โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดเสี่ยงลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในชุมชน
สถานการณ์ปัจจุบันพบว่าประชาชนจำนวนมากอยู่ในภาวะกลุ่มเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) โดยเฉพาะ โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชากรไทยและระบบบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลการสำรวจสุขภาพแห่งชาติพบว่าอัตราการเกิดโรคเบาหวานอยู่กว่า 10.6% ของประชากรไทย และโรคความดันโลหิตสูงอยู่ที่ประมาณ 29.5% ในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งรวมผู้ที่ยังไม่ทราบว่าป่วยจริงอยู่ในสัดส่วนสูงด้วย ทั้งยังมีภาวะน้ำหนักเกินและภาวะอ้วนที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด NCDs เพิ่มขึ้นอย่างมากในประชากรไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การรับประทานอาหารไม่เหมาะสมและการไม่ออกกำลังกาย
ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและพื้นที่ใกล้เคียง ยังพบคนป่วยรายใหม่จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่ไม่เคยรับการคัดกรองความเสี่ยงโรค NCDs ทั้งยังพบปัญหาการควบคุมโรคเบาหวานที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โดยงานวิจัยในเขตภาคใต้พบว่าร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสูงถึงประมาณ 61.6% ในชุมชนระดับตำบล พฤติกรรมเสี่ยงที่พบได้บ่อย เช่น การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม การไม่ออกกำลังกาย การบริโภคโซเดียมสูง และการขาดการติดตามผลด้านสุขภาพ ส่งผลให้กลุ่มผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงมีแนวโน้มพัฒนาเป็นโรคจริงได้ง่าย หากไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง อสม. ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของระบบสุขภาพปฐมภูมิ มีบทบาทสำคัญในการเข้าถึงประชาชนรายบุคคลและครัวเรือน ทำให้สามารถเฝ้าระวังสุขภาพ คัดกรอง และติดตามผลพฤติกรรมได้ในระดับรากหญ้า
นอกจากนี้ แนวทางป้องกัน NCDs ระดับชาติได้เน้นย้ำถึงการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพและการสร้างความตระหนักตลอดจนการมีส่วนร่วมของภาคีในระดับพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของโครงการนี้ที่มุ่งสร้างระบบสนับสนุนให้ประชาชนและชุมชนมีความพร้อมในการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวอย่างยั่งยืน ทำให้การจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในชุมชน โดยมี อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานสาธารณสุขระดับชุมชน มีความใกล้ชิดกับประชาชน สามารถเข้าถึงครัวเรือน คัดกรองสุขภาพ ให้ความรู้ และติดตามพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง จึงเหมาะสมอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนงานป้องกันและควบคุมโรค NCDs ในระดับชุมชน
-
เพื่อคัดกรองและประเมินความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในประชาชนกลุ่มเป้าหมาย1
ร้อยละของกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการคัดกรองความเสี่ยงโรค NCDs
-
เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพตนเองและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม1
ร้อยละของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีความรู้ด้านการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการ
-
3. เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับวัย1
ร้อยละของกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติกรรมการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
-
เพื่อเสริมสร้างบทบาทและศักยภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการป้องกันและควบคุมโรค NCDs1
ร้อยละของผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตได้ดีขึ้น
-
กลุ่มวัยทำงาน40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คน มื้อละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 2,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 40 คน มื้อละ 60 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าวัสดุที่ใช้การอบรมฯ เป็นเงิน 2,000 บาท (1) ปากกา จำนวน 40 ด้าม ด้ามละ 15 บาท เป็นเงิน 600 บาท (2) สมุด จำนวน 40 เล่ม เล่มละ 15 บาท เป็นเงิน 600 บาท (3) แฟ้มใส ใส่เอกสาร จำนวน 40 แผ่น แผ่นละ 20 บาท เป็นเงิน 800 บาท
- ค่าวัสดุสาธิต (โภชนาการ/ฉลากอาหาร) เป็นเงิน 1,000 บาท
- ค่าป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1 x 2 เมตรละ 350 บาท เป็นเงิน 700
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25699900 บาท
1.ประชาชนมีความรู้และตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเองและป้องกันโรค NCDs 2.ลดจำนวนกลุ่มเสี่ยงรายใหม่ในชุมชน 3.ผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคได้ดี ลดภาวะแทรกซ้อน 4.ชุมชนมีระบบเฝ้าระวังและการดูแลโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
