โครงการเสริมสร้างสุขภาวะองค์รวมและจิตใจเข้มแข็ง ประจำปีงบประมาณ 2569
-
นายเทวินทร์ นามบุตร นายกเทศมนตรีตำบลเขื่องใน
-
นายสุวิทย์ ครองยุทธ รองนายกเทศมนตรีตำบลเขื่องใน
-
นางระเบียบ นามบุตร ประธานชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเขื่องใน
-
นางสาวนันท์นภัส เดชคำภู นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ
-
นางสาวจรุงศรี มั่นทองพิทักษ์
-
ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป) ที่มีภาวะเครียดและเสี่ยงฆ่าตัวตาย2
-
ร้อยละของผู้ใหญ่ อายุ 26-60 ปี ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก4
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)5
ปัญหาด้านสุขภาพของประชากรในปัจจุบันมีความซับซ้อนและครอบคลุมทั้งมิติทางกายและจิตใจ ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น แต่รวมถึงวัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน และกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ด้วย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีเป็นรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่า ประชากรในพื้นที่เทศบาลตำบลเขื่องใน มีความเสี่ยงและปัญหาที่หลากหลาย เช่น ภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs), ภาวะซึมเศร้าและความเครียด, การขาดความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพตนเองอย่างถูกต้องตามวัย, และการขาดการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมทางสังคมที่ส่งเสริมสุขภาวะ ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลเขื่องใน ซึ่งเป็นแกนนำด้านสุขภาพในชุมชน เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างองค์รวม (Holistic Approach) และครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย จึงได้จัดทำ โครงการเสริมสร้างสุขภาวะองค์รวมและจิตใจเข้มแข็ง ขึ้น เพื่อเป็นกลไกในการส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาทักษะและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีในทุกกลุ่มวัยอย่างยั่งยืน โดยเน้นการสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชนในการดูแลกันเอง
-
เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ถูกต้องและเหมาะสมตามวัย ให้แก่ประชากรทุกกลุ่มวัยในพื้นที่4
-
เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ถูกต้องและเหมาะสมตามวัย ให้แก่ประชากรทุกกลุ่มวัยในพื้นที่3
-
เพื่อส่งเสริมการคัดกรองสุขภาพกายและสุขภาพจิตเบื้องต้น และให้คำแนะนำหรือส่งต่อการรักษาได้อย่างทันท่วงที
-
เพื่อสร้างเครือข่ายแกนนำสุขภาพในชุมชน (อสม., สมาชิกชมรมผู้สูงอายุ,ประชาชนผู้สนใจ) ให้สามารถดูแลและสนับสนุนด้านสุขภาพแก่สมาชิกในครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน100
-
กลุ่มผู้สูงอายุ100
อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 50 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับผู้ดูแลผู้สูงอายุ
อบรมให้ความรู้ผู้ดูแลผู้สูงอายุเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและการออกกำลังกายและฝึกปฏิบัติการออกกำลังกายโดยใช้ผ้าขาวม้า
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569ผู้ดูแลผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและการออกกำลังกายที่ถูกวิธีและนำความรู้ไปถ่ายทอดกับผู้สูงอายุได้
35000 บาท -
อบรมให้ความรู้ผู้ดูแลผู้สูงอายุเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและการออกกำลังกายถึงบาท
-
อบรมให้ความรู้ให้เด็กและเยาวชนเป็นแกนนำในการดูแลผู้สูงอายุถึงบาท
-
อบรมให้ความรู้ให้เด็กและเยาวชนเป็นแกนนำในการดูแลผู้สูงอายุ
อบรมให้ความรู้ผู้ดูแลผู้สูงอายุเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและการออกกำลังกายและฝึกปฏิบัติการออกกำลังกายโดยใช้ผ้าขาวม้า
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและการออกกำลังกายที่ถูกวิธีและนำความรู้ไปถ่ายทอดกับผู้สูงอายุได้
35000 บาท -
ฝึกปฏิบัติการออกกำลังให้กับผู้สูงอายุ (3 อ. 2 ส.)
ฝึกปฏิบัติให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายโดยใช้ผ้าขาวม้า และให้ความรู้เกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมการบริโภคการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายที่ถูกวิธี
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 256930000 บาท
1.ผู้สูงอายุเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพที่ถูกวิธี ลดความเสี่ยงด้านภาวะเนือยนิ่ง 2.เกิดแกนนำเด็กและเยาวชนในการเป็นผู้ดูแลสุขภาพ 3.กลไกผู้ดูแลสุขภาพมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบองค์รวม
