โครงการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยพิธีเข้าสุนัตหรือคีตาล สำหรับ ยุวชนมุสลิมชาย ตำบลนาทอน ประจำปี พ.ศ.2569
-
นายอมาตย์ ลิมานัน
-
นายหมัด ไมมะหาด
-
นายวิรัช มานะกล้า
-
นายบูหนัน หมาดดาเร๊ะ
-
นายสะอาด เอียดรามา
การเข้าสุนัต (Circumcision) เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลความสะอาดของร่างกายและการดำรงชีวิตตามหลักศาสนา นอกจากนี้ ในทางการแพทย์ การเข้าสุนัตยังเป็นมาตรการส่งเสริมสุขภาพที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ลดการอักเสบของอวัยวะเพศ ลดการสะสมของเชื้อโรค รวมถึงมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคติดต่อบางชนิดในระยะยาว จากสภาพปัญหาในพื้นที่ตำบลนาทอน พบว่ายังมีเด็กชายมุสลิมบางส่วนที่ยังไม่ได้เข้าสุนัตตามช่วงวัยที่เหมาะสม เนื่องจากข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ ความพร้อมของครอบครัว รวมถึงการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้เด็กกลุ่มดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ และไม่สามารถปฏิบัติตามหลักศาสนาได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ชมรมอิหม่ามตำบลนาทอน จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันและการดูแลสุขภาวะของเด็กในชุมชน โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างผู้นำศาสนา หน่วยงานสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดทำโครงการเข้าสุนัตประจำปีขึ้น เพื่อให้เด็กชายมุสลิมได้รับบริการที่ถูกต้อง ปลอดภัย ได้มาตรฐานทางการแพทย์ ลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่
-
เพื่อลดจำนวนครัวเรือนที่ไม่มีการออม
ร้อยละครัวเรือนที่ไม่มีการออม
- เพื่อส่งเสริมให้เด็กชายมุสลิมในพื้นที่ตำบลนาทอน ได้เข้าสุนัตตามหลักศาสนาอิสลามอย่างถูกต้องและเหมาะสม
- เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบอวัยวะเพศ
- เพื่อให้บริการเข้าสุนัตที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน โดยบุคลากรทางการแพทย์
- เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในพื้นที่
- เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชุมชน องค์กรศาสนา และหน่วยงานสาธารณสุข
- เพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพและป้องกันโรคติดเชื้อ
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
เด็กวัยเรียนและเยาวชน จำนวน 20 คน
ผู้ปกครอง จำนวน 20 คน
ผู้นำศาสนา จำนวน 18 คน
อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน จำนวน 18 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมเตรียมความพร้อม
เสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลนาทอน
ประชุมคณะกรรมการและคณะทำงานเพื่อวางแผนการดำเนินโครงการ
ประชาสัมพันธ์ การรับสมัครเด็กและเยาวชนมุสลิมชายเข้าร่วมโครงการ
จัดทำกำหนดการ ตารางเวลาให้บริการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศแก่เด็กและเยาวชนมุสลิมชาย
ถึงบาท -
กิจกรรมออกบริการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศแก่เด็กและเยาวชนมุสลิมชาย
1.อบรมให้ความรู้ในเรื่องการดูแลสุขภาพการทำความสะอาดอวัยวะเพศ และการป้องกันโรคติดต่อ แก่ เด็กและเยาวชนกลุ่มเป้าหมาย ผู้ปกครอง ผู้นำศาสนาในพื้นที่
2.หน่วยบริการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศแก่เด็กและเยาวชนมุสลิมชาย
3.ติดตามและประเมินอาการหลังการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ และประเมินความพึงพอใจของผู้ปกครองเด็ก
4.สรุปผลการดำเนินโครงการในภาพรวม
ถึง43660 บาท
ค่าจ้างเหมาบริการทางการแพทย์ในการทำสุนัต พร้อมยาสำหรับดูแลแผลหลังการผ่าตัด จำนวน 20 คนๆละ 1,600 บาท เป็นเงิน 32,000 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 1 มื้อ จำนวน 76 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 4,560 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 76 คนๆละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 4,560 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ (ขนาด 1.2×3 ซม) จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 540 บาท
ผ้าขาวม้า จำนวน 20 ผืนๆละ 100 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
1.เด็กชายมุสลิมในพื้นที่ตำบลนาทอน ได้รับการเข้าสุนัตตามหลักศาสนาอิสลามอย่างถูกต้อง เหมาะสม และสอดคล้องกับหลักสุขอนามัย ไม่น้อยกว่าร้อยละที่กำหนดของกลุ่มเป้าหมาย
2.อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนและการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบอวัยวะเพศในเด็กกลุ่มเป้าหมายลดลง และเด็กมีสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดีขึ้น
3.เด็กที่เข้ารับบริการเข้าสุนัตได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์อย่างปลอดภัย ได้มาตรฐาน และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการให้บริการ
4.ผู้ปกครองของเด็กกลุ่มเป้าหมายสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในการเข้าสุนัต และเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม
5.เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างชุมชน ผู้นำศาสนา หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานสาธารณสุข ในการดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่
6.ประชาชนในพื้นที่มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรคติดเชื้อ และการปฏิบัติตนหลังการเข้าสุนัตอย่างถูกต้องเพิ่มมากขึ้น
