โครงการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ในเด็กแรกเกิด 0-5 ปี ตำบลปะโด ปี 2569
-
นางสาวนิยัสมิน อับดุลบุตร
หลักการเหตุผล เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติ ในหลายประเทศล้วนมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งจะต้องเริ่มต้นจากเด็ก โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิด – 5 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคม เด็กในวัยนี้ถ้าจะได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม มีการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐาน และมีการส่งเสริมพัฒนาการที่ดีในแต่ละด้าน ก็จะทำให้เด็กนั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต ซึ่งพัฒนาการเด็กเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหลายด้านผสมผสานกัน โดยพัฒนาการทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคม ล้วนมีความสำคัญและเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันหมด การเปลี่ยนแปลงของพัฒนาการด้านหนึ่งย่อมมีผลให้พัฒนาการอีกด้านหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น เด็กที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์มักเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว สามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีอารมณ์แจ่มใส รู้จักควบคุมอารมณ์ เข้ากับผู้อื่นได้ดี และมีความสนใจเรียนรู้สิ่งรอบตัว ในทางตรงกันข้ามเด็กที่มีสุขภาพไม่ดี มักประสบปัญญาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายล่าช้า หรือหยุดชะงักชั่วขณะ อารมณ์หงุดหงิดง่าย มีอาการเศร้าซึม ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ยาก และขาดสมาธิในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ซึ่งจากการสำรวจพัฒนาการในเด็กไทยพบว่า เด็กแรกเกิด – 5 ปี มีพัฒนาการล่าช้ากว่าร้อยละ 30 หรือประมาณ 4 ล้านคน ดังนั้น เพื่อให้การดูแลสุขภาพเด็ก 0 - 5 ปี บรรลุตามวัตถุประสงค์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปะโด จึงได้จัดทำ “โครงการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ในเด็กแรกเกิด 0-5 ปี ตำบลปะโด ปี 2569”
-
ที่ 1.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ในการประเมินทั้ง 5 ด้านของทารก (ภาะโภชนาการ,พัฒนาการ,สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค,ทันตกรรม,ภาวะซีด)
-
2.เพื่อให้เด็กแรกเกิด - 6 ปี มีพัฒนาการที่สมวัยทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคม
-
3.เพื่อให้เด็กแรกเกิด - 6 ปี ที่พัฒนาการล่าช้าให้ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการให้มีพัฒนาการที่สมวัย และได้รับการรักษาที่ถูกต้องในรายที่มีความผิดปกติมาก
-
4. เพื่อให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กสามารถชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบศีรษะ และแปลผลตามกราฟอย่างถูกต้อง
-
5. เพื่อสร้างเสริมความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างเด็ก และผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก
- เพื่อลดภาวะซีดในเด็กแรกเกิด - 5 ปี
-
ผู้ปกครองเด็กเด็กแรกเกิด – 5 ปี จำนวน 100 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมย่อย 1.อบรมให้ความรู้กลุ่มเป้าหมายผู้ปกครองเด็กเด็กแรกเกิด - 5 ปีที่มีปัญหาด้านใดด้านหนึ่งใน 5 ด้าน จำนวน 100 คน - ค่าอาหารกลางวัน 60 บาทต่อ 1 มื้อต่อวันเป็นเวลา 2 วันจำนวน 100 คน - ค่าอาหารว่าง 30 บาทต่อมื้อ 2 มื้อต่อวันเป็นเวลา 2 วัน จำนวน 100 คน ค่าวัสดุสำนักงาน - ปากกาลูกลื่น จำนวน 100 ด้าม ราคาด้ามละ 10 บาท - สมุดปกอ่อนขนาด 60แกรมจำนวน 100 เล่มราคาเล่มละ 15 บาท - แฟ้มซองพลาสติกA4 1กระดุม จำนวน 100 แฟ้ม ราคาแฟ้มละ 15 บาท ค่าวิทยากรชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 8 ชั่วโมง จำนวน 1 คนถึง32800 บาท
- กำหนดนโยบายและกิจกรรม
- จัดทำโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลปะโดและชี้แจงโครงการแก่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปะโด
- จัดทำมุมพัฒนาการเด็กแรกเกิด - 5 ปี ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปะโด
- จัดกิจกรรมอบรบให้ความรู้แก่กลุ่มพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูหลักกลุ่มครูผู้ดูแลเด็กทารก เด็กแรกเกิด - 5 ปี จำนวน 100 คน
- ประสานงานชั่งน้ำหนักเด็ก ร่วมกับ อสม. ทุกเดือน 3 เดือน
- ติดตามชั่งน้ำหนักเด็กที่มีปัญหาภาวะโภชนาการที่บ้าน และลงบันทึกในสมุดบันทึกสุขภาพ ฯ
- ติดตามเฝ้าระวังในเด็กที่ตกเกณฑ์มาตรฐานดูแลสุขภาพ 5 ด้านของในเด็กแรกเกิด – 5 ปี
- ติดตามประเมินผลการดำเนินงาน/รายงานผลการดำเนินงาน
ทุกรายการสามารถถั่วเฉลี่ยกันได้
- ให้เด็กแรกเกิด - 6 ปีได้รับการประเมิน 5 ด้านของทารก (ภาะโภชนาการ,พัฒนาการ,สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค,ทันตกรรม,ภาวะซีด)
คิดเป็นร้อยละ 90 - ให้เด็กแรกเกิด - 6 ปี มีภาวะโภชนาการตามเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ 80
- ให้เด็กแรกเกิด - 6 ปีมีพัฒนาการที่สมวัยทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคม คิดเป็นร้อยละ 85
- เด็กแรกเกิด - 6 ปีที่พัฒนาการล่าช้าให้ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการให้มีพัฒนาการที่สมวัย และได้รับการรักษาที่ถูกต้องในรายที่ มีความผิดปกติมาก
- ผู้ปกครอง และผู้เลี้ยงดูเด็กให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการการส่งเสริมโภชนาการและพัฒนาการ เด็กแรกเกิด - 5 ปี 6.ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลที่ผ่านการอบรมสามารถชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบศีรษะ และแปลผลตามกราฟอย่างถูกต้อง 7.กลุ่มพ่อแม่ ผู้เลี้ยงหลัก กลุ่มครูผู้ดูแลเด็กทารก
