โครงการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Remission service) ปีงบประมาณ 2569
-
นางรุ่งนภา ทวีมาตย์
โรคเบาหวาน เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทยและทั่วโลก ผู้ป่วยเบาหวานหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องภายใต้การดูแลของแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญ อาจส่งผลให้โรคเบาหวานทวีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังอาจนำไปสู่การเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ เช่น โรคหัวใจ ภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต ปลายประสาท และเท้า ได้อีกทั้งยังเกิดภาวะแทรกซ้อนแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรังอันน้ำไปสู่ความพิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ภาวะเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ครอบครัว รวมทั้งประเทศชาติได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคเบาหวานกว่า 5 ล้านราย โดยมีผู้ป่วยเพียงครึ่งหนึ่งที่ได้รับการรักษา และในจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามีเพียง 1 ใน 3 คนที่สามารถบรรลุเป้าหมายของการรักษา สามารถควบคุมระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมในเลือด HbA1c ให้ลดลงได้ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพบริการให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ปัญหาสุขภาพที่สำคัญในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ ม.1.2.3และ ม.9 ได้แก่โรคเบาหวาน เป็นโรคที่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากเป็นอันดับ 1 ของสถิติผู้ป่วยนอก และมีแนวโน้มจำนวนผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน จะเพิ่มมากขึ้น ในปี 2567 พบผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 160 รายและปี 2568 จำนวน 173 ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6 ซึ่งปกติผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ไม่เกินร้อย 1.75 ต่อปี และการลดลงของผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ควรมากกว่า ร้อยละ 5 ต่อปี ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใหม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว ในการจัดทำรูปแบบการจัดการโรคเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Diabetes Remission) เพื่อส่งเสริมให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเอง โดยใช้ข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนในการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริงของแต่ละรายบุคคล รวมทั้งการใช้แบบบันทึกการติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยเบาหวานตามรูปแบบโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time restricted feeding) และนำมาพูดคุยให้คำปรึกษา รวมทั้งหารือทีมสหวิชาชีพโรงพยาบาลเพื่อวางแผนการรักษาพยาบาลให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เป็นเบาหวานแต่ละบุคคล และมีการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องรายบุคคล พูดคุย สอบถามแนะนำทางโทรศัพท์ หรือ ไลน์ ลดการเดินทางมาโรงพยาบาลและประหยัดเวลาในการ รอคอย ส่งผลให้ผู้เป็นเบาหวานเข้าใจถึงความสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยตนเองเพื่อลดความรุนแรงและความเสี่ยงของโรค คาดหวังให้เกิดการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้เป็นเบาหวานอย่างยั่งยืน รวมถึงลดและชะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคมุ่งสู่เบาหวานระยะสงบ (Diabetes Remission) ได้
-
เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ระยะสงบ
- มีโปรแกรมการจัดการตนเองในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา
- อสม./ผู้ดูแล/ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้และความเข้าใจด้านการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 3.ร้อยละการเข้าสู่เบาหวานระยะสงบของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เป้าหมายอย่างน้อย 20 % ของผู้ป่วย 4.ร้อยละการควบคุม HbA1c ในผู้ป่วยเบาหวาน ไม่เกิน 6.5 ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ไม่น้อยร้อยละ 20
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง28
ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าเกณฑ์ 28 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ และสรุปและประเมินผลโครงการ1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 256924484 บาท
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชน ความรู้เรื่องโรค เบาหวาน อาการ การจัดการโรคเบาหวาน แก่กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานหรือญาติผู้ดูแล จำนวน 28 คน จัดทำโปรแกรมการจัดการตนเอง 1. ในการรับประทานอาหารแบบจำกัดเวลา (Time-restricted feeding) 2. การจำกัดคาร์โบไฮเดรตอย่างเคร่งครัด (Low Carb/Keto) ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ และคู่มือการดูแลตนเองที่บ้าน 3. การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งช่วยในการเผาผลาญน้ำตาล 4. ติดตามเยี่ยมบ้านโดยเจ้าหน้าที่ หรือโดย อสม. จำนวน 6 ครั้ง ดูแลให้ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการติดตามเจาะติดตามน้ำตาลสะสมในเลือด(HbA1C) 3-6 เดือน หากค่าน้ำตาลยังคง ต่ำกว่า 6.5 mg/dl โดยไม่ใช้ยา จะถือว่าเข้าส่ภาวะ Remission ส่งพบแพทย์ เพื่อปรับและลดระดับยาอย่างปลอดภัย พยาบาล ติดตามผลน้ำตาลปลายนิ้วและให้กำลังใจ
