โครงการ กอด เล่น เล่า ปลอดโรค ปลอดภัย และสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามนโยบาย ๓ ก (กิน กระตุ้น กระตุก) ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าวัด ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙
-
นางศิริรัตน์ ศรีลาศักดิ์
-
นางสาวเฟื้องฤทัย ศรีเพียชัย
-
นางสาวสุพัตรา พิมพ์มีลาย
-
ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี ที่มีภาวะผอม68
-
ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี ที่มีภาวะเตี้ย69
-
ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี ที่มีภาวะอ้วน68
-
ร้อยละของเด็กปฐมวัย 2-4 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับเบา ปานกลาง และมาก สะสมอย่างน้อย 180 นาทีต่อวัน)74
เด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและเป็นอนาคตที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เด็กมีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะได้รับการดูแลจากครอบครัวและสังคม การวางรากฐานที่ดีให้กับเด็กปฐมวัย จึงเป็นการเตรียมความพร้อม และสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในเด็กช่วงปฐมวัย (0-5 ปี ) เป็นระยะที่สำคัญของชีวิต เนื่องจากเป็นวัยที่มีพัฒนาการเจริญเติบโตทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา มีการเรียนรู้โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง ๕ ด้าน จากพ่อแม่และผู้คนรอบข้าง รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กด้วย ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จะส่งผลต่อการพัฒนาจิตใจและความคิดของเด็ก หล่อหลอมให้เกิดเป็นบุคลิกภาพและอุปนิสัยของเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นครอบครัว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมถึงผู้เลี้ยงดู จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อเด็กในช่วงวัยนี้ แต่จากสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปโครงสร้างครอบครัวเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ความจำเป็นในการประกอบอาชีพ การออกไปทำงานนอกบ้านของพ่อแม่เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้เด็กขาดการอบรมเลี้ยงดูจากพ่อแม่ส่งไปโรงเรียนอนุบาลหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและเมื่ออายุ 3-5 ปี ร้อยละ 76 อยู่ในโรงเรียนอนุบาลหรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แสดงให้เห็นว่า ศูนย์เด็กเล็กเป็นทางเลือกหนึ่งในการทำหน้าที่แทนพ่อแม่ ครูผู้ดูแลเด็กคือผู้ที่ทำหน้าที่แทนพ่อแม่ในการเลี้ยงดูเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อให้เด็กทุก ๆ คนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม มีพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย เอื้อต่อพัฒนาการเด็กในทุกด้าน ตามนโยบายสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนครได้ให้ความสำคัญของการพัฒนาสติปัญญาของเด็กสกลนครที่เริ่มตั้งแต่แม่ตั้งครรภ์ จนถึงวัยเรียน ให้มีพัฒนาการสมวัย เติบโตและมีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ รวมทั้งมีความฉลาดทั้งทางสติปัญญา(IQ) มากกว่า ๑๐๐ และความฉลาดทางด้านอารมณ์(EQ) เป็นคนดีของสังคมและเป็นอนาคตของชาติ นั้น จะประกอบไปด้วยองค์ประกอบในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านพ่อแม่ผู้ปกครอง ด้านสังคมชุมชน ด้านทักษะการเรียนรู้ ด้านสุขภาพ ด้านพัฒนาการด้านต่างๆ ด้านเศรษฐกิจ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลต่อเด็กทั้งสิ้น โดยมีนโยบาย ๓ ก คือการกิน กระตุ้น กระตุก เริ่มที่การส่งเสริมหญิงตั้งครรภ์กินยา triferdine ทุกวันวันละ ๑ เม็ด ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนคลอดและให้นมบุตร ถึงอายุ ๖ เดือน เพื่อป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนในเด็ก หรือโรคเอ๋อ หยอดยา ferrus drop ให้กับเด็กที่มีอายุ ๖ เดือนถึง ๗ ปี สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง การกระตุก คือการกระตุก มีการฝึกจินตคณิตให้กับแม่ตั้งครรภ์ จนถึงคลอดบุตร และเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กระตุ้น คือการให้ครูผู้ดูแลเด็ก แกนนำสุขภาพชุมชน ผู้นำชุมชน พ่อแม่ ผู้ปกครอง มีส่วนร่วนในการส่งเสริม กลุ่มเด็กอายุ ๐-๕ ปี เป็นช่วงสำคัญที่สุดของการวางรากฐานของชีวิตจิตใจ เป็นระยะที่สมองมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว พร้อมสำหรับการรับรู้ เรียนรู้ เนื่องจากเด็กวัยนี้เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็น เริ่มเป็นอิสระและพึ่งตัวเองได้มากขึ้นเล็กน้อย เด็กจะมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย กล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหว พัฒนาการทางภาษา