เด็กไทยลดหวาน มัน เค็ม โรงเรียนบ้านบาโง
ปัจจุบันโรงไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases : NCDs) เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคอ้วน เป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น การบริโภคอาหารที่รสหวาน มัน และเค็มมากเกินไป รวมถึงการขาดการออกกำลังกาย ในปัจจุบันเด็กนักเรียนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนิยมบริโภคขนมกรุบกรอบ อาหารสำเร็จรูป และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม ชานม และเครื่องดื่มรสหวานต่าง ๆ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลต่อสุขภาพของเด็ก ทำให้เกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนตั้งแต่วัยเรียน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต โรงเรียนเป็นสถานที่สำคัญในการปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพที่ดีให้กับเด็กนักเรียน เนื่องจากเด็กใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ หากเด็กนักเรียนได้รับความรู้และฝึกปฏิบัติในการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสม จะสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว ดังนั้นโรงเรียนบ้านบาโง จึงได้จัดทำโครงการเด็กไทยลดหวาน มัน เค็ม โรงเรียนบ้านบาโงขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่เหมาะสม และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต
-
เพื่อให้นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการบรโภคอาหารที่เหมาะสม และลดหวาน มัน เค็ม
-
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
-
เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการดูแลสุขภาพให้กับนักเรียนตั้งแต่วัยเรียน
-
เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในอนาคต
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน122
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมให้ความรู้
- อันตรายของการบริโภคหวาน มัน เค็ม
- การเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสม
- การอ่านฉลากโภชนาการ ค่าใช้จ่ายในโครงการ - ป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 2 x 3 เมตร จำนวน 1 แผ่น ๆ ละ 250 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท - เอกสารประกอบการอบรม จำนวน 122 ชุด ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 3,050 บาท - ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 122 คน ๆ ละ 35 บาท/มื้อ จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 8,540 บาท - ป้ายไวนิลรณรงค์ลดหวาน มัน เค็ม ขนาด 2 x 1 เมตร จำนวน 2 ป้าย ๆ ละ 250 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท - สมุดบันทึกพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียน จำนวน 122 เล่ม ๆ ละ 20 บาท เป็นเงิน 2,440 บาท - ชุดสื่อการสอนโภชนาการ (โมเดลอาหาร/โมเดลน้ำตาล) จำนวน 2 ชุด ๆ 1,200 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท - วัสดุอุปกรณืกิจกรรมฐานการเรียนรู้ จำนวน 4 ชุด ๆ ละ 1,000 บาท เป็นเงิน 4,000 บาท - วัสดุทำโปสเตอร์และสื่อรณรงค์ จำนวน 1 ชุด ๆ ละ 3,000 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท - วัสดุอุปกรณ์กิจกรรมเกมการเรียนรู้ จำนวน 1 ชุด ๆ ละ 2,500 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท - วัสดุสำนักงานและวัสดุเบ็ดเตล็ดในการดำเนิโครงการ จำนวน 1 ชุด ๆ ละ 400 บาท เป็นเงิน 400 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 32,430 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569นักเรียนโรงเรียนบ้านบาโง จำนวน 122 คน ได้รับความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่เหมาะสม มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต
32430 บาท-
กิจกรรมฐานการเรียนรู้ด้านโภชนาการ0.00 บาท
-
กิจกรรมรณรงค์ลดหวาน มัน เค็ม0.00 บาท
-
กิจกรรมเกมและกิจกรรมกลุ่มเกี่ยวกับการเลือกอาหารที่มีประโยชน์0.00 บาท
-
กิจกรรมทำสื่อรณรงค์สุขภาพ เช่น ป้ายรณรงค์ โปสเตอร์บาท
- นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหารที่เหมาะสม
- นักเรียนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
- นักเรียนลดการบริโภคอาหารหวาน มัน และเค็ม
- นักเรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในอนาคต
