โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขในหมู่บ้านด้านทันตสุขภาพ
-
อัตราความครอบคลุมของการตรวจคัดกรองต่ำ50
ประชาชนในหมู่บ้านมากกว่าร้อยละ 50 เช่น ไม่ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากโดยบุคลากรสาธารณสุขอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทำให้โรคในช่องปากถูกปล่อยทิ้งไว้จนลุกลาม
-
ความชุกของโรคฟันผุในกลุ่มเสี่ยง
พบว่าเด็กปฐมวัยในพื้นที่ส่วนใหญ่มีฟันผุเฉลี่ย 1.4 ซี่ ต่อคน ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ส่งผลต่อการเจริญเติบโต น้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์
-
การสูญเสียฟันในผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุในชุมชนร้อยละ 53.2มีฟันแท้ที่ใช้งานได้ไม่ถึง 20 ซี่ และขาดการใส่ฟันเทียมทดแทน ทำให้ประสิทธิภาพในการเคี้ยวอาหารลดลงอย่างมาก
-
ช่องว่างด้านองค์ความรู้ของแกนนำ (อสม.)
จากการประเมินเบื้องต้น พบว่า อสม. ในหมู่บ้านเพียงร้อยละ 40 ที่มีความรู้ความเข้าใจถูกต้องเกี่ยวกับเทคนิคการแปรงฟันแห้ง (การใช้ฟลูออไรด์ความเข้มข้นสูง) และการสังเกตรอยโรคเริ่มต้น
-
ช่องว่างด้านองค์ความรู้ของแกนนำ (อสม.)
เนื่องจากประชาชนมักมารักษาเมื่อมีอาการปวดรุนแรงแล้ว ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อถอนฟันหรือรักษารากฟัน ซึ่งเป็นภาระทางเศรษฐกิจแก่ครอบครัวที่มีรายได้น้อย
-
ภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา
-
พฤติกรรมเสี่ยงในชุมชน
ปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มรสหวานและขนมกรุบกรอบในร้านค้าชุมชนมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขาดกระบวนการจัดการหรือให้ความรู้เชิงรุกเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับครัวเรือน
ปัญหาสุขภาพช่องปากเป็นปัญหาพื้นฐานทางสาธารณสุขที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีความสัมพันธ์โดยตรงกับสุขภาพร่างกายและคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มวัย จากสถานการณ์ด้านทันตสุขภาพในปัจจุบัน พบว่าโรคในช่องปาก โดยเฉพาะโรคฟันผุและโรคปริทันต์ (โรคเหงือก) ยังคงเป็นปัญหาหลักที่แพร่กระจายอยู่ในชุมชน ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์ในระดับพื้นที่พบว่า พื้นที่ตำบลปันแต ยังมีอัตราการเกิดฟันผุในเด็กปฐมวัยที่สูง และผู้สูงอายุในพื้นที่มีปัญหาสูญเสียฟันจนส่งผลต่อการเคี้ยวอาหารและการได้รับสารอาหารที่จำเป็น ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากที่ไม่เหมาะสม การเข้าถึงบริการทางทันตกรรมที่มีข้อจำกัด และความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสำคัญของฟันแท้และฟันน้ำนม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในฐานะกลไกหลักของระบบสาธารณสุขมูลฐาน และเป็น หมอคนที่ 1 ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นผู้ส่งเสริมสุขภาพและเฝ้าระวังโรคในระดับครัวเรือน อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า อสม. ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้เชิงลึกและทักษะที่จำเป็นในด้านทันตสุขภาพ อาทิ เทคนิคการแปรงฟันที่ถูกวิธี (2-2-2), การตรวจคัดกรองรอยโรคในช่องปากเบื้องต้น, รวมถึงการให้คำแนะนำเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนในชุมชน ทำให้การดำเนินงานเชิงรุกเพื่อป้องกันโรคในช่องปากยังขาดความต่อเนื่องและขาดประสิทธิภาพ ด้วยเหตุผลดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการจัดทำ โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขในหมู่บ้านด้านทันตสุขภาพ ขึ้น เพื่อยกระดับความรู้และทักษะภาคปฏิบัติให้กับ อสม. ให้มีความพร้อมในการเป็นแกนนำด้านสุขภาพช่องปาก สามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องและเป็นที่ปรึกษาให้กับคนในชุมชนได้อย่างมั่นใจ อันจะนำไปสู่การลดอุบัติการณ์ของโรคในช่องปาก และสร้างความยั่งยืนในการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่สืบไป
-
เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้สามารถตรวจคัดกรองสุขภาพช่องปากเบื้องต้นและให้คำแนะนำที่ถูกต้องได้100
อสม. ทั้งหมดในพื้นที่: จำนวนคน120 คน ได้รับการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านทันตสุขภาพ 100%
-
เพื่อให้ อสม. สามารถถ่ายทอดความรู้และสาธิตการแปรงฟันที่ถูกวิธี (สูตร 2-2-2) ให้แก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ80
ร้อยละของ อสม. ที่สาธิตการแปรงฟันได้ถูกต้องตามมาตรฐาน (เป้าหมาย: ร้อยละ 100)
ร้อยละของครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการสาธิตและฝึกปฏิบัติ (เป้าหมาย: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80)
-
อาสาสมัครสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต จำนวน 120 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมปฏิบัติการ อสม. แกนนำ
อบรมทฤษฎีและฝึกปฏิบัติการคัดกรองช่องปากและเทคนิคแปรงฟัน 2-2-2 ใช้โมเดลฟันฝึกสาธิตและใช้แบบฟอร์มคัดกรองจริง
1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผลผลิต อสม. มีความรู้/ทักษะผ่านเกณฑ์ร้อยละ 100 ผลลัพธ์ มีแกนนำที่สามารถตรวจฟันและสอนแปรงฟันได้ถูกต้อง
13000 บาท -
กิจกรรมเชิงรุก เคาะประตูบ้าน สร้างยิ้ม
ลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพช่องปากและสาธิตการแปรงฟันรายครัวเรือน อสม. เยี่ยมบ้านกลุ่มเป้าหมาย แจกชุดแปรงฟัน และบันทึกข้อมูลการคัดกรอง
1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผลผลิต กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองและสอนแปรงฟันร้อยละ 90 ผลลัพธ์ ประชาชนทราบสถานะสุขภาพช่องปากตนเองและรู้วิธีดูแลที่ถูกต้อง
บาท -
ติดตามผลและส่งต่อกลุ่มเสี่ยงถึงบาท
-
ติดตามผลและส่งต่อกลุ่มเสี่ยง
ประเมินพฤติกรรมหลังคำแนะนำ และส่งต่อผู้ที่มีปัญหาพบทันตแพทย์เยี่ยมซ้ำใน 3-6 เดือน และประสานงานส่งต่อ รพ.สต./โรงพยาบาล
1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผลผลิต บัญชีรายชื่อกลุ่มเสี่ยงและการส่งต่อรักษา ผลลัพธ์ ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงบริการรักษา และมีพฤติกรรมดูแลช่องปากดีขึ้น
บาท
- อสม. มีความเชี่ยวชาญ: อสม. ในพื้นที่มีความรู้และทักษะในการตรวจคัดกรองและสอนการแปรงฟันได้อย่างถูกต้อง
2 ประชาชนเข้าถึงการดูแล: กลุ่มเป้าหมายในชุมชนได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและได้รับคำแนะนำในการดูแลตนเองอย่างทั่วถึง
3 พฤติกรรมสุขภาพดีขึ้น: ประชาชนลดพฤติกรรมเสี่ยง (กินหวาน) และมีนิสัยการแปรงฟันที่ถูกวิธี (2-2-2) เพิ่มมากขึ้น
4.ลดความรุนแรงของโรค: พบปัญหาในระยะเริ่มแรกและได้รับการส่งต่อรักษาอย่างรวดเร็ว ช่วยลดอัตราการสูญเสียฟันในชุมชน
- ระบบฐานข้อมูลเข้มแข็ง: หมู่บ้านมีข้อมูลสถานะสุขภาพช่องปากที่เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ในการวางแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาว
