-
ร้อยละของคนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ได้รับการดูแล ป้องกัน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)
โรคในระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้อโรค ตั้งแต่จมูก คอ หลอดลมไปจนถึงปอด จะมีอาการไข้ อาจไข้สูงหรือต่ำขื้นอยู่กับชนิดของเชื้อ ไออาจไอมีเสมหะหรือไม่มีเสมหะก็ได้ มีน้ำมูก คัดจมูก จามเจ็บคอ อาจมีเสียงแหบ อาการทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ได้แก่ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ซาร์ส และการติดเชื้อจากแบคทีเรีย ได้แก่ ปอดบวม และวัณโรค ถือได้ว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ บางคนอาจเป็นปีละหลายครั้ง เช่น โรคหวัด สามารถหายได้เองโดยการดูแลสุขภาพตนเองอย่างถูกต้อง และในสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังคงมีการระบาดเชื้อโควิดและภาวะอาการหลงเหลือต่อเนื่อง เป็นภาวะที่หลายคนอาจคุ้นหูว่า ลองโควิด (Long COVID) หรือ Post COVID-19 Syndrome ก็จะเห็นได้ชัดว่าส่งผลกระทบต่อระบบระบบทางเดินหายใจโดยตรงเช่นกัน ในปีพ.ศ. 2568 พื้นที่ตำบลตาลีอายร์ ประชาชนได้เข้ารับการรักษาโรค 3 อับดับแรก ได้แก่ อันดับที่ 1. โรคระบบทางเดินหายใจ (ไข้หวัด) จำนวน 435 คน 695 ครั้ง อับดับที่ 2 โรคทางผิวหนัง (ผื่นคัน) จำนวน 105 คน 134 ครั้ง อันดับที่ 3 กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) จำนวน 71 คน 399 ครั้ง จะเห็นได้ชัดว่าโรคระบบทางเดินหายใจ ( ไข้หวัด ) เป็นโรคหลักที่มารับการรักษา โดยหวังการรักษาด้วยการใช้ยาแผนปัจจุบัน แต่ความเป็นจริงโรคระบบทางเดินหายใจ ( ไข้หวัด) เกิดจากเชื้อไวรัสที่สามารถหายได้เองโดยการดูแลสุขภาพตนเอง พักผ่อนให้เพียงพอ และโดยการใช้วิธีธรรมชาติหรือสมุนไพรจากธรรมชาติเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายแข็งแรง การสุมยา เป็นหัตถการหนึ่งในทางการแพทย์แผนไทยที่ใช้ในการดูแลระบบทางเดินหายใจคือการใช้ความร้อนชื้นซึ่งได้จากไอน้ำเป็นตัวพาน้ำมันหอมระเหยจากยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการช่วยขยายทางเดินหายใจ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนให้หายใจได้ดีขึ้นและเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับทางเดินหายใจ การสุมยาเหมาะกับคนที่มีภาวะเสมหะมากในทางเดินหายใจหรือภาวะที่ทางเดินหายใจแห้ง ลดอาการไอ จาม หายใจติดขัด อาการมึนงง ภูมิแพ้ และปวดศีรษะไมเกรน เป็นหัตถการทางการแพทย์แผนไทยช่วยลดการใช้ยาแผนปัจจุบันเกินความจำเป็น และช่วยให้ประชาชนมีการดูแลสุขภาพโดยการพึ่งพาตนเอง ใช้สมุนไพรรอบตัวเป็นยาดูแลสุขภาพได้แบบยั่งยืน จากข้อมูลดังกล่าวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาลีอายร์ได้เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญการสุมยาสมุนไพรจึงได้จัดทำโครงการสุมยาสมุนไพรดูแลระบบทางเดินหายใจเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจในกลุ่มประชาชนทั่วไปได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ถูกต้องและปลอดภัย
-
เพิ่มการดูแล ป้องกัน คนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)
ร้อยละของคนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ได้รับการดูแล ป้องกัน เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืดและระบบทางเดินหายใจ)
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมเกี่ยวกับการสุมยาสมุนไพรดูแลระบบทางเดินหายใจ
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 30 คน X 30 บาท X 1 ครั้ง เป็นเงิน 900 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน กลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินโครงการ 30 คน X 60 บาท X 1 ครั้ง เป็นเงิน 1,800 บาท
29 เมษายน 2569 ถึง 4 พฤษภาคม 2569ร้อยละ 100 ของกลุ่มประชาชนทั่วไปอายุ 18-60 ปี จำนวน 30 คน ได้รับความรู้เกี่ยวกับการสุมยาสมุนไพรดูแลระบบทางเดินหายใจ
2700 บาท-
บาท
-
กิจกิจกรรมการสุมยาสมุนไพรเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและสามารถประสานความร่วมมือเผยแพร่นำไปปฏิบัติกรรมอบรมเกี่ยวกับการสุมยาสมุนไพรดูแลระบบทางเดินหายใจ
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินโครงการ 30 คน X 30 บาท X 1 ครั้ง เป็นเงิน 900 บาท
- ค่าวัสดุและอุปกรณ์สำหรับสุมยาสมุนไพร เป็นเงิน 13,550 บาท
- ผ้าเช็ดตัว ขนาด 27 * 54 นิ้ว 30 ผืน X 200 บาท = 6,000 บาท
- กะละมังสแตนเลสขนาด 30 ซม. 30 ใบ X 150 บาท = 4,500 บาท
- เขียงไม้ทรงเหลี่ยม ขนาด 6 * 12 นิ้ว 5 ชิ้น X 120 บาท = 600 บาท
- มีดทำครัว ขนาด 7 นิ้ว 5 ด้าม X 90 บาท = 450 บาท
- หม้อต้มน้ำไฟฟ้าขนาด 5.5 ลิตร 1 ชิ้น X 2,000 บาท = 2,000 บาท
- ค่าสมุนไพรสดสำหรับสุมยาสมุนไพร เป็นเงิน 3,100 บาท 1. หอมแดง 5 กิโลกรัม X 70 บาท = 350 บาท 2. ตะไคร้ 5 กิโลกรัม X 70 บาท = 350 บาท 3. ขิง 5 กิโลกรัม X 80 บาท = 400 บาท 4. ข่า 5 กิโลกรัม X 80 บาท = 400 บาท 5. มะกรูด 5 กิโลกรัม X 80 บาท = 400 บาท 6. ใบกระเพรา 5 กิโลกรัม X 100 บาท = 500 บาท 7. การบูร 1 กิโลกรัม X 700 บาท = 700 บาท - ค่าวิทยากรอบรม 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าป้ายโครงการ ขนาด 1x2 เมตร จำนวน 1 แผ่นเป็นเงิน 750 บาท29 เมษายน 2569 ถึง 4 พฤษภาคม 2569กลุ่มประชาชนทั่วไปอายุ 18-60 ปี มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการสุมยาสมุนไพรดูแลระบบทางเดินหายใจ สามารถนำไปใช้ดูแลตัวเอง คนในครอบครัวและผู้อื่นๆ ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
20100 บาท - ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่มกลุ่มเป้าหมายและผู้ดำเนินโครงการ 30 คน X 30 บาท X 1 ครั้ง เป็นเงิน 900 บาท
-
ติดตาม ประเมินผลการนำสมุนไพรไปใช้ในการป้องกันการเกิดโรคทางเดินหายใจ
ได้ข้อมูลจากการติดตามและสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อรายงานการใช้จ่ายงบประมาณให้กับกองุทนฯ
4 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569บาท
1.ประชาชนทั่วไปอายุ 18-60 ปี จำนวน 30 คน ได้รับการอบรมเกี่ยวกับสุมยาสมุนไพรดูแลระบบทางเดินหายใจ
2.กลุ่มประชาชนทั่วไปอายุ 18-60 ปี มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการสุมยาสมุนไพรดูแลระบบทางเดินหายใจ สามารถนำไปใช้ดูแลตัวเอง คนในครอบครัวและผู้อื่นๆ ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
