โครงการสถานีรักษ์สุขภาพในหมู่บ้าน (Health Station check) ปีงบประมาณ 2569
-
นาย สุรชัย เด่นศุภกุล
-
นางสาว กอมาริยะห์ คงกระพันธ์
โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาอันดับหนึ่งของโลกและประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มโรค 4 โรคหลัก ได้แก่ กลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคเบาหวาน เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทยซึ่งปัจจัยมาจากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การบริโภคหวาน มัน เค็ม และมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยทางสังคม เช่น การขยายตัวของสังคมเมือง กลยุทธ์ทางการตลาด ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการสื่อสาร ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต และทำให้ประชาชนป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการคัดกรองนับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการเบื้องต้น หากการจัดบริการคัดกรองไม่ทั่วถึงและประชาชนขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการและองค์ความรู้ในการจัดการตนเอง เพื่อลดความแออัดในสถานพยาบาล ทำให้เกิดนวัตกรรมการให้บริการคัดกรองและติดตามภาวะความดันและน้ำตาลในเลือดนอกสถานพยาบาล จากการคัดกรองสุขภาพของประชาชนในชุมชน พบกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ร้อยละ 21.74 กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 38.87 การจัดการในกลุ่มเสี่ยงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ โดยเพิ่มการเข้าถึงการบริการสุขภาพ เพิ่มองค์ความรู้ให้กลุ่มเสี่ยงเพื่อจัดการตนเอง และสอดคล้องกับโนบายกระทรวงสาธารณสุขผลักดันให้มีการจัดตั้งสถานีสุขภาพในชุมชนในปีงบประมาณ 2569 ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 1 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกวาลอซีรา จึงได้ทำโครงการสถานีรักษ์สุขภาพในหมู่บ้าน (Health Station check) ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพเบื้องต้นให้ประชาชนในชุมชนได้ง่ายขึ้น และเฝ้าระวัง ติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ผ่านการตรวจวัดสุขภาพด้วยตนเอง เช่น วัดความดันโลหิต ตรวจน้ำตาลในเลือด เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคเบื้องต้น พัฒนาสุขภาพของประชาชน และสนับสนุนการดูแลสุขภาพระยะยาว
-
เพื่อจัดตั้งจุดบริการตรวจเช็คสุขภาพด้วยตนเองในหมู่บ้าน (Health station check) สำหรับประชาชน ในพื้นที่รับผิดชอบ หมู่ละ 1 สถานี
-
เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเอง เช่น การวัดความดันโลหิต การเจาะเลือดเพื่อค้นหาเบาหวาน การชั่งน้ำหนัก การวัดส่วนสูง การวัดรอบเอว ได้อย่างทั่วถึงและสะดวกรวดเร็วในหมู่บ้าน
-
เพื่อเป็นการเฝ้าระวังในการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูงและผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่
-
เพื่อเป็นการพัฒนาการส่งต่อข้อมูลสุขภาพ การประเมินสุขภาพผ่านระบบดิจิทัล และติดตามสุขภาพของตนเองร่วมกับบุคคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง
-
ประชาชน อายุ 35 ปี ขึ้นไปในพื้นที่ หมู่ที่ 6 บ้านซรายอ ออก ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส จำนวน 1,061 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมประชุมแกนนำสุขภาพและผู้เกี่ยวข้อง หมู่ที่ 6 จำนวน 30 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ สสอ.และ เจ้าหน้าที่ รพสต. ผู้ใหญ่บ้าน / ผู้ช่วย และ อสม. หมู่ที่ 6 บ้านซรายอ ออก รวมทั้งหมด 30 คน
- ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม สำหรับผู้ที่เข้าร่วมอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คน คนละ 35 บาทจำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 1,050 บาท
- ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1x2 เมตรจำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 500 บาท
3.ค่าอุปกรณ์ ประกอบการดำเนินงาน ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
1) เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ แบบพกพาจำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 2,000 บาท
2) เครื่องชั่งน้ำหนัก พร้อมวัดส่วนสูงจำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 1,000 บาท
3) สายวัดรอบเอว จำนวน 1 อัน อันละ 100 บาท เป็นเงิน 100 บาท
4) เครื่องวัดน้ำตาล พร้อมแถบ จำนวน 1 ชุด ชุดละ 3,000 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
5) ปลั๊กไฟฟ้า จำนวน 1 อัน อันละ 300 บาท เป็นเงิน 300 บาท
6) ไวนิล สื่อความรู้เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อและไม่ติดต่อและปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อ
พร้อมป้ายแจ้งจุดบริการ ขนาด 1x2 เมตร จำนวน 2 แผ่น เป็นเงิน 1,000 บาท
7) โต๊ะ/เก้าอี้ สำหรับใช้บริการและดำเนินงาน
*โต๊ะ จำนวน 2 ตัว ตัวละ 800 บาท เป็นเงิน 1,600 บาท
* เก้าอี้ จำนวน 10 ตัว ตัวละ 100 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
รวมเป็นเงิน 2,600 บาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,550 บาท (หนึ่งหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน)
ถึง1.ประชาชนสามารถใช้บริการตรวจเช็คสุขภาพได้ด้วยตนเอง
2.ประชาชนมีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตนเพื่อป้องกันตนเองจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ ภายใต้แนวคิด เข้าถึงง่าย ไม่ยุ่งยาก ทำด้วยตนเอง และก่อให้เกิดความ ตระหนัก
3.เชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพโดยใช้กลไกของระบบ 3 หมอ ไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/พยาบาลในพื้นที่ ในการติดตามผู้ป่วยเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กรณีเข้าเกณฑ์ต้องพบแพทย์วินิจฉัย ก็ส่งต่อพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา ติดตามอาการ ตามแผนการรักษาต่อไป11550 บาท - ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม สำหรับผู้ที่เข้าร่วมอบรมและผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คน คนละ 35 บาทจำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 1,050 บาท
