โครงการณรงค์ฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันเด็กหญิงจากมะเร็งปาดมดลูก ตำบลนาเกตุ ปีงบประมาณ 2569
มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่เป็นปัญหาสำคัญด้านสุขภาพของสตรีไทย มีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนตั้งแต่วัยเด็กก่อนมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ การสร้างเสริมสุขภาพเชิงป้องกันในเด็กวัยเรียนจึงเป็นมาตรการสำคัญในการลดภาระโรคในระยะยาว
เครือข่ายสุขภาพตำบลนาเกตุ ซึ่งประกอบด้วย อสม. โรงเรียน และหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน จึงจัดทำโครงการรณรงค์ให้ความรู้และสนับสนุนการเข้ารับวัคซีน HPV เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ ลดความเสี่ยงการเกิดโรค และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน
-
เพื่อส่งเสริมให้เด็กหญิงกลุ่มเป้าหมายได้รับวัคซีน HPV ครอบคลุมตามเกณฑ์
1.เด็กหญิงอายุ 11–12 ปี ในพื้นที่ตำบลนาเกตุได้รับวัคซีน HPV ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย 2.มีรายงานสรุปจำนวนผู้ได้รับวัคซีนจากหน่วยบริการสาธารณสุข
-
เพื่อเพิ่มความรู้และความเข้าใจของผู้ปกครองและนักเรียนเกี่ยวกับการป้องกันมะเร็งปากมดลูกและวัคซีน HPV
1.ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีคะแนนความรู้หลังอบรมเพิ่มขึ้นจากก่อนอบรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 2.ผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีความเข้าใจเรื่องวัคซีน HPV อยู่ในระดับดีขึ้นไป
-
เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายสุขภาพและ อสม. ในการสร้างเสริมสุขภาพเด็กและเยาวชน
แกนนำสุขภาพเข้าร่วมดำเนินกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน30
-
กลุ่มวัยทำงาน45
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่อง HPV และการป้องกันมะเร็งปากมดลูก
1.อบรมให้ความรู้แก่เด็กนักเรียนและผู้ปกครอง 2.วิทยากรจากหน่วยบริการสาธารณสุข 3.ตอบข้อซักถามและสร้างความเข้าใจเรื่องวัคซีน
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 256911600 บาท -
กิจกรรม สนับสนุนการเข้ารับบริการฉีดวัคซีน HPVถึง
1.ประสาน หน่วยบริการออกให้บริการในโรงเรียน 2.อำนวยความสะดวกกลุ่มเป้าหมาย 3.ติดตามการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์
บาท
1.เด็กหญิงได้รับการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก 2.ผู้ปกครองมีความเข้าใจเรื่องวัคซีน HPV 3.เกิดความร่วมมือของภาคีเครือข่ายสุขภาพตำบล
