โครงการ Safety Zone พื้นที่ปลอดภัย ห่างไกลอุบัติเหตุและโรคติดต่อ ประจำปี 2569
-
นายธนพงษ์ ศักดิ์ศรีวัน
-
นางสาวระวิวรรณ สงวนจินต์
-
นางสาวกุลธิดา ราชพัฒน์
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่มีความรู้ สามารถปฏิบัติตัวในการป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม1
-
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด1
-
จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น20
เด็กและเยาวชนถือเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่สุดของประเทศ การพัฒนาเด็กให้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา จึงเป็นภารกิจสำคัญของสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม ในสภาพสังคมปัจจุบัน นักเรียนต้องเผชิญกับความเสี่ยงและภัยคุกคามรอบด้าน ทั้งภัยจากอุบัติเหตุจราจร ภัยทางสังคม ยาเสพติด รวมถึงภัยจากโรคติดต่อและปัญหาสุขภาพอนามัย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้เรียน โดยเฉพาะนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้และยังขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลปกป้องตนเองจากภัยอันตรายต่างๆ สถานการณ์ความไม่ปลอดภัยที่มักพบเห็นได้บ่อยครั้ง ได้แก่ การขาดวินัยจราจรในการเดินทางมาโรงเรียน การขาดความระมัดระวังเมื่อพบเจอคนแปลกหน้า รวมถึงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด ในขณะเดียวกัน ด้านสุขภาวะทางร่างกาย นักเรียนยังมีความจำเป็นต้องได้รับการปลูกฝังความรู้เรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล การป้องกันโรคติดต่อในโรงเรียน และหลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพของตนเอง ด้วยความตระหนักในปัญหาดังกล่าว โรงเรียนบ้านหนองสระ จึงได้จัดทำ โครงการ "Safety Zone: พื้นที่ปลอดภัย ห่างไกลโรค" ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุคลากรทางการแพทย์ มาเป็นวิทยากร เพื่อบรรยายให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี ให้แก่นักเรียน การดำเนินงานครั้งนี้มุ่งหวังให้โรงเรียนบ้านหนองสระเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safety Zone) ที่นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากภัยรอบตัว กฎจราจรเบื้องต้น โทษของยาเสพติด และการดูแลสุขภาวะ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยต่อไป
-
เพื่อเพิ่มจำนวนคนในชุมชนที่สามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้10
ร้อยละของคนในชุมชนที่มีความรู้ สามารถปฏิบัติตัวในการป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม
-
เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด10
ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด
-
เพื่อลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น2015
จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน79
-
กลุ่มวัยทำงาน11
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เพื่อสกัดกั้นผู้เสพรายใหม่ในชุมชน โดยการคัดกรองและปรับพฤติกรรม ที่เน้นสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชนและกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่
จัดตั้งทีมเฝ้าระวัง สำรวจและค้นหากลุ่มเสี่ยงหรือพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมของเด็กและเยาวชนในชุมชน
ถึงบาท -
ระยะที่ 1 การป้องกัน การระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่
