โครงการส่งเสริมสุขภาพวิถีไทยด้วยสมุนไพร
-
นางสาวม่าโสง กามิง
-
นางสาวฟาตีมา เจะหะ
-
นางสาวรูก๊อยยะห์ ดอเลาะ
-
นางสาวยามีล๊ะ มะมิง
-
นางสาวสากานา หะยีมะแซ
ในปัจจุบันสังคมไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ปัญหาสุขภาพทางกาย โดยเฉพาะอาการเจ็บป่วยเรื้อรังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการดูแล จากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่หมู่ 7 บ้านปากาปันยัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ในปี 2569 มีจำนวนผู้สูงอายุสูงจำนวน 150 คน และกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง จำนวน 5 คน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มักประสบปัญหาความเสื่อมถอยของร่างกาย เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างข้อติดแข็งและการไหลเวียนโลหิตส่วนปลายที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยมีภาระการดูแลทั้งหมดตกอยู่กับผู้ดูแลเพียง 3 คน ซึ่งกลุ่มผู้ดูแลนี้เองมักประสบภาวะบาดเจ็บจากการดูแลผู้ป่วยหรือภาวะออฟฟิศซินโดรมจากการทำงานหนัก โดยเฉพาะโรคระบบกล้ามเนื้อซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรัง จากสถิติพบว่ามีผู้ป่วยในพื้นที่ด้วยโรคระบบกล้ามเนื้อ ในปี 2567 จำนวน 119 คน และเพิ่มขึ้นเป็น 123 คน ในปี 2568 แม้ในปี 2569 จะพบผู้ป่วยจำนวน 43 คน หากปล่อยให้สภาพการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไปโดยไร้ซึ่งนวัตกรรมการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม ชุมชนจะตกอยู่ในวงจรของการพึ่งพาการรักษาพยาบาลจากภายนอกเพียงอย่างเดียว และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงจากการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเคมีในปริมาณที่สูงเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตโดยจากสถิติพบว่าในปี 2569 มีผู้ป่วยโรคไต จำนวน 97 ราย และมีผู้ป่วยโรคไตที่ต้องเข้ารับการฟอกไตจำนวน 33 ราย การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยผ่านการทำและใช้ลูกประคบสมุนไพร จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของประสิทธิผลการรักษาและการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน โดยหลักการทางสรีรวิทยาของการประคบสมุนไพรนั้น อาศัยกลไกของความร้อนบำบัดที่ช่วยส่งเสริมการขยายตัวของหลอดเลือด ผสมผสานกับการซึมซับสารสำคัญจากสมุนไพรสดในท้องถิ่น เช่น ไพลที่มีสรรพคุณลดการอักเสบ ขมิ้นชันที่ช่วยบำรุงผิวและลดอาการระคายเคือง รวมถึงตะไคร้และผิวมะกรูดที่มีน้ำมันหอมระเหยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและผ่อนคลายระบบประสาท การนำสมุนไพรใกล้ตัวมาแปรรูปเป็นลูกประคบจึงไม่เพียงแต่เป็นการลดรายจ่ายทางการรักษา แต่ยังเป็นการคืนศักยภาพให้คนในชุมชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยเหตุนี้ โครงการส่งเสริมสุขภาพวิถีไทยด้วยสมุนไพร จึงมุ่งเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนและภาคีเครือข่ายในชุมชนปลูกพืชสมุนไพรในชุมชนและสามารถนำไปพัฒนาด้านการแพทย์แผนไทย ให้เป็นทางเลือกในการดูแลรักษาสุขภาพที่ดี ช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง นำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสดชื่นอย่างยั่งยืน
-
เพื่อส่งเสริมการใช้สมุนไพรในครัวเรือน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น
ตัวชี้วัด : ร้อยละ 100 ของผู้เข้าร่วมสามารถแปรรูปสมุนไพรเป็นลูกประคบ เพื่อใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้นได้
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มผู้สูงอายุ5
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้การแปรรูปสมุนไพรลูกประคบเพื่อสุขภาพ
1.1 ให้ความรู้การแปรรูปสมุนไพรเป็นลูกประคบ
1.2 ให้ความรู้การใช้สมุนไพรลูกประคบเพื่อสุขภาพ
ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง x 300 บาท เป็นเงิน 1,800.-บาท
ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 35 คน x 35 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 2,450.-บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 35 คน x 60 บาท เป็นเงิน 2,100.-บาท
ป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1x4 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 1,000.-บาท
อุปกรณ์ประกอบการอบรม (แนบท้าย) เป็นเงิน 5,053.-บาท
10 เมษายน 2569 ถึง 10 เมษายน 256912403 บาท -
กิจกรรมนำลูกประคบที่แปรรูปเพื่อสุขภาพใช้ให้เกิดประโยชน์
2.1 นำลูกประคบเพื่อสุขภาพไปใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุติดบ้าน, ติดเตียง และผู้สูงอายุที่มีภาวะพึงพิง
11 เมษายน 2569 ถึง 30 เมษายน 25690 บาท
ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของสมุนไพรที่เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่สามารถนำมาใช้รักษาโรคได้
ประชาชนสามารถนำสมุนไพรไทยมาประยุกต์ใช้กับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ในการดูแลสุขภาพ
ประชาชนสามารถพึ่งตนเองด้านสุขภาพ ด้านส่งเสริมการใช้สมุนไพรในชีวิตประจำวัน และได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พืชสมุนไพร
