โครงการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะการป้องกันและช่วยเหลือเด็กจมน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
-
นายทรงพล เนื่องสิทธิทะ
-
นายเฉลิมวุฒิ ร้อยพิลา
-
นางปิยนุช กรพันธ์
-
นางสาววราภรณ์ พันธ์แก้ว
-
นายชุมพร ข้อสกุล
-
ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน)86
การจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปีซึ่งสูงมากกว่า สาเหตุอื่นๆ ทั้งโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ จากการรายงานของกองป้องกันการบาดเจ็บ (กลุ่มป้องกันการจมน้ำ) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งสูงมากกว่าการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ. 2561 - 2565) มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ เฉลี่ยปีละ 953 คน หรือวันละ 2 คน ช่วงฤดูร้อนและปิดภาคการศึกษา (มีนาคม-พฤษภาคม) วันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์ - อาทิตย์) และช่วงเวลา 12.00 - 17.59 น. เป็นช่วงที่มีการเกิดเหตุสูงสุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด แหล่งน้ำที่เกิดเหตุมากที่สุด คือ แหล่งน้ำขุดเพื่อการเกษตร และแหล่งน้ำธรรมชาติ สถานการณ์จังหวัดสกลนคร ในปี 2566 มีจำนวนเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ทั้งหมด 185,700 คน จากสถิติการเสียชีวิตจากการจมน้ำในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2563 - 2566 พบอัตรา เด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำอายุต่ำกว่า 15 ปี คือ 7.7, 8.5,14.4,2.61 และ 3.23 ตามลำดับ ในปี 2566 พบอัตราการเสียชีวิต 3.23 หรือจำนวน 6 ราย พบว่า อัตราการเสียชีวิต จากการจมน้ำของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 7-12 ปี คิดเป็นร้อย ละ 50 และกลุ่มอายุ 3 - 6 ปี คิดเป็นร้อยละ 16.67 และกลุ่มอายุ 13-15 ปี คิดเป็นร้อยละ 33.33 สถานที่ที่จมน้ำ เสียชีวิตมากที่สุดคือ สระน้ำ ที่ขุดขึ้นมาเพื่อใช้ ในการเกษตร/หนองน้ำสาธารณะ คิดเป็นร้อยละ 100 ปัจจัยส่วนมาก เกิดจากเด็กขาดความรู้ลักษณะภูมิศาสตร์ของ สระน้ำ และมีความประมาทในการว่ายน้ำ ขาดสติและตกใจ จึงทำให้การช่วยเหลือผู้อื่นไม่มีประสิทธิภาพ และการประชาสัมพันธ์ ยังไม่ครอบคลุม ขาดการเฝ้าระวังจากผู้ใหญ่มากขึ้น ผลการดำเนินงานอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็ก อายุน้อยกว่า 15 ปี ไม่เกิน 4 ต่อแสนประชากร ประจำปี 2566 (เกณฑ์ไม่เกิน 4 ต่อแสนประชากร) ผลงาน ได้ 3.23 ต่อแสนประชากร ซึ่งผ่านเกณฑ์ จากการสำรวจข้อมูลความสามารถในการว่ายน้ำของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีพบว่า เด็กไทยว่ายน้ำเป็นเพียงร้อยละ 16.3 ซึ่งมาตรการหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการป้องกันการจมน้ำของเด็กคือการสอนให้เด็ก ว่ายน้ำ รู้จักวิธีการเอาชีวิตรอดและวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง ทั้งนี้การสอนว่ายน้ำที่มีอยู่ในปัจจุบันเรื่องทักษะ ความปลอดภัยทางน้ำ วิธีการเอาชีวิตรอดและวิธีการช่วยเหลือซึ่งเป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่จำเป็นที่เด็กควรจะได้ และสามารถจะเอาชีวิตรอดจากอุบัติภัยทางน้ำได้ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย นอกจากนี้ยังสามารถจะทำการผายปอดและนวดหัวใจ เพื่อกู้ชีพผู้ประสบภัยที่ขาดอากาศหายใจได้ด้วย
เทศบาลตำบลเชียงเครือ ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหา จึงได้จัดทำโครงการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะการป้องกันและช่วยเหลือเด็กจมน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขึ้น เพื่อจะได้เป็นการช่วยลดความรุนแรงและการ สูญเสียจากการประสบเหตุจากการจมน้ำ อีกทั้งเป็นการฝึกให้เด็ก - เยาวชนในตำบลเชียงเครือ เกิดทักษะและมีความชำนาญ สามารถเอาความรู้ที่ได้รับนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนสามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุดังกล่าวได้
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในเด็กปฐมวัย90
ร้อยละของเด็กปฐมวัย 2-4 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับเบา ปานกลาง และมาก สะสมอย่างน้อย 180 นาทีต่อวัน)
- เพื่อสอนและฝึกหัดให้เด็กและเยาวชน สามารถว่ายน้ำเป็นจนเอาชีวิตรอดจากการเหตุทางน้ำได้
- เพื่อสอนและฝึกหัดให้เด็กและเยาวชนรู้ จักและสามารถช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุทางน้ำได้อย่างถูกต้อง
- เพื่อลดความเสี่ยง จากการจมน้ำเสียชีวิตในเด็กและเยาวชน
-
เด็กและเยาวชน
-
เด็กและเยาวชน อายุ 8 - 15 ปี จำนวน 80 คน80
-