การสร้างความรู้ ความเข้าใจ การจัดการความรู้และนวัตกรรมและการสื่อสารเรื่องโรคติดต่ออุบัติใหม่ 1.1 เผยแพร่สื่อป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ ให้เข้าถึงประชาชนในชุมชน เช่น สื่อเอกสารจากเว็บไซต์ หนังสั้น คลิป ที่เป็นสื่อเข้าใจง่าย เป็นภาษาท้องถิ่น และคนทั่วไปเข้าใจง่ายนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง 1.2 ประชาสัมพันธ์ดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ ผ่านการจัดรายการวิทยุชุมชน การใช้เสียงตามสาย เพื่อรณรงค์และกระตุ้นให้คนทั่วไปได้ตระหนักในการป้องกันตนเองจากโรคติดต่ออุบัติใหม่ 1.3 เผยแพร่คู่มือคำแนะนำในการจัดการโรคติดต่ออุบัติใหม่ แจกจ่ายตามสถานที่ ได้แก่ คู่มือการป้องกันและจัดการโรคติดต่ออุบัติใหม่ ในที่สาธารณะ ในศาสนสถาน ในบ้าน ในชุมชน และในกรณีการจัดงานพิธีต่างๆ เช่น งานศพ 1.4 เผยแพร่สื่อคู่มือ โปสเตอร์ สำหรับประชาชน โดยใช้ภาษาท้องถิ่น เข้าใจง่าย ในการปฏิบัติเพื่อป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ เช่น การล้างมือ 7 ท่า นานอย่างน้อย 20 วินาที การใส่-ถอดหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การผลิตหน้ากากผ้า การสังเกตอาการเบื้องต้นและการตัดสินใจไปพบแพทย์ การปฏิบัติตนเมื่อกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง การจัดการขยะอุปกรณ์ปนเปื้อน เช่น หน้ากากอนามัย สำหรับชุมชน 1.5 เผยแพร่คู่มือ สื่อ การป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ตามหลักศาสนา การเยียวยาจิตใจในผู้ป่วยผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต 1.6 สร้างความรู้ ความเข้าใจให้เกิดการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ให้รับประทานอาหารครบห้าหมู่ มีกิจกรรมทางกายให้เพียงพอ เข้มงวดในการสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ล้างมือบ่อยๆ ทุกครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง รวมทั้งการงดเหล้าและบุหรี่ 1.7 รณรงค์ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในบ้านที่เหมาะสมในแต่ละกลุ่มวัย การลดเหล้าหรือบุหรี่ เพื่อช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง มีภูมิต้านทาน ผ่านสื่อออนไลน์ 1.8 เตรียมความพร้อมของประชาชนในพื้นที่ต่อการให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเมื่อมีการเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงหรือสัมผัสกับผู้ป่วย 1.9 อบรมให้ความรู้การป้องกันโรคทั้งระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว และชุมชน การจัดทำหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ รวมทั้งการทำความสะอาดบ้านและพื้นที่ที่มีคนใช้บ่อย ด้วยน้ำยาซักผ้าขาว ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อโรคได้เท่ากับแอลกอฮอล์ 70% 1.10 พัฒนาระบบแอพลิเคชัน เว็ปเพจการซื้อขายสินค้าออนไลน์ การควบคุมราคา และมาตรฐานคุณภาพสินค้าด้านโภชนาการ
ถึงบาท -
ยุทธศาสตร์ที่ 1 มุ่งเป้าลดการเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสของผู้ใช้รถใช้ถนน
ลดพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกกลุ่ม (เมา หมวกนิรภัย เข็มขัดนิรภัย เบาะนิรภัยเด็ก มือถือ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอื่น ไม่มีใบขับขี่ ขับเร็ว หลับใน) ด้วยการเพิ่มจำนวนด่าน และให้ความรู้ 1.1 เพิ่มการตรวจจับหรือจุดตั้งด่านตรวจจับผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน (เช่น ดื่มแล้วขับ ใช้วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอื่น ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ใช้เบาะนิรภัยสาหรับเด็กและที่นั่งพิเศษสาหรับเด็ก ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ขับเร็ว หลับใน) 1.2 กำกับดูแลผู้ขับขี่รถสาธารณะให้มีความพร้อมทางสภาพร่างกายก่อนและระหว่างการขับขี่
2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 25691.นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค 2.นักเรียนมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น 3.นักเรียนตระหนักถึงความปลอดภัยทางจราจร ๔. นักเรียนมีความตระหนักรู้ห่างไกลยาเสพติด
11100 บาท
1.นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค 2.นักเรียนมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น 3.นักเรียนตระหนักถึงความปลอดภัยทางจราจร ๔. นักเรียนมีความตระหนักรู้ห่างไกลยาเสพติด
