ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่
-
นางพรรณวดี
-
นางพรรณวดี ทวีวิทย์ชาคริยะ
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)44.19
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)52.27
ด้วยชมรมลีลาศเพื่อสุขภาพเทศบาลเมืองนาสารเห็นความสำคัญของ
สถานการณ์โรคเรื้อรัง ในประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกาในระยะเวลา10ปีประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประสบวิกฤตการณ์ ระบบบริการสุขภาพ โดยการสำรวจในปี พ.ศ. 2544 พบว่าพลเมืองกว่าร้อยละ 45 หรือประมาณ 125 ล้านคน ป่วยเป็น โรคเรื้อรังโดยครึ่งหนึ่งมีโรคเรื้อรัง2 โรคขึ้นไป หนึ่งในสามควบคุมโรคไม่ได้และที่สำคัญค่ารักษาผู้ป่วยเหล่านี้คิดเป็นร้อยละ 70-80 ของค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดเมื่อมามองสถานการณ์ในประเทศไทย โดยจากการสำรวจสภาวะสุขภาพประชนไทยในปี พ.ศ. 2547 พบว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง 2-3 โรคขึ้นไป นอกจากนี้ ความชุกของโรคความดันโลหิตสูงในผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีความชุกถึงเกือบร้อยละ 50 ยิ่งไปกว่านั้นในจำนวนนี้มีเพียงร้อยละ 5-10 เท่านั้นที่คุมระดับความดันได้ดี เห็นได้ว่า สภาวะโรคเรื้อรังในประเทศไทยมีแนวโน้มใกล้เคียงกับสหรัฐอเมริกามาก ( อ้างถึงChronic care model (CDM) พัฒนาขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2541-2545 โดย Mac Coll Institute for Healthcare Innovation4 ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิจัย นำโดย Edward H Wagner เพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับประเภทมาตรการและสร้างต้นแบบการดูแลโรคเรื้อรัง ) เพราะวิถีการดำเนินชีวิต ของประชากรไทย ขาดความสมดุลสิ่งแวดล้อมไม่ปลอดภัย มีปัจจัยเสี่ยงสารพัดที่กระทบต่อสุขภาพ เช่น อาหารฟาสต์ฟู๊ด อาหารจานด่วนประเภททอด ปิ้ง ย่าง หนักไปทางเนื้อกับไขมัน อาหารรสจัดๆ โดยเฉพาะหวานมากและเค็มจัด ไม่รับประทาน ผักผลไม้ มีความสะดวกสบาย มากเกินไปจะใช้อะไรก็แค่ปลายนิ้วสัมผัส ร่างกายแทบไม่ต้องขยับ ที่สำคัญมีความเครียดสูง แถมดื่มเหล้าสูบบุหรี่ เพิ่มขึ้นแม้ว่าจะมีการรณรงค์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้คนเรา มีปัญหาภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนมากขึ้น และส่งผล ให้กลายเป็น “โรคไม่ ติดต่อเรื้อรัง” หรือที่เรียกว่า “โรควิถีชีวิต” แพร่ระบาด ไปทั่ว และทั้งที่โรคเหล่านี้สามารถป้องกันได้ แต่สถานการณ์ ปัจจุบันกลับเข้าขั้นวิกฤต ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2548 ในจำนวนการตายของประชากรโลก ทั้งหมดประมาณ 58 ล้านคน มีถึงร้อยละ 60 ที่ตายจากโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 5 โรค คือ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น (อ้างถึง twitterthai.wordpress.com/2011) ด้วยเหตุนี้ชมรมลีลาศเพื่อสุขภาพเทศบาลเมืองนาสาร ตระหนักและเห็นความสำคัญของโรคอ้วนจึงจัดโครงการการออกกำลังกายด้วยการเต้นบาสโลป และลีลาศเพื่อสุขภาพเพื่อช่วยให้บุคคลในวัยทำงานและผู้สูงอายุ
ซึ่งการเต้นลีลาศและการเต้นไลน์แดนซ์เป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ คือการออก
กำลังกายใช้ออกซิเจน เป็นแบบการออกกำลังกายจากเบาไปหาหนักซึ่งใช้ออกซิเจนในกระบวนการสร้างพลังงาน โดยนำจังหวะลีลาศในจังหวะเบาเช่นจังหวะบีกิน และการนำประยุกต์ใช้การเต้นไลน์แดนซ์จังหวะบีกิน ในการวอร์มร่างกายเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและจังหวะลีลาศจังหวะหนักเช่น จังหวะตลุงเทมโป้ จังหวะช่ะช่ะช่า จังหวะแซมบ้า และประยุกต์การเต้นแบบไลน์แดนซ์ ควบคู่การการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่โดยการฝึกทำควอซ และการทำV – Sit ฝึกกล้ามเนื้อหน้าท้อง ก่อนเริ่มกิจกรรม ในระยะเวลาการร่วมโครงการตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2567 ถึง 30 เดือนกันยายน 2568 พบว่า จำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการโดยการออกกำลังกายด้วยการเต้นลีลาศสัปดาห์ละ๓ ครั้งคือวันพุธ ถึงวันศุกร์ วันละ ๑ ชั่วโมง พบว่า
ก่อนร่วมโครงสมาชิกจำนวน ๓o คน มีค่าดัชนีมวลกายหรือค่า BMI ดังนี้
๑. ค่า BMI ปกติ จำนวน ๒๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๗o.oo
๒. ค่า BMI น้ำหนักเกิน จำนวน ๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๓๓
๓. อ้วนระดับ ๑ จำนวน ๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๖.๖๗
๔. อ้วนระดับ ๒ จำนวน - คน คิดเป็นร้อยละ -
หลังร่วมโครงสมาชิกจำนวน ๓o คน มีค่าดัชนีมวลกายดังนี้
๑. ค่า BMI ปกติ จำนวน ๒๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๖.๖๖
๒. ค่า BMI น้ำหนักเกิน จำนวน ๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๖.๖๗
๓. อ้วนระดับ ๑ จำนวน ๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๖.๖๗
๔. อ้วนระดับ ๒ จำนวน - คน คิดเป็นร้อยละ -
หมายเหตุ เกณฑ์การประเมินค่าดัชนีมวลกายหรือ BMI ดังนี้
ค่าBMI ≤ ๑๘.๔๙ เกณฑ์ ผอม
ค่าBMI ๑๘.๕o – ๒๔.๙๙ เกณฑ์ ปกติหรือสมส่วน
ค่าBMI ๒๕.oo – ๒๙.๙๙ เกณฑ์ น้ำหนักเกิน
ค่าBMI ๓o.oo – ๓๔.๙๙ เกณฑ์ อ้วนระดับ ๑
ค่าBMI ≥ ๓๕ เกณฑ์ อ้วนระดับ ๒
พบว่าค่าBMI น้ำหนักเกินเกณฑ์และ อ้วนระดับ๑ สมาชิกมีน้ำหนักลดลง แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์เดิม
ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่านี้ จึงจะเห็นผลการพัฒนาต่อไป จากผลการวัดค่าดัชนีมวลกายของสมาชิกก่อนและหลังร่วมโครงการฯ ชมรมลีลาศเพื่อสุขภาพเทศบาลเมือง นาสาร ตระหนักและเห็นความสำคัญในการรู้เท่าทันและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตสู่พฤติกรรมใหม่ที่เป็นผลดี ต่อ สุขภาพ จะเป็นวิถีทางสู่การ “ลดเสี่ยง ลดโรค” เพื่อการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว จึงจัดโครงการออกกำลังกายด้วยการเต้นบาสโลปและเต้นลีลาศเพื่อสุขภาพ ให้แก่ประชาชนกลุ่มผู้ที่สนใจรักสุขภาพและการออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
-
เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายด้วยการเต้นลีลาศเพื่อสุขภาพให้กับประชาชนทุกเพศทุกวัย46
-
เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชนให้ดีขึ้น55
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.ขั้นเตรียมการ 1.1 สำรวจความต้องการของสมาชิก และ กำหนด ผู้รับผิดชอบโครงการและประชาสัมพันธ์โครงการ พร้อมรับสมาชิก ในช่วงเดือน กันยายน 2568 1.2 จัดทำรายละเอียดโครงการ พร้อมการนำเสนอโครงการ เพื่อให้ที่ประชุมอนุมัติโครงการ ในช่วงเดือน กันยายน 2568 1.3 ประชุมสมาชิกและติดต่อวิทยากรที่มาให้ความรู้กับสมาชิก 1.4 ขออนุมัติโครงการ 2.ขั้นดำเนินการ 2.1 ดำเนินงานตามแผนที่กำหนด 2.2 เสนอแผนงานและโครงการเพื่อผ่านการอนุมัติ ในที่ประชุม เดือนกันยายน 2568 2.3 รับสมัครสมาชิกเก่าและใหม่ เดือนตุลาคม 2568 2.4 ประชุมชี้แจงระเบียบข้อบังคับของชมรมฯให้สมาชิกทุกคนได้รับทราบ เดือนตุลาคม 2568 2.5 สมาชิกออกกำลังกายด้วยการเต้นลีลาศ ตลอดตามแผนงานที่วางไว้คือ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2568 ถึงเดือนกันยายน 2569 วันละ 1 ชม. / 3 วัน / สัปดาห์ / เวลา17.30 - 18.30 น. (พุธ,พฤหัส,ศุกร์) 3.ขั้นประเมินผลโครงกา 3.1 หาค่าดัชนีมวลกายก่อนและหลังการฝึก 3.2 รายงานผล หรือความก้าวหน้าโครงการ
1.ค่าตอบแทนผู้นำเต้นลีลาศ ชั่วโมงละ 300 บาท จำนวน 144 ชั่วโมง เป็นเงิน 43,200 บาท
2.ค่าบำรุงสถานที่(ตลอดการจัดโครงการ) เป็นเงิน 2,000 บาท
3.ค่าผู้ดูแลและควบคุมเครื่องเสียงวันละ 50 บาท จำนวน 144 วัน เป็นเงิน 7,200 บาท
4.กระดาษ A 4 เพื่อจัดทำเอกสารต่างๆ 1 รีม เป็นเงิน 120 บาท
รวมทั้งสิ้น เป็นเงิน 52,520 บาท
(งบประมาณสามารถถัวเฉลี่ยกันได้ตามความเหมาะสม)1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 256952520 บาท
- ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 80 มีค่าดัชนีมวลกายที่เหมาะสมเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย
- ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 90 มีความพึงพอใจของโครงการ