เด็กและเยาวชน อายุ 8 - 15 ปี จำนวน 80 คน5
-
เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลเชียงเครือ และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่าย พลเรือน จำนวน 5 คน
-
ครู/ผู้ช่วยครู/บุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนเทศบาลเชียงเครือ จำนวน 5 คน5
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ภาคทฤษฎี ความสำคัญของการฝึกอบรบ
- ค่าตอบแทนวิทยากรคุณวิทยากร เป็นเงิน 37,800 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรภาคทฤษฎี 1 คนx600 บาทx1 ชม.x3 วัน เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าวิทยากรภาคปฏิบัติ 4 คนx600 บาทx5 ชม.x3 วัน เป็นเงิน 36,000 บาท 2ค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมและเจ้าหน้าที่ เป็นเงิน 35,100 บาท
- ค่าอาหาร และเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้ดูแล จำนวน 90 คนx80 บาทx3 วัน
เป็นเงิน 21,600 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 3 วัน เป็นเงิน 13,500 บาท
- ค่าบริการสระว่ายน้ำ จำนวน 80 คน x 20 บาท x 3 วัน เป็นเงิน 4,800 บาท
- ค่าวัสดุฝึกอบรม เป็นเงิน 1,525 บาท
- กระดาษ เอ 4 จำนวน 1 รีม ๆ ละ 125 บาท เป็นเงิน 125 บาท
- กระดาษทำประกาศนียบัตรขอบทอง เป็นเงิน 370 บาท
ขนาด A 4 หนา 180 แกรม จำนวน 2 รีมๆ ละ 185 บาท - ดินสอ HB จำนวน 2 กล่องๆ ละ 115 บาท เป็นเงิน 230 บาท
- กรอบเกียรติบัตร ขนาดเอ4 จำนวน 8 อันๆละ 100 บาท เป็นเงิน 800 บาท
- ค่าป้ายโครงการขนาด 1.2 เมตร x 2.5 เมตร x 150 บาท เป็นเงิน 450 บาท
- ค่าจ้างเหมารถรับ - ส่งผู้เข้ารับการอบรม
จำนวน 3 วันๆ ละ 2 คันๆ ละ 1,500 บาท เป็นเงิน 9,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 88,675 บาท (แปดหมื่นแปดพันหกร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน)
1 พฤษภาคม 2569 ถึง 6 พฤษภาคม 256988675 บาท - ค่าตอบแทนวิทยากรคุณวิทยากร เป็นเงิน 37,800 บาท
ขั้นเตรียมการ 1. จัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 2. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน 3. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการ 4. ประชาสัมพันธ์รับสมัครเด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการ 5. จัดเตรียมสถานที่ และอุปกรณ์ในการฝึกอบรม ขั้นดำเนินการ การดำเนินโครงการ ประกอบด้วยกิจกรรม ดังนี้ 1. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ 2. ฝึกทักษะการว่ายน้ำและการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ 3. ฝึกทักษะการช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำ 4. ฝึกทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อพบผู้ประสบเหตุทางน้ำ ขั้นประเมินและสรุปผลการดำเนินงาน 1.การประเมินความพึงพอใจและการนำไปใช้ของผู้เข้าร่วมโครงการ 2.สรุปและรายงานผลการดำเนินโครงการ
จากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลเชียงเครือ จำนวน 88,675 บาท รายละเอียดดังนี้
1. ค่าตอบแทนวิทยากรคุณวิทยากร เป็นเงิน 37,800 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากรภาคทฤษฎี 1 คนx600 บาทx1 ชม.x3 วัน เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าวิทยากรภาคปฏิบัติ 4 คนx600 บาทx5 ชม.x3 วัน เป็นเงิน 36,000 บาท
2ค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมและเจ้าหน้าที่ เป็นเงิน 35,100 บาท
- ค่าอาหาร และเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าอบรมและผู้ดูแล จำนวน 90 คนx80 บาทx3 วัน
เป็นเงิน 21,600 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 คน x 25 บาท x 2 มื้อ x 3 วัน
เป็นเงิน 13,500 บาท
3. ค่าบริการสระว่ายน้ำ จำนวน 80 คน x 20 บาท x 3 วัน เป็นเงิน 4,800 บาท
4. ค่าวัสดุฝึกอบรม เป็นเงิน 1,525 บาท
- กระดาษ เอ 4 จำนวน 1 รีม ๆ ละ 125 บาท เป็นเงิน 125 บาท
- กระดาษทำประกาศนียบัตรขอบทอง เป็นเงิน 370 บาท
ขนาด A 4 หนา 180 แกรม จำนวน 2 รีมๆ ละ 185 บาท
- ดินสอ HB จำนวน 2 กล่องๆ ละ 115 บาท เป็นเงิน 230 บาท
- กรอบเกียรติบัตร ขนาดเอ4 จำนวน 8 อันๆละ 100 บาท เป็นเงิน 800 บาท
5. ค่าป้ายโครงการขนาด 1.2 เมตร x 2.5 เมตร x 150 บาท เป็นเงิน 450 บาท
6. ค่าจ้างเหมารถรับ - ส่งผู้เข้ารับการอบรม
จำนวน 3 วันๆ ละ 2 คันๆ ละ 1,500 บาท เป็นเงิน 9,000 บาท
- เด็กและเยาวชน สามารถว่ายน้ำเป็นจนเอาชีวิตรอดจากการประสบเหตุทางน้ำได้
- เด็กและเยาวชน มีความรู้ และทักษะในการช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุทางน้ำได้อย่างถูกต้อง
- อัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำในเด็กและเยาวชนลดลง
