โครงการเค็มน้อย หวานน้อย อร่อยนาน
ปัจจุบันประชาชนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีรสเค็มและหวานในปริมาณสูงเกินความจำเป็น เช่น การบริโภคอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และการปรุงอาหารโดยเติมน้ำปลา น้ำตาล หรือเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไต และโรคหัวใจ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประชาชนในระยะยาว
จากการสำรวจข้อมูลสุขภาพในพื้นที่พบว่า ประชาชนส่วนหนึ่งยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสม รวมถึงยังมีค่านิยมการบริโภคอาหารรสจัด โดยเฉพาะ “เค็มจัด หวานจัด” ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนได้หากได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม
ดังนั้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รพ.สต.บ้านสวน จึงได้จัดทำโครงการ “เค็มน้อย หวานน้อย อร่อยนาน” ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร ลดการบริโภคเกลือและน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน การให้ความรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การอบรม การสาธิตการประกอบอาหาร และการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่
โครงการนี้มุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สามารถดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างชุมชนที่เข้มแข็งด้านสุขภาพต่อไปในอนาคต
-
ผู้ประกอบการร้านขายอาหารและเครื่องดื่มมีความรู้ ความเข้าใจถึงผลกระทบการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัดและเค็มจัดเพิ่มขึ้น
-
ร้านขายอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการผ่านเกณฑ์การประเมิน
-
ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้เพิ่มขึ้น
-
ประชาชนทั่วไป
-
พระสงค์วัดบ้านสวน
-
นักเรียนโรงเรียนในเครือข่าย รพ.สต.บ้านสวน
-
ผู้ประกอบการ้านอาหารและเครื่องดื่มในเขตพื้นที่ รพ.สต.บ้านสวน
จำนวนทั้งหมด 150 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เค็มน้อย หวานน้อย อร่อยนาน
1) อบรมให้ความรู้
2) ตรวจวัดระดับความหวาน ความเค็ม ในอาหารกลุ่มตัวอย่าง
โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้
1) ค่าเครื่องวัดความหวานแบบส่องตรวจจำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 3,290 บาท
2) ค่าวิทยากรจำนวน 3 ชั่วโมงๆ ละ 400 บาท จำนวน 3 วัน เป็นเงิน 3,600 บาท
3) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 150 คนๆ ละ 25 บาท X 2 มื้อ เป็นเงิน 7,500 บาท
4) ค่าอาหารกลางวันจำนวน 150 คนๆ ละ 60 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 9,000 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25691) ได้ความรู้ ความเข้าใจถึงผลกระทบจากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัดและเค็มจัด
2) ได้ตรวจวัดระดับความหวาน ความเค็ม ในอาหารกลุ่มตัวอย่าง23390 บาท
1) ผู้ประกอบการร้านขายอาหารและเครื่องดื่มมีความรู้ ความเข้าใจถึงผลกระทบจากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัดและเค็มจัดเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80
2) ร้านขายอาหารและร้านขายเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 60
3) ร้อยละ 80 ของประชาชนเข้าร่วมโครงการมีความรู้เพิ่มขึ้น
