โครงการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Remission Service)
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (Non-Communicable Diseases) ที่เป็นภาระโรคสำคัญ ของระบบสาธารณสุขในแต่ละประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์ว่าในปีพ.ศ. 2588 จะมีจำนวน ผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 783 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรค 3.2 ล้านคนต่อปี สำหรับประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 แสน คนต่อปีอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคเบาหวานปี2558 - 2562 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และค่าใช้จ่าย ด้านสาธารณสุขในการรักษาโรคเบาหวานเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปีอีกทั้งผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถ ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้หากผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ตามแนวทางมาตรฐานจะก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในระบบของร่างกาย ทั้งภาวะแทรกซ้อนแบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง อันนำไปสู่ความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต และคุณภาพ ชีวิตของผู้ป่วย ครอบครัว รวมทั้งภาระทางเศรษกิจประเทศ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพบริการให้ประชาชน ได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปัจจุบันมีการรักษาที่สามารถช่วยให้ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ใน ระดับต่ำกว่าเกณฑ์วินิจฉัยโรคเบาหวานโดยไม่ต้องใช้ยาเพื่อลดระดับน้ำตาล โดยเรียกภาวะนี้ว่า “Diabetes Remission” หรือโรคเบาหวานระยะสงบ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และลดภาระทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก
-
เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ระยะสงบ
ร้อยละ 40 ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการสามารถ ปรับลดยาลงได้ และไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรค
-
เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี หยุดยาเบาหวานได้(เข้าสู่ระยะสงบ)
ร้อยละ 10 ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการ สามารถหยุดยาได้
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้การดุแลและปรับพฤติกรรม
อบรมให้ความรู้การปรับพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพตนเองของโรคเบาหวานระยะสงบ งบประมาณ
1. ค่าอาหารกลางวัน สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร 5 คนและผู้เข้ารับการอบรม 40 คน รวมเป็น 45 คน x1 มื้อ x 70บาท เป็นเงิน 3,150 บาท
2. ค่าอาหารว่าง สำหรับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ผู้เกี่ยวข้อง,วิทยากร 5คนและผู้เข้ารับการอบรม 40 คน รวมเป็น 45 คน x2 มื้อ x 25บาท เป็นเงิน 2,250 บาท
3. ค่าป้ายไวนิล 1 ป้าย เป็นเงิน 750 บาท
4. ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 2 คนๆละ 3 ชั่วโมงเป็นเงิน 3,600บาท
5.ซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลแบบวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย จำนวน 2เครื่อง เครื่องละ 6,000 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 25691.กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานระยะที่ 2 เข้าร่วมรับการอบรมจำนวน 40 คน
2.กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานระยะที่ 2 ที่เข้าร่วมโครงการ ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสม
3.กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานระยะที่ 2 ที่เข้าร่วมโครงการ ได้รับการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย21750 บาท -
เจาะเลือด หาค่าHbA1C ก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
เจาะเลือดเพื่อหาค่า HbA1C และวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายของผู้ป่วยโรคเบาหวานระยะที่ 2 ที่เข้าร่วมโครงการ ก่อนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
1 เมษายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับเจาะเลือดเพื่อหาค่า HbA1C และวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย
0 บาท -
ติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมโครงการ
1.ติดตามเยี่ยมบ้าน และมีการแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพรายบุคคลอย่างถูกต้องและเหมาะสม
1 เมษายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับคำแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและดูแลสุขภาพรายบุคคลอย่างถูกต้องและเหมาสม
0 บาท -
ติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมโครงการ
1.นัดเจาะเลือดซ้ำเพื่อติดตามผลเลือด HbA1C ของผู้ป่วยโรคเบาหวานระยะที่2 ที่เข้าร่วมโครงการ
1 เมษายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 25691.ผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 40 คน ได้รับการเจาะเลือดซ้ำ เพื่อหาค่า HbA1C
2.ผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 40 คน ได้รับการวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายหลังเข้าร่วมโครงการบาท
1.จำนวนผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถลดยาหรือหยุดยาได้และไม่เกิด Hyperglycemia เพิ่มขึ้น
2.ผู้ปวยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยสามารถหยุดยาเบาหวานได้ และมีค่า HbA1C น้อยกว่า 6.5 ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน
