โครงการส่งเสริมโภชนาการ ป้องกันโลหิตจาง ในสตรีตั้งครรภ์และสตรีให้นมบุตร
-
นางเหมวดี หลีปุ่ม
-
ร้อยละหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง31.81
-
ร้อยละทารกคลอดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม8.88
-
ร้อยละเด็กแรกเกิดถึงต่ำกว่า 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว10.34
1,000 วันแรกของชีวิตคือ ช่วงเวลาตั้งแต่การปฏิสนธิ และตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอด (270 วัน) รวมกับช่วงเวลาตั้งแต่แรกคลอดจนถึงอายุ 2 ปีบริบูรณ์ (730 วัน) 1,000 วันแรกของชีวิตเป็นที่รากฐาน สำคัญของชีวิต เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีการพัฒนาทางร่างกาย สมอง จิตใจและสังคม เนื่องจากเป็นช่วงเวลา ที่มีกระบวนการสร้างเซลล์สมอง เพิ่มเซลล์สมอง และควบคู่กับการสร้างเส้นใยประสาทเร็วที่สุด การได้รับ โภชนาการที่เหมาะสมร่วมกับความรัก ความอบอุ่นจากการเลี้ยงลูกด้วยวิธีที่ถูกต้อง จะทำให้ทารก เจริญเติบโต และพัฒนาเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพสูงในที่สุด โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกแห่งชีวิต มีเป้าหมายคือ การพัฒนาทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โภชนาการขณะตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ ในแต่ละวันหญิงตั้งครรภ์จำเป็นต้องได้รับพลังงานและสารอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วน ได้แก่ คาร์บอโฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลือแร่และน้ำ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของตนเองและทารกในครรภ์ โดยพลังงานและสารอาหารต่าง ๆ มาจากอาหารที่หญิงตั้งครรภ์รับประทาน ซึ่งสารอาหารดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในร่างกาย และส่งผ่านสารอาหารจากหญิงตั้งครรภ์ไปทางรกสู่ทารกในครรภ์1 เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์การได้รับสารอาหารที่มีปริมาณและคุณภาพเพียงพอ จะส่งผลให้หญิงตั้งครรภ์มีภาวะโภชนาการที่ดี มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ สุขภาพแข็งแรงและทารกในครรภ์เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 2,500 กรัม 2 ช่วงหลังคลอดคุณแม่ต้องการสารอาหารมากกว่าตอนตั้งครรภ์ เพราะต้องใช้สำหรับผลิตน้ำนมดังนั้นหากคุณแม่เตรียมร่างกายให้พร้อม เลือกกินอาหารที่ครบถ้วน เพียงพอ และมีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ ก็จะส่งผลต่อคุณภาพและปริมาณของน้ำนมแม่ ทำให้ลูกเจริญเติบโตแข็งแรง สมส่วนกับวัยของลูกนั่นเอง ภาวะโลหิตจางเป็นความผิดปกติทางระบบเลือดที่ส่งผลให้การสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยลง เกิดจากหลายสาเหตุทั้งความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ภาวะขาดสารอาหารและโรคติดเชื้อ โดยพบบ่อยที่สุดในหญิงตั้งครรภ์ สาเหตุสำคัญของภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ คือ การขาดสารอาหารจากธาตุเหล็กและกรดโฟลิก (ชลธิชา ดานา, 2560) ภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของมารดาและทารก เช่น มารดาเสี่ยงต่อการตกเลือดหลังคลอด ทารกเสี่ยงต่อคลอดก่อนกำหนด ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักต่ำกว่า 2,500 กรัม หญิงตั้งครรภ์ที่่มีภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรงจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการตกเลือดในระหว่างคลอด และมีโอกาสติดเชื้อในระยะหลังคลอดสูง พัฒนาการไม่สมบูรณ์ และภาวะตายในครรภ์ ฯลฯ จากรายงานของงานอนามัยแม่และเด็ก พบว่าสาเหตุการตายของมารดา อันดับหนึ่ง คือ ภาวะตกเลือดหลังคลอด ซึ่งปัญหาดังกล่าว เป็นปัญหาทางสาธารณสุขของประเทศที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศแถบเอเชียใต้ พบได้มากสุดถึงร้อยละ 65 (WHO, 2019: Online) ในประเทศไทย ผลสำรวจภาวะโลหิตจางในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ พ.ศ.2561 – 2563 พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น ในปี พ.ศ. 2561-2562 หญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจาง ร้อยละ 16.06 และ 16.43 ตามลำดับ (HDC,2563) กระทรวงสาธารณสุขจึงได้กำหนดให้มีการตรวจคัดกรองภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์ทุกราย ให้ยาบำรุงเสริมธาตุเหล็กและให้ความรู้เรื่องการบริโภคอาหาร การดูแลและการส่งเสริมสุขภาพในหญิงตั้งครรภ์ ทำให้ผลสำรวจภาวะโลหิตจางในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ พ.ศ.2563 ลดลง เป็นร้อยละ 15.15 อย่างไรก็ตาม แผนพัฒนาการสาธารณสุข ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560-2564 กำหนดเป้าหมายให้หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กไม่เกินร้อยละ 10 ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานแม่และเด็กปี 2568 ของ รพ.