เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหานักเรียนที่มีภาวะทุพโภชนาการในเด็กวัยเรียน ประจำปีงบประมาณ 2569
เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญของประเทศชาติ ในการที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคง เด็กทุกคนควรได้รับการเอาใจใส่จากครอบครัวชุมชนและรัฐเพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ เหล่านั้นได้รับการศึกษา ที่รัฐจัดให้ ได้รับการพัฒนาในด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะเด็กก่อนวัยเรียนเป็นวัยที่อยู่ในระยะสำคัญของชีวิต เป็นรากฐานของพัฒนาการ การเจริญเติบโตทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาจำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูที่ดีที่สุด อาหารและภาวะโภชนาการที่ดี เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กในวัยเรียน ทั้งนี้ โรงเรียนบ้านบาโงยือแบ็ง พบว่ามีนักเรียนที่มีปัญหาภาวะโภชนาการ ร้อยละ 31.11 ทั้งนี้ เด็กในจังหวัดปัตตานีมีภาวะซีดสูงที่สุดในประเทศและผู้ปกครองยังขาดความรู้ด้านโภชนาการของเด็กในวัยเรียน ตลอดจนขาดระบบเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาโภชนาการ ส่งผลให้การเรียนไม่มีประสิทธิภาพ
ประกอบกับอำนาจหน้าที่ของโรงเรียนบ้านบาโงยือแบ็ง ตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 ได้กำหหนดให้สถานศึกษา มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการนั้นๆ โดยให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา มีอำนาจดังนี้ 1) บริหารกิจการของสถานศึกษาหรือส่วนราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบข้อบังคับของทางราชการ และของสถานศึกษาหรือส่วนราชการ รวมทั้งนโยบายและวัตถุประสงค์ของสถานศึกษาหรือส่วนราชการ 2) ประสานระดับทรัพยากรเพื่อการศึกษา รวมทั่งควบคุมดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่และทรัพย์สินอื่นของสถานศึกษาหรือส่วนราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับของทางราชการ
ในการนี้โรงเรียนบ้านบาโงยือแบ็ง ได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาโภชนาการในเด็กวัยเรียน ประจำปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อประเมินผลและเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเด็กวัยเรียน เด็กที่มีภาวะโภชนาการเกินหรือทุพโภชนาการได้รับการดูและแก้ไขและป้องกันโรคโลหิตจาง ตลอดจนให้ผู้ปกครองของเด็กมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องโภชนาการของเด็กนักเรียน
-
เพื่อประเมินและเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเด็กในวัยเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ1
กลุ่มเป้าหมายได้รับการประเมินและเฝ้าระวังภาวะโภชนาการในเด็กวัยเรียนในโรงเรียนบ้านบาโงยือแบ็ง ร้อยละ 80 ขึ้นไป
-
เพื่อให้เด็กในวัยเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน (อ้วน) และทุพโภชนาการ (ผอม) (เตี้ย) ได้รับการดูแลแก้ไขอย่างเหมาะสม1
กลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะโภชนาการเกิน (อ้วน) ทุพโภชนาการ(ผอม) (เตี้ย) และส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ กลุ่มเป้าหมายที่มีภาวะซีดได้รับการดูแลแก้ไขอย่างเหมาะสม ร้อยละ 80 ขึ้นไป
-
เพื่อให้ผู้ปกครองของเด็กมีความรู้ความเข้าใจถึงการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กวัยเรียน1
กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ปกครอง ได้รับความรู้ ความเข้าใจถึงการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กวัยเรียน ร้อยละ 80 ขึ้นไป
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน22
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้ผู้ปกครอง21 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25696570 บาท
-
กิจกรรมย่อย อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ด้านโภชนาการเด็กวัยเรียน
- ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 คนๆ ละ 3 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (นักเรียน)
จำนวน 22 คน คนละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 1,100 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้ปกครอง
จำนวน 22 คน คนละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 1,100 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มคณะครู จำนวน 5 คน คนละ 25 บาท จำนวน 2 มื้อเป็นเงิน 250 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน (ผู้ปกครอง)
จำนวน 22 คนละ 60 บาท จำนวน ๑ มื้อ เป็นเงิน 1,320 บาท - ค่าอาหารกลางวันครู 5 คน คนละ 60 บาทจำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 300 บาท
- ค่าไวนิลขนาด 1 x 2 ตารางเมตร เมตรละ 350 x 2 = 700 บาท
6570 บาท
-
-
ดูแลแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กวัยเรียน21 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256911396 บาท
-
กิจกรรมย่อย กรณีเด็กนักเรียนอ้วน ดูแลเรื่องการกินของเด็ก ลดการกินขนมกรุบกรอบ กรณีเด็กผอม กระตุ้นให้เด็กกินมากขึ้นโดยการจัดหาอาหารเสริม (ไข่) จำนวน 22 คน
ค่าจัดซื้ออาหารเสริม (นม) จำนวนนักเรียน 22 คน
จำนวน 37 กล่อง x 22 คน x 14 บาท เป็นเงิน 11,396 บาท11396 บาท -
ครูประเมินและเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเด็กในวัยเรียนบาท
-
1.สามารถประเมินและเฝ้าระวังภาวะโภชนาการเด็กก่อนวัยเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.นักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน(อ้วน) ทุพโภชนาการ (ผอม) เตี้ย และส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ ได้รับการดูแลแก้ไขอย่างเหมาะสม
3.ผู้ปกครองนักเรียน มีความรู้ ความเข้าใจ ถึงการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการในเด็กวัยเรียน
