โครงการเคาะประตูบ้านบริการคัดกรองมะเร็งปากมดลุก
-
ร้อยละของหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม
เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเสี่ยง
มะเร็งปากมดลูกเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของสตรีไทย และเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในกลุ่มสตรีวัยทำงาน อย่างไรก็ตาม โรคดังกล่าวสามารถป้องกันและตรวจพบได้ในระยะเริ่มต้น หากสตรีเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอทุก 5 ปี ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข จากข้อมูลประชากรในพื้นที่หมู่ที่ 1, 4 และ 6 ตำบลบางเป้า อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง พบว่ามีสตรีอายุ 30–60 ปี จำนวนทั้งสิ้น 807 คน และจากข้อมูลการให้บริการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน มีสตรีได้รับการตรวจคัดกรองแล้วจำนวน 193 คน คิดเป็นร้อยละ 23.92 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ เป้าหมายความครอบคลุมที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80) อย่างมาก ช่องว่างของความครอบคลุมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการเข้าถึงบริการ การขาดความตระหนักรู้ และข้อจำกัดด้านเวลาและความสะดวกของประชาชน ส่งผลให้ยังมีสตรีจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรอง และอาจมีความเสี่ยงต่อการตรวจพบโรคในระยะลุกลาม ดังนั้น งานศูนย์สุขภาพชุมชน โรงพยาบาลกันตัง จึงจัดทำโครงการ “เคาะประตูบ้าน บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก” โดยใช้กลไกแกนนำชุมชน ลงพื้นที่เชิงรุก เพื่อประชาสัมพันธ์ เชิญชวน นัดหมาย และติดตามสตรีกลุ่มเป้าหมายให้เข้ารับบริการตรวจคัดกรอง พร้อมทั้งจัดระบบการส่งต่อกรณีพบความผิดปกติอย่างครบถ้วน เพื่อเพิ่มความครอบคลุมการตรวจคัดกรอง ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งระยะลุกลาม และยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรีในพื้นที่อย่างยั่งยืน
- เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเสี่ยง
- เพื่อส่งต่อสตรีที่ตรวจพบผลเซลล์ปากมดลูกผิดปกติเข้ารับการรักษา
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
แกนนำสุขภาพ และสตรีกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่ได้รับกา่รคัดกรองภายใน 5 ปี
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.จัดทำทะเบียนสตรีอายุ 30–60 ปีและคัดกรองรายชื่อผู้ไม่เคยตรวจใน 5 ปี 2. กิจกรรมอบรมให้ความรู้แกนนำสุขภาพ ในเรื่อง - ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก - ความสำคัญของการตรวจ 3. แกนนำสุขภาพลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนสตรีอายุ 30-60 ปี ที่ไม่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกภายใน 5 ปีที่ผ่านมา มารับฟังความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกจากหน่วยบริการ 4. ลงทะเบียนเข้าร่วมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 5. นัดหมายวันตรวจและให้บริการตรวจคัดกรอง โดยหน่วยบริการในพื้นที่และมีการบันทึกข้อมูลในระบบ 6. ติดตามผลการตรวจและส่งต่อในรายที่มีผลตรวจผิดปกติถึงบาท
-
1.จัดทำทะเบียนสตรีอายุ 30–60 ปีและคัดกรองรายชื่อผู้ไม่เคยตรวจใน 5 ปี 2. กิจกรรมอบรมให้ความรู้แกนนำสุขภาพ ในเรื่อง - ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก - ความสำคัญของการตรวจ
1.จัดทำทะเบียนสตรีอายุ 30–60 ปีและคัดกรองรายชื่อผู้ไม่เคยตรวจใน 5 ปี 2. กิจกรรมอบรมให้ความรู้แกนนำสุขภาพ ในเรื่อง - ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก
- ความสำคัญของการตรวจ 3. แกนนำสุขภาพลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิญชวนสตรีอายุ 30-60 ปี ที่ไม่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกภายใน 5 ปีที่ผ่านมา มารับฟังความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกจากหน่วยบริการ 4. ลงทะเบียนเข้าร่วมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 5. นัดหมายวันตรวจและให้บริการตรวจคัดกรอง โดยหน่วยบริการในพื้นที่และมีการบันทึกข้อมูลในระบบ 6. ติดตามผลการตรวจและส่งต่อในรายที่มีผลตรวจผิดปกติ1 มีนาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 25691.ความครอบคลุมการคัดกรองเพิ่มขึ้น ≥85% 2.สตรีกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจอย่างทั่วถึง 3.ผู้มีผลผิดปกติได้รับการส่งต่อ 100% 4.ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งระยะลุกลามในพื้นที่
7375 บาท
- ขั้นตอนวางแผนงาน • จัดทำทะเบียนสตรีอายุ 30–60 ปี • คัดกรองรายชื่อผู้ไม่เคยตรวจใน 5 ปี
2.ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม
• กิจกรรมอบรมให้ความรู้ แก่แกนนำสุขภาพ เช่น ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก,ความสำคัญของการตรวจ
• แกนนำสุขภาพลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวน สตรีอายุ30-60 ปี ที่ไม่เคยตรวจมะเร็งปากมดลูกภายใน5 ปีที่ผ่านมา มารับฟังความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกจากวิทยากรของหน่วยบริการ
• รับสมัครกลุ่มเป้าหมายลงทะเบียนเข้าร่วมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
• ให้บริการตรวจคัดกรอง นัดหมายวันตรวจให้บริการโดยหน่วยบริการในพื้นที่และมีการบันทึกข้อมูลในระบบ
• ติดตามผลการตรวจและส่งต่อในรายที่มีผลตรวจผิดปกติ
สตรีกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้่น
