เดือน 1,120 บาท
1120 บาท -
การปั้น อสม. พี่เลี้ยง (Health Buddy)
-คัดเลือก อสม. ในพื้นที่มาฝึกทักษะการเป็น Coach เพื่อทำหน้าที่ประคับประคองจิตใจและติดตามการทานอาหารในชีวิตจริงของผู้ป่วย
0 บาท
-
-
โรงเรียนเบาหวานวิทยา ( เบาหวานหายได้ )ถึง103790 บาท
-
การอบรมเชิงปฏิบัติการ ( work shop ) พัฒนาทักษะชุดความรู้ใหม่ เรื่อง “ ห้องเรียนเบาหวาน “
1.1 อบรมให้แก่ทีมในการดูแลติดตามผู้ป่วย และอสมพี่เลี้ยงทั้ง 11 หมู่ จำนวน 22 คน โดยเน้นเรื่องกลไกการดื้ออินซูลินและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดการอักเสบในร่างกาย และจำนวน
กลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 30 คน โดยมีเนื้อหาหลัก คือ ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน , การจัดการตัวเอง , เทคนิคการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงลึก
โดยมีกิจกรรมย่อย ก่อนการอบรมและระหว่างการจัดอบรมโดยจัดเป็น 4 ฐาน
1) ฐานที่ 1 รู้จักตัวเอง ( ชั้งน้ำหนัก , ส่วนสูง , รอบเอว , ตรวดน้ำตาลปลายนิ้ว )
2) ฐานที่ 2 เบาหวานของฉันเป็นอย่างไร (เขียนสะท้อนตัวเอง )
3) ฐานที่ 3 ฉันหยุดยาได้แล้วยัง ( เขียนสะท้อนตัวเอง และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ )
4) ฐานที่ 4 ร่างใหม่ของฉัน
1.2 จัดทำตารางเวลาการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับบริบทชุมชนมาใช้ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้
1.3 เครื่องมือสนับสนุน (Home-care Tools): แจกคู่มือ สมุดบันทึกห้องเรียนเบาหวานสมุดประจำตัว เพื่อให้ผู้ป่วยบันทึกเวลารับประทานอาหารและชนิดอาหาร ช่วยให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ปัญหา
ได้แม่นยำเมื่อลงเยี่ยมบ้าน
1.4 สื่อความรู้ต่างๆ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม(ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2จำนวน 30 คน อสม.พี่เลี้ยง 22 คน ( 2คน:หมู่) ผู้จัด5 คน ) จำนวน 57 คน x 35 บาท X 2 มื้อ เป็นเงิน 3,990 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 60 บาทX 1 มื้อ X 57 คน เป็นเงิน 3,420 บาท
วิทยากร จำนวน 5 คน x 600 บาท x 1 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าสมุดประจำตัว 150 บาท X 35 คน เป็นเงิน 5,250 บาท
โฟมบอร์ดความก้าวหน้าของโรค (ขนาด 90 ซม. X 120 ซม.) จำนวน 3 แผ่น x 960 บาท เป็นเงิน 2,880 บาท
ค่าสื่อเอกสาร , วัสดุ เครื่องเขียน และประชาสัมพันธ์ เป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ 1X3 เมตร ราคา 750 บาท
เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองพร้อมแถบ จำนวน 30 เครื่อง x 2500 บาท เป็นเงิน 75,000บาท
เครื่องชั่งน้ำหนักแบบประมวลค่าดัชนีมวลกาย 4,500 X 1 เครื่อง เป็นเงิน 4,500 บาท
103790 บาท -
การmonitoring ผ่านระบบ Line “เบาหวานหายได้”
1.โดยให้กลุ่มเข้ากลุ่มและส่งข้อมูลการรับประทานอาหาร, ผลการตรวจน้ำตาลปลายนิ้วในแต่ละวัน เพื่อให้การเฝ้าระวังและติดตามผู้ป่วยได้รวดเร็วและทันท่วงที
2.มีระบบการดูแล ผู้ป่วยอย่างเข้มข้น โดย พยาบาล 1 คน: ผู้ป่วย 6 คน ในการให้คำปรึกษา กำกับและติดตามอย่างต่อเนื่อง
3.จัดทำตารางเวลาการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับบริบทชุมชนมาใช้ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้
บาท
-
-
กิจกรรม ติดตามเชิงรุกถึงครัวเรือนเปลี่ยนบ้านเป็นสถานพยาบาล
1.เจ้าหน้าที่สหวิชาชีพและ อสม. พี่เลี้ยง ลงเยี่ยมบ้าน
เดือนที่ 1 ติดตาม 1 ครั้ง
เดือนที่ 2 ติดตาม 1 ครั้ง
เดือนที่ 3 ติดตาม 1 ครั้ง
รวม 3 ครั้ง เพื่อประเมินสิ่งแวดล้อมที่บ้าน การจัดสำรับอาหาร และการออกกำลังกาย พร้อมแก้ไขปัญหาหน้างาน (On-site Coaching)
2.มีการติดตามในกรณีที่พบว่ากลุ่มเป้าหมายมีอาการและระดับน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกติ ทีมจะลงไปดูแลและให้การดูแลทันที
3.Monitoring: ใช้กลุ่ม Line หรือการโทรติดตามระหว่างสัปดาห์ เพื่อกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ป่วยไม่ท้อถอย
- ค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ติดตาม จำนวน 3 เดือน (1 วัน : ผู้ป่วย 3 คน) 120 บาท X 5 คน X 10 วัน x 3 เดือน เป็นเงิน 18,000 บาท
ถึง18000 บาท -
กิจกรรมถอดบทเรียน/ สร้างสรรค์คนต้นแบบไม่พึ่งยาถึง7035 บาท
-
กิจกรรมถอดบทเรียน รางวัลบุคคลต้นแบบ และ รับฟังปัญหา-อุปสรรค ในการร่วมโครงการ
ดำเนินการประชุม 3 เดือน/ครั้ง จำนวน 3 ครั้ง
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 57 คน X 35 บาทX 1 มื้อ X 3 ครั้ง เป็นเงิน 5,985 บาท
5985 บาท -
เจาะเลือดเพื่อตรวจHba1 c ในกลุ่มเป้าหมายทุกรายเมื่อครบ3 เดือน เพื่อประเมินระดับการคุมน้ำตาล และค้นหาบุคคลที่เป็นต้นแบบที่สามารถคุมระดับน้ำตาลได้ จนเข้าสู่เบาหวานระยะสงบได้0 บาท
-
มอบเกียรติบัตรผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมโครงการ
- ค่าประกาศนียบัตรผู้ร่วมโครงการ 35บาท X 30 คน เป็นเงิน 1,050 บาท
1050 บาท
-
1.เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี
2 เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี หยุดยาเบาหวาน (เข้าสู่ระยะสงบ ) และลดค่าใช้จ่ายในการรักษา