สต.นาหว้า อัตราหญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจางในระยะใกล้คลอดเท่ากับร้อยละ 31.81 ซึ่งมีค่าสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดแต่เนื่องจากภาวะโลหิตจางในหญิงตั้งครรภ์เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมารดาและทารก การตกเลือดหลังคลอดและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากภาวะเสี่ยงของการตั้งครรภ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา ได้มีนโยบาย ลดแม่ตายโดยเน้นระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอดและหลังคลอดทางดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาหว้า ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดจึงได้จัดทำโครงการ “โครงการส่งเสริมโภชนาการ ป้องกันโลหิตจาง ในสตรีตั้งครรภ์และสตรีให้นมบุตร” ขึ้น เพื่อให้ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัยเด็กสุขภาพดีและมีพัฒนาการสมวัยโดยดึงพลังแกนนำของประชาชนโดย แกนนำสุขภาพบุคคลใกล้ชิด ให้มีส่วนร่วมในการดูแลหญิงตั้งครรภ์
-
เพื่อลดอัตราหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจาง10
-
เพื่อลดอัตราทารกคลอดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม6.5
-
เพื่อเพิ่มอัตราเด็กแรกเกิดถึงต่ำกว่า 6 เดือนกินนมแม่อย่างเดียว55
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมวางแผนการดำเนินงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ และ อสม.รพ.สต.นาหว้า2 มิถุนายน 2569 ถึง 2 มิถุนายน 2569
- จนท.รพ.สต.ประชุมวางแผนการดำเนินงานร่วมกับคณะกรรมการ ชมรม อสม.รพ.สต.นาหว้า เพื่อกำหนดบทบาทความรับผิดชอบ
- เขียนโครงการ เพื่อขออนุมัติโครงการจากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลนาหว้า
- ดำเนิน รับสมัคร และจัดทำทะเบียนกลุ่มเป้าหมาย หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร เพื่อดำเนินการเข้าร่วมโครงการ
- จัดเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์/สถานที่/เอกสารต่างๆที่ใช้ในการดำเนินการตามโครงการ
0.00 บาท -
กิจกรรมส่งเสริมโภชนาการสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร
อบรมให้ความรู้และฝึกทักษะด้านการส่งเสริมโภชนาการ โดยมีเนื้อหาดังนี้ - การเตรียมความพร้อมด้านโภชนาการของแม่ก่อนตั้งครรภ์ - ภาวะโภชนาการของแม่ (ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร) ต่อสุขภาพ และพัฒนาการ ของเด็ก - ความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการสร้างและหลั่งน้ำนม - หลักการจัดอาหารสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร
16 มิถุนายน 2569 ถึง 16 มิถุนายน 2569ค่าใช้จ่าย
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 1 มื้อๆ ละ 50 คนๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 2 มื้อๆ ละ 50 คนๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวันสำหรับคณะทำงาน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 5 คนๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 350 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับคณะทำงาน จำนวน 2 มื้อๆ ละ 5 คนๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 300 บาท
- ค่าแฟ้มและเอกสารประกอบการประชุม จำนวน 50 ขุดๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 2,500 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 x 2.5 เมตร ตารางเมตรละ 150 บาท เป็นเงิน 450 บาท
- ค่าสื่อที่ใช้ในการอบรม (โฟมบอร์ด) จำนวน 2 ชุดๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 600 บาท
- สาธิตเมนูอาหารที่ใช้หลักการจัดอาหารที่เหมาะสมสำหรับหญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร จำนวน 1 เมนู เป็นเงิน 1,000 บาท
- ส่งเสริมภาวะโภชนาการโดยจ่ายไข่ไก่ ให้กับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 24 แผงๆ 150 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
18300.00 บาท - ค่าอาหารกลางวันสำหรับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 1 มื้อๆ ละ 50 คนๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
-
กิจกรรมติดตามผลและประเมินผล
ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน
30 มิถุนายน 2569 ถึง 30 มิถุนายน 25690.00 บาท
- อัตราหญิงตั้งครรภ์มีภาวะโลหิตจางลดลง
- ไม่มีทารกคลอดน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม
- เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียวเพิ่มขึ้น