พัฒนาการทางอารมณ์และสังคม ซึ่งพัฒนาการส่วนใหญ่ของเด็กวัยนี้จะขึ้นอยู่กับการปรับตัวให้คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อม และการเรียนรู้พฤติกรรมที่เหมาะสมเป็นสำคัญ หากเด็กได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ได้รับการตอบสนองความต้องการด้านร่างกายและจิตใจอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว เด็กจะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่เหมาะสม มีสุขภาพดี สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข เพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันและเป็นการตอบสนองนโยบายการพัฒนาความสามารถทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ รวมถึงจะต้องมีการประเมินพัฒนาการเด็กอายุ ๐-๕ ปี ทุกคน และประเมินความสามารถทางสติปัญญา(IQ) และความฉลาดทางอารมณ์(EQ) และหาปัจจัยที่ส่งต่อความสามารถทางสติปัญญา และความฉลาดทางอารมณ์พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือซึ่งในการดำเนินงานนั้น จำเป็นจะต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากรที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครูผู้ดูแลเด็กและพ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมไปถึงการพัฒนาเครื่องมือแนวทางให้ความรู้ สร้างเจตคติ และทักษะให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาความสามารถทางสติปัญญาของเด็กในศูนย์พัฒนา เด็กเล็กบ้านท่าวัด ดังนั้น เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับแกนนำสุขภาพชุมชน ครูผู้ดูแลเด็ก พ่อแม่ และผู้ปกครองในชุมชนให้มีความรู้ความเข้าใจ สร้างภูมิคุ้มกันในชุมชน ทักษะการเรียนรู้ของเด็กอนุบาลในแต่ละด้าน ส่งเสริมการเฝ้าระวังพัฒนาการ โภชนาการ และการสร้างเชาวน์ปัญญาให้กับเด็กตั
-
เพื่อลดภาวะผอม ในเด็กอายุ 0-5 ปี6850
ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี ที่มีภาวะผอม
-
เพื่อลดภาวะเตี้ยในเด็กอายุ 0-5 ปี6940
ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี ที่มีภาวะเตี้ย
-
เพื่อลดภาวะอ้วน ในเด็กอายุ 0-5 ปี6830
ร้อยละของเด็กอายุ 0-5 ปี ที่มีภาวะอ้วน
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในเด็กปฐมวัย7480
ร้อยละของเด็กปฐมวัย 2-4 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับเบา ปานกลาง และมาก สะสมอย่างน้อย 180 นาทีต่อวัน)
-
กลุ่มวัยทำงาน86
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การพัฒนานโยบายสาธารณะด้านอาหารในชุมชน
การกำหนดนโยบายชุมชนเรื่องการไม่ขายเครื่องดื่มน้ำหวาน ขนมขบเคี้ยวในบริเวณ ใกล้หรือในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน
ถึงบาท -
การสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
1.ผลักดันนโยบายศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนจัดรูปแบบกิจกรรมทางกายควบคู่กับกิจกรรมด้านอาหารและโภชนาการ 2.ผลักดันนโยบายการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา สถานประกอบการที่เอื้อต่อการสร้างแรงจูงใจ ความปลอดภัยในการมีกิจกรรมทางกาย 3.ร่วมสร้างนโยบายของหน่วยงาน สถานประกอบการ ในการจัดสรรเวลา สถานที่ และส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายของพนักงาน 4.ร่วมสร้างข้อตกลงชุมชนในการใช้พื้นที่สาธารณะ การใช้เส้นทางสัญจร (เดิน/จักรยาน) ที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 25691.พ่อแม่หรือบุคคลในครอบครัวเด็กปฐมวัย แกนนำสุขภาพชุมชน ผู้นำชุมชน มีความรู้ในแนวทางการส่งเสริมพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้ง ๔ด้าน แสดงพฤติกรรมอย่างเหมาะสม) มีความสุขและสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ แนวทางนโยบาย ๓ ก (กิน กระตุ้น กระตุก)
2.ครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แกนนำสุขภาพชุมชน ผู้นำชุมชน มีความรู้ในแนวทางการส่งเสริมพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้ง ๔ ด้านประเมินคัดกรอง ส่งเสริม/กระตุ้น พัฒนาการสมวัยและมีเครื่องมือประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามมาตรฐาน23850 บาท
1.พ่อแม่หรือบุคคลในครอบครัวเด็กปฐมวัย แกนนำสุขภาพชุมชน ผู้นำชุมชน มีความรู้ในแนวทางการส่งเสริมพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้ง ๔ด้าน แสดงพฤติกรรมอย่างเหมาะสม) มีความสุขและสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ แนวทางนโยบาย ๓ ก (กิน กระตุ้น กระตุก) 2.ครูผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แกนนำสุขภาพชุมชน ผู้นำชุมชน มีความรู้ในแนวทางการส่งเสริมพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้ง ๔ ด้านประเมินคัดกรอง ส่งเสริม/กระตุ้น พัฒนาการสมวัยและมีเครื่องมือประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามมาตรฐาน
