โครงการส่งเสริมทักษะ การรับรู้ สุขภาวะของประชาชน ในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ประจำปีงบประมาณ 2568-2570
-
1.นางสาวซัลมา ไซละมุด
-
นางสาวอารีนา อาแว
-
นางนิสากูมา แขกปาทาน
-
นส.ฮำเซาะ อาลี
-
นส.รุสนานี วาเด็ง
-
จำนวนคณะกรรมการบริหารฯได้รับการพัฒนาศักยภาพ เรื่อง ความเข้าใจจุดมุ่งหมายกองทุน ประกาศ ระเบียบ และการทำโครงการด้านสุขภาพ(คน)5
-
1.ประชาชนบางส่วนยังขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม5
-
มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย และการไม่ใส่ใจในการตรวจสุขภาพ5
มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย และการไม่ใส่ใจในการตรวจสุขภาพ
-
ครอบครัวยังมีบทบาทในการดูแลในการดูแลสุขภาพสมาชิกไม่เพียงพอ ขาดการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดีภายในครัวเรือน5
-
การดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพยังไม่เชื่องโยง5
-
การดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพยังไม่เชื่องโยงอย่างครบถ้วนระหว่างบุคคล ครอบครัว และชุมชน
-
-
ขนาดปัญหา 5 cancel มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย และการไม่ใส่ใจในการตรวจสุขภาพ
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมต่างๆทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ส่งผลให้วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อ สุขภาพของประชาชน การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ ประชาชนมีอายุยืนยาว การเจ็บป่วยและเสียเสียชีวิลดน้อยลง ทำให้มีอัตราผู้สูงอายุมากขึ้น มีการใช้ชีวิตแบบเร่งรีบและแข่งขันการมากขึ้น และนำมาซึ่งพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพ เช่น ขาดการออก กำลังกาย รับประมานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ ซึ่งพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆเหล่านี้ จะนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพตามมา เช่น ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด อัมพาต อัมพฤกษ์ ภาวะวิตกกังวลและความเครียด และโรคมะเร็ง เป็นต้น ซึ่งโรคดังกล่าวข้างต้น เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทยในปัจจุบัน และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขเป็นองค์กรหลักในการพัฒนา ระบบสุขภาพเพื่อให้ คนไทยทุกคนมีสุขภาพดี การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการดูแลจัดการด้านสุขภาพ จะนำไปสู่การป้องกัน แก้ไขและลดปัญหา และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองทางด้านสุขภาพได้อย่างยั่งยืน กระบวนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยใช้กลวิธีสาธารณสุขมูลฐานในประเทศไทยดำเนินการมากกว่า 20 ปี โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุข (อส.ม.) เป็นกลไกสำคัญในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ถือเป็นผู้ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ โดยอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)มีหน้าที่ กระจายข่าว ชี้บริการ ประสานงานสาธารณสุขให้แก่ประชาชน ซึ่งในปัจจุบัน อาสาสมัครสาธารณสุข (อ.สม.) ต้องมีบทบาทหน้าที่มากขึ้น ทั้งทางด้านการถ่ายทอดความรู้สุขภาพให้แก่คนในชุมชน การให้บริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน การเป็นตัวกลาง ระหว่างเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆกับประชาชน และกลุ่มหรือองค์กรต่างๆในชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ในการดูแลด้านการจัดการสุขภาพ เชื่อมโยงไปกับการพัฒนาด้านอื่นๆในการสร้างสุขภาพ การเฝ้าระวังโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ ของประเทศ รวมถึงเป็นต้นแบบในการรณรงค์ ด้านสุขภาพต่างๆในชุมชน จากสภาพปัญหาและวิถีของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการจัดการด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งจากการที่รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาประเทศไทยให้เป็น “ประเทศไทย 4.0” หรือ “Thailand 4.0” โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิตอล เข้ามาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมกระบวนการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ยกระดับคุณภาพของการให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับการบริการสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยกระทรวงสาธารณสุข ตั้งเป้าหมายให้ “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” ซึ่งอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ถือเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญและเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานสุขภาพภาคประชาชนของประเทศไทยใกล้ชิดประชาชน เป็นอาสาสมัครที่ทำงานด้วยจิตอาสาในการดูแลสุขภาพประชาชน ดังนั้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เล็งเห็นความสำคัญด้านสุขภาพ จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) เพื่อนำมาซึ่งการพัฒนาศักยภาพประชาชนในชุมชนต่อไป
เพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ตัวชี้วัดความสำเร็จ 1.อาสาสมัครสาธารณสุข (อ.ส.ม)มีศักยภาพ และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ สามารถถ่ายทอดความรู้แก่ประชาชนในชุมชนได้ 2.อาสาสมัครสาธารณสุข (อส.ม.) สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ สามารถถ่ายทอดความรู้แก่ประชาชนในชุมชนได้
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน 3.ประชาชน มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ให้มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ตัวชี้วัดความสำเร็จ 1.อาสาสมัครสาธารณสุข (อ.ส.ม)มีศักยภาพ และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ สามารถถ่ายทอดความรู้แก่ประชาชนในชุมชนได้ 2.อาสาสมัครสาธารณสุข (อส.ม.) สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ สามารถถ่ายทอดความรู้แก่ประชาชนในชุมชนได้
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน 3.ประชาชน มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน
-
1.อสม ตำบลลางา55
-
ประชาชนตำบลลางา จำนวน200
-
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตำบลลางาและวิทยากร จำนวน15
-
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ๑.ประชุมชี้แจงแผนการปฏิบัติงานของ อสม. เป้าหมายอสม. 55 คน เจ้าหน้าที่ดูแลประจำหมู่บ้าน 15 คน -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆละ 35 บาท จำนวน70 คน รวมเป็นเงิน 4,900 บาท -ค่าอาหารกลางวัน 70 คน 65 บาท เป็นเงิน 4,550 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 9,450 บาท กิจกรรมที่ 2 2.อบรมให้ความรู้เพื่อ ฝึกทักษะของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ประจำหมู่บ้าน 2.1 ให้ความรู้และฝึกทักษะบทบาทและหน้าที่ อสม. เป้าหมาย อสม.55 คน เจ้าหน้าที่ดูแลประจำหมู่บ้าน 15 คน 2.2 ให้ความรู้ ฟื้นฟูการช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีฉุกเฉิน(CPR) การดูแลรักษาผู้ป่วยระยะเบื้องต้น(ปฐมพยาบาลเบื้องต้น) และฝึกปฏิบัติ เป้าหมาย อสม.จำนวน ๕๕ คน เจ้าหน้าที่ดูแลหมอประจำบ้าน จำนวน ๑๕ คน รวมเป้าหมาย ๗๐ คน -ค่าไวนิล ขนาด 2.4 *2.5 ม=1,500 ตารางเมตรละ 250 บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆละ 35 บาท จำนวน70 คน รวมเป็นเงิน 4,900 บาท -ค่าอาหารกลางวัน 70 คน 65 บาท เป็นเงิน 4,550 บาท -ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คน 600 บาท*6 ชั่วโมง เช้า 3 ชม. บ่าย 3 ชม =3,600 บาท รวมเป็นเงิน 14,550 บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆละ 35 บาท จำนวน70 คน รวมเป็นเงิน 4,900 บาท -ค่าอาหารกลางวัน 70 คน 65 บาท เป็นเงิน 4,550 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 24,000 บาท กิจกรรมที่ 3 3. ลงพื้นที่ให้ความรู้ เรื่องการดูแลและส่งเสริมสุขภาพประชาชนในพื้นที่ตำบลลางาทั้ง7หมู่บ้านจำนวน ๒70 คน โดยมีกลุ่มเป้าหมายประชาชนในพื้นที่ดังนี้ ม.1 จำนวน 20 คน ม.2 จำนวน 30 คน ม.3 จำนวน 30 คน ม.4 จำนวน 40 คน ม.5 จำนวน 40 คน ม.6 จำนวน 20 คน ม.7 จำนวน 20 คน อสม. จำนวน 55 คน เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลประจำหมู่บ้าน จำนวน 15 คน รวมเป้าหมาย 270 คน กิจกรรมที่4 4. ให้ความรู้ติดตามการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว ชุมชน ดูแลกลุ่มเป้าหมาย 5 กลุ่มวัยประกอบด้วย 1.กลุ่มเด็กวัยเรียน 2.กลุ่มวัยทำงาน 3.กลุ่มผู้สูงอายุ 4.กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 5.ประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง โดย อสม.รับผิดชอบตามละแวก จำนวน ๕๕ คน เจ้าหน้าที่ดูแลหมอประจำบ้าน จำนวน ๑๕ คน รวมเป้าหมาย ๗๐ คน -ค่าอาหารว่าง จำนวน 270 คน*35บาท*2 มื้อ = 18,900 บาท -ค่าอาหารกลางวัน 270 คน*65 บาท=17,550 บาท รวมเป็นเงิน 36,450 บาท -ค่าพาหนะ จำนวน 55 คน*50 บาท*4 ครั้ง =11,000 บาท รวมเป็นเงิน 11,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 80,900 บาท (เงินแปดหมื่นเก้าร้อยบาทถ้วน)1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256980900 บาท
- อาสาสมัครสาธารณสุข (อส.ม.)มีศักยภาพ และมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ
- อาสาสมัครสาธารณสุข (อส.ม.) สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ สามารถถ่ายทอดความรู้
แก่ประชาชนในชุมชนได้ - ประชาชน มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน
