ร้านค้าปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค ปีงบประมาณ 2569
ปัจจุบัน ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้ข้อมูลข่าวสารและการโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ผู้บริโภคจึงมีความสะดวกในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพหลากหลายประเภท ทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และยา โดยเฉพาะจากร้านของชำที่มีอยู่ทั่วไปในชุมชน การขยายตัวของตลาดสินค้าเหล่านี้ แม้จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการบริโภคสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ หรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ ในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลรัษฎา มีสถานประกอบการต่างๆ เช่น สถานที่จำหน่ายอาหาร ร้านแผงลอย ร้านขายของชำ เป็นแหล่งกระจายสินค้าประเภทต่างๆ ให้แก่ผู้บริโภคในพื้นที่ ได้แก่ อาหาร เครื่องสำอาง ยา ของใช้ต่างๆ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพทั้งสิ้น และยังพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ มาตรฐาน และไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคในชุมชน เช่น ยาผสมสารสเตียรอยด์ เครื่องสำอางมีสารอันตราย อาหารมีสารปนเปื้อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคหรืออันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค จากการสำรวจร้านขายของชำในพื้นที่รับผิดชอบของ ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลรัษฎา ปีงบประมาณ 2568 มีสถานที่จำหน่ายอาหาร จำนวน 11 ร้าน ร้านขายของชำ จำนวน 13 ร้าน และร้านแผงลอย จำนวน 10 ร้าน ซึ่งพบว่ามีการจำหน่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์อาหาร และเครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภาพ รวมถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุ เนื่องจากผู้ประกอบการขาดความรู้ในการตรวจสอบวันหมดอายุของสินค้า นอกจากนี้ยังพบว่ามีการจำหน่ายยาบางชนิดที่ไม่สามารถจำหน่ายได้ในร้านชำ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับประเภทของยาที่สามารถจำหน่ายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้บริการแก่ประชาชนในชุมชนได้อย่างปลอดภัย ดังนั้น ทางโรงพยาบาลรัษฎา ได้ตระหนักถึงความสำคัญของงานคุ้มครองผู้บริโภค จึงได้จัดทำโครงการ “ร้านค้าปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค ปีงบประมาณ 2569” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบกิจการจำหน่ายอาหาร ร้านแผงลอยร้านขายของชำ จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง และยา ให้ได้ถูกต้องตามเกณฑ์มาตรฐาน ส่งผลให้ประชาชนมีความปลอดภัยและร้านขายของชำได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพ
-
เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านขายอาหารผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร SAN
ร้อยละ 80 ผู้ประกอบการร้านอาหารผ่านการประเมินตามเกณฑ์ SAN
-
เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านขายของชำและแผงลอยมีความรู้และความเข้าใจในการจำหน่ายยา อาหาร และผลิตภัณฑ์สุขภาพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ร้อยละ 80 ผู้ประกอบการมีความรู้ถูกต้องเกี่ยวกับประเภทของยา อาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ และสามารถเลือกจำหน่ายเฉพาะยาสามัญประจำบ้านได้อย่างเหมาะสม
-
เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายงานคุ้มครองผู้บริโภคในการให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในชุมชน
เครือข่ายงานคุ้มครองผู้บริโภค สามารถให้ความรู้ และคำแนะนำในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพแก่ประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
กลุ่มวัยทำงาน30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการร้านขายของชำ และเครือข่ายแกนนำคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องอาหาร ยา เครื่องสำอาง จำนวน 30 คน
ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1 x 2 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 300 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 ชุด ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 750 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 25692850 บาท -
ตรวจประเมินร้านขายของชำตามเกณฑ์มาตรฐาน
ผู้รับผิดชอบงานคุ้มครองฯ ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลรัษฎา และ อสม. ออกตรวจประเมินร้านขายของชำตามเกณฑ์มาตรฐาน
เอกสารประกอบการประเมินตรวจร้านขาย ของชำ จำนวน 30 ชุดๆละ 4 บาท เป็นเงิน 120 บาท
เอกสารตรวจประเมินสถานที่จำหน่ายอาหาร จำนวน 20 ชุดๆละ 3 บาท เป็นเงิน 60 บาท
เอกสารประเมินแผงลอยจำหน่ายอาหาร จำนวน 20 ชุดๆละ 2 บาท เป็นเงิน 40 บาท
ค่าชุดทดสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรียขั้นต้น (SI-2) เฉพาะน้ำยา 1 กล่อง (50 ขวด) เป็นเงิน 1,170 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 25691390 บาท
ผู้ประกอบการสามารถเลือกผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง และสินค้าสุขภาพที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน มาจำหน่ายให้แก่ประชาชนได้อย่างเหมาะสม
ผู้ประกอบการมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของยาแต่ละชนิด และสามารถเลือกจำหน่ายยาสามัญประจำบ้านได้
เครือข่ายแก่นนำ อสม. ด้านคุ้มครองผู้บริโภค สามารถให้ความรู้ และคำแนะนำแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัยและเหมาะสม
