โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
-
นายมะ มะแซ
-
นายมะดาโอะ ดาแม็ง
-
นายมะ วานิ
-
นายมะแอ มะนอ
-
นายขอยา เจ๊ะอุเซ็ง
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (150 นาทีต่อสัปดาห์)20
-
จำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้มง่าย เป็นต้น70
-
ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก60
-
ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะซึมเศร้า20
ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) โดยมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีความสุข และสามารถพึ่งพาตนเองได้ ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักประสบปัญหาด้านสุขภาพหลายด้าน เช่น โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การเคลื่อนไหวร่างกายลดลง ภาวะเสื่อมตามวัย รวมถึงปัญหาสุขภาพจิต เช่น ความเครียด ความเหงา และการขาดกิจกรรมทางสังคม และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ นอกจากปัญหาด้านสุขภาพแล้ว ผู้สูงอายุบางส่วนยังขาดความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการเงินและการออมเงิน ส่งผลให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจในครัวเรือน การใช้จ่ายที่ไม่เหมาะสม หรือขาดการวางแผนการเงินในวัยสูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลจะรัง ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุแบบบูรณาการ (กาย ใจ และการวางแผนการเงินในวัยสูงอายุ) เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้รับความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย การส่งเสริมสุขภาพจิต รวมถึงการให้ความรู้เรื่องการออมเงินและการวางแผนการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อันจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี มีความมั่นคงในชีวิต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุในชุมชนอย่างยั่งยืน
-
เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ7040
ผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ มีจำนวนลดลง
-
เพื่อลดผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก6040
ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก
-
เพื่อลดผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะซึมเศร้า2010
ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีภาวะซึมเศร้า
-
ผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลจะรัง จำนวน 50 คน50
ผู้สูงอายุจำนวน 50 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ขั้นเตรียมการ
1.ประชุมคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการ 2.สำรวจและจัดทำทะเบียนผู้สูงอายุในพื้นที่ 3.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ อสม. 4.จัดเตรียมสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ
10 เมษายน 2569 ถึง 10 เมษายน 25690 บาท -
ขั้นดำเนินกิจกรรม
-จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ เช่น การรัประทานอาหารที่หมาะสม การออกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ การส่งเสริมสุขภาพจิต -ตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณค่า BMI วัดความดันโลหิตสูง ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด -การยืดเหยียดในท่าต่างๆ -ส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกาย การยืดเหยียด
21 มีนาคม 2569 ถึง 21 มีนาคม 256917300 บาท -
การติดตามประเมินผล
1.จัดทำฐานข้อมูลสุขภาพผู้สูงอายุ -บันทึกข้อมูลสุขภาพ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง ค่า BMI ความดันโลหิตสูง 2.ติดตามสุขภาพเป็นระยะ
-วัดความดันโลหิตสูง ชั่งน้ำหนัก และประเมินภาวะสุขภาพทั่วไป
-คัดกรองโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน 3.เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง
-จนท.รพ.สต. อสม. ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน -ให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค -ประเมินสภาพแวดล้อมทีีมีผลต่อสุขภาพผู้สูงอายุ20 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569บาท
1.ค่าป้ายไวนิลขนาด 2.5 x 1.2 x 250 เป็นเงิน 750 บาท 2.ค่าวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท 3.ค่าอาหารกลางวัน 50 กล่องๆละ 60 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท 4.ค่าอาหารว่าง 50 ชุดๆละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 3,000 บาท 5.เครื่องวัดความดันโลหิตสูง จำนวน 2 เครื่อง ๆ ละ 2,500 เป็นเงิน 5,000 บาท 6.ชุดเครื่องเจาะเบาหวาน จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 1,000 บาท 7.เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล วัดดัชนีมวลรวม 1 เครื่อง เป็นเงิน 950 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 17,300 บาท
1.ผู้สูงอายุมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น เช่น การออกกลังกาย การรับประทานอาหารที่เหมาะสม
2.ผู้สูงอายุมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ
3.ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น รู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ใม่รู้สึกโดดเดี่ยว และมีความุขในการใช้ชีวิต
4.ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เกิดความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน และมีการช่วยเหลือดูแลกันมากขึ้น
5.ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสม
