โครงการเยี่ยมผู้สูงอายุ
-
ปัจจุบัน แนวโน้มที่ผู้สูงอายุอยู่ลำพังมากขึ้น หรืออยู่กับเด็กในวัยเรียนและก่อนวัยเรียน บางรายปล่อยให้ผู้สูงอายุดำเนิน ชีวิตอยู่เพียงลำพังด้วยเงินเบี้ยยังชีพเท่านั้น ผู้สูงอายุไม่มีโอกาสได้ออกมาทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มหรือชมรมต่างๆ บางรายอาจเกิดความน้อยใจหรือหมดกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป จากสภาพปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น เห็นได้ว่ามีความสำคัญและจำเป็นต้อง ติดตามดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง การเยี่ยมสูงอายุเพื่อรับทราบถึงสภาพปัญหาและร่วมกันค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาของผู้สูงอายุ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิต และการดูแลรักษาสุขภาพอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนกับผู้สูงอายุ175
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) ในปี พ.ศ. 2569 ประเทศไทยจะเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) โดยมีผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของประชากรทั้งหมด นำมาซึ่งความท้าทายด้านการดูแลสุขภาพ ค่าครองชีพ สวัสดิการ และการพึ่งพิง รวมถึงแนวโน้มที่ผู้สูงอายุอยู่ลำพังมากขึ้น ภาครัฐและภาคเอกชนจึงต้องเร่งปรับนโยบายและพัฒนาบริการเพื่อรองรับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงนี้ พร้อมทั้งกระตุ้นให้ภาคประชาชนวางแผนชีวิตและสุขภาพให้พร้อมรับมือ โดยทั่วไปได้แบ่งผู้สูงอายุออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1. กลุ่มติดสังคม ที่มีสุขภาพแข็งแรง ชอบออกมาทำกิจกรรมกับคนวัยเดียวกันนอกบ้าน 2. กลุ่มติดบ้าน ยังสามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่ไม่ยอมออกไปไหน และ 3. กลุ่มติดเตียง ซึ่งมีอาการเจ็บป่วย จำเป็นต้องได้รับการดูแล กลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ประกอบด้วย กลุ่มผู้สูงอายุติดบ้าน กลุ่มติดเตียง ทั้งนี้ผู้สูงอายุจำนวนมาก ขาดการดูแลเอาใจใส่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพังหรืออยู่กับเด็กในวัยเรียนและก่อนวัยเรียน โดยบุตรหลานวัยทำงานนอกพื้นที่ ทำให้บุตรหลานไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุ บางรายปล่อยให้ผู้สูงอายุดำเนิน ชีวิตอยู่เพียงลำพังด้วยเงินเบี้ยยังชีพเท่านั้น ผู้สูงอายุไม่มีโอกาสได้ออกมาทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มหรือชมรมต่างๆ บางรายอาจเกิดความน้อยใจหรือหมดกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป แม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุผลในทางปฏิบัติได้ดีเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการ ขาดความร่วมมือ หรือการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาการขาดจิตสำนึกที่ตระหนักถึงความ สำคัญและความจำเป็นที่ต้องแก้ไข รวมทั้งการไม่ทราบหรือไม่สามารถเข้าถึงแหล่งการให้บริการและการ ช่วยเหลือของหน่วยงานต่าง ๆ ตำบลเกาะสะบ้า มีประชากร รวม 7,359 คน มีกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 1,011 คน คิดเป็นร้อยละ 13.73 ของประชากรทั้งตำบล จากข้อมูลประชาชนผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลเกาะสะบ้า ถือได้ว่าตำบลเกาะสะบ้าอยู่ในระดับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นเพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุติดบ้าน กลุ่มติดเตียง ได้รับการดูแลสภาพจิตใจ การสร้างขวัญกำลังใจการดูแลสภาพจิตใจ การสร้างขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิตจากตัวแทนผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสะบ้า จึงได้จัดทำโครงการเยี่ยมผู้สูงอายุ ประจำปี 2569 โดยจะจัดกิจกรรมให้ความรู้ในการดำเนินชีวิตและดูแลสุขภาพเบื้องต้นให้กับกลุ่ม ผู้สูงอายุ และดำเนินการเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไป เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นในการดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อสร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุ ในพื้นที่เขตตำบลเกาะสะบ้า
-
เพื่ออบรมให้ความรู้แก่แกนนำผู้สูงอายุ,อสม. มีความรู้ในการดูแลสุขภาพ โภชนาการ การออกกำลังกายและสามารถถ่ายทอดให้กับเพื่อนผู้สูงอายุในพื้นที่ได้90
แกนนำผู้สูงอายุ ,เจ้าหน้าที่ ร้อยละ 90 มีทักษะในการดูแลผู้สูงอายุได้
-
เพื่อลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยม ผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถออก มาร่วมกิจกรรมในชุมชนได้ สร้างขวัญกำลังใจให้กับกลุ่ม ผู้สูงอายุ ให้เห็นคุณค่า ของชีวิตและพร้อมที่จะดำรงชีวิตต่อไป100
แกนนำผู้สูงอายุ ,เจ้าหน้าที่ ร้อยละ 100 มีระบบเฝ้าระวังและดูแลผู้สูงอายุ สามารถประเมินเพื่อการส่งต่อได้
-
เพื่อลงพื้นที่ให้ความรู้แก่ผู้ดูแล ผู้สูงอายุ ในเรื่องการตรวจสุขภาพ เบื้องต้นและส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาการด้านสุขอนามัย ของผู้สูงอายุ100
แกนนำผู้สูงอายุ ,เจ้าหน้าที่ ร้อยละ 100 มีระบบเฝ้าระวังและดูแลผู้สูงอายุ สามารถประเมินเพื่อการส่งต่อได้
-
กลุ่มวัยทำงาน45
-
กลุ่มผู้สูงอายุ175
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้ให้กับ อสม.แกนนำผู้สูงอายุ (หมู่บ้านละ 5 คน *8 หมู่บ้าน) จำนวน 40 คน และเจ้าหน้าโครงการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 คน รวมจำนวน 45 คน ข้อหัว “การดูแลผู้สูงอายุ อย่างถูกวิธี” และ “การเสริมสร้างกำลังใจให้กับผู้สูงอายุ”
1.ค่าป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย ขนาด 1.2*2.4 เมตร เป็นเงิน 576 บาท 2. ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คน จำนวน 5 ชั่วโมง ชั่วโมง ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท 3. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อ มื้อละ 25 บาท จำนวน 45 ชุด เป็นเงิน 2,250 บาท 4. ค่าอาหารกลางวันและน้ำดื่ม จำนวน 45 คน คนละ 60 บาท เป็นเงิน 2,700 บาท 5. ค่าวัสดุ อุกปกรณ์ในการฝึกอบรม (กระเป๋า,ปากกา,สมุด) จำนวน40 ชุด ๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 2,000บาท
1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569อสม. แกนนำผู้สูงอายุ มีความรู้ในการดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกวิธีและเสริมสร้างกำลังใจให้กับผู้สูงอายุ
10526 บาท -
กิจกรรมเยี่ยมผู้สูงอายุ ให้ความรู้ แนะนำการดูแลสุขภาพตนเองสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้สูงอายุ ในเขตพื้นที่ตำบลเกาะสะบ้า (กลุ่มเป้าหมาย 80 ปีขึ้นไป )
1.ค่าเหมาจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงออกเยี่ยมบ้าน ให้กับแกนนำผู้สูงอายุ (40 คน คนละ 100บาท)
เป็นเงิน 4,000 บาท 2. ชุดอาหารสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุ ค่าจัดซื้อ นม ชนิดกล่อง 180 มล. ( 1 ชุดมี 12 กล่อง) ราคาชุดละ 126 บาท จำนวน 175 ชุด เป็นเงิน 22,050 บาท ค่าจัดซื้อ ไข่ไก่ จำนวน 175 ชุด ชุดละ 100 บาท เป็นเงิน 17,500 บาท1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ได้เยี่ยมผู้สูงอายุและให้กำลังใจพร้อมแนะนำการดูแลสุขภาพ
43550 บาท -
สรุปแบบเยี่ยมบ้านและรายงานผล
สรุปผลการดำเนินโครงการ
1 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569สรุปผลเป็นรายงานเป็นรูปเล่ม
0 บาท
- แกนนำผู้สูงอายุ,อสม.สามารถช่วยเหลือ มีทักษะในการดูแลสุขภาพ สร้างแรงจูงใจให้กับผู้สูงอายุในพื้นที่ได้
- สามารถสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้สูงอายุ ให้พร้อมที่จะ ดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข 3.ทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือช่วยเหลือผู้สูงอายุ
