โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ แก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ 2569
-
นางสาวมารีแย สามะ
หลักการเหตุผล
ผู้สูงอายุ ถือว่าเป็นปูชนียบยุคคลของสังคมที่มีคุณค่ายิ่ง เนื่องจากผ่านประสบการณ์มามาก ได้เคยเป็นกำลังสำคัญของสังคมมาก่อน มีความรู้ มีทักษะ อนุรักษ์ สืบทอดประเพณ๊วัฒนธรรมท้องวถิ่น วิถีชีวิตดั้งเดิม และได้ทำคุณประโยชน์แก่สังคมมาแล้วมากมาย จำเป็นอย่างยิ่งที่คนรุ่นหลังจะต้องให้ความสำคัญ ในการยกย่องให้การดูแลผู้สูงอายุเหล่านี้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สุขภาพจิต สุขภาพกายเป็นการเชิดชูเกียรติให้ผู้สูงอายุ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข เนื่องจากจำนวนและสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นเช่นนี้เนื่องมาจากการพัฒนาด้านสาธารณสุขและทางการแพทย์ ทำให้อัตราการตายลดลง ผู้สูงอายุจึงมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แต่ผู้สูงอายุก็ยังได้รับผลกระทบจากการเสื่อมถอยของร่างกายตามวัย รวมทั้งผลของโรคเรื้อรังหรืออุบัติเหตุ จึงนำไปสู่ความถดถอยของร่างกาย เกิดภาวะพึ่งพา ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือช่วยเหลือตนเองได้น้อย หรืออาจมีอาการสมองเสื่อม ทำให้ต้องอาศัยพึ่งพาเป็นภาระแก่ผู้ดูแล เกิดภาวะทุพพลภาพในที่สุด สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สูงอายุดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุข ผู้สูงอายุจึงควรให้ความสนใจดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงมีคุณภาพชีวิตที่ดี ป้องกันการเกิดดรคต่าง ๆ รวมทั้งฟื้นฟูสุขภาพเมื่อมีภาวะของโรคและควบคุมให้ภาวะของโรคเหล่านั้นมีอาการคงที่ไม่กำเริบรุนแรงหรือเสื่อมถอยมากกว่าเดิมซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าสามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมและมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต ชมรมผู้สูงอายุองค์การบริหารส่วนตำบลกาวะ จึงได้ให้ความสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เช่น การตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิต ส่งเสริมการออกกำลังกาย ถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่ลูกหลาน จัดกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ ถือว่าการจัดกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ผู้สูงอายุ ได้มีความสุขและได้มีกิจกรรมดี ๆ ที่จัดทำร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุ
วัยสูงอายุเป็นช่วงรอยต่อของชีวิตซึ่งเปลี่ยนจากวัยกลางคนเข้าสู่วัยสูงอายุทำให้ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มากมายทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งก่อให้ผู้สูงอายุเกิดความน้อยใจ ความเครียด ความคับข้องใจ แยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัว ท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต ประกอบกับวัยสูงอายุเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ต้องออกจากงาน มีรายได้ลดลง ภาวะสุขภาพเสื่อมลง มีโรคทางกายเพิ่มมากขึ้น มีสารชีวเคมีและฮอร์โมนลดลง การสูญเสีย สิ่งสำคัญของชีวิต เช่น การสูญเสียคู่ชีวิตเพราะตายจาก การสูญเสียบุตรเพราะแยกไปมีครอบครัว การสูญเสียตำแห่งหน้าที่การงาน การสูญเสียสถานภาพหรือบทบาททางสังคม ตลอดจนการสูญเสียการเป็นที่พึ่งของครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้สูงอายุ และหากผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลใกล้ชิดด้วยแล้ว จะยิ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุว้าเหว่ มีภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองลดลงจนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง แยกตัวออกจากสังคม เป็นผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ทำให้เกิดปัญหาทางด้านจิตใจที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและการดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปได้
ดั้งนั้น การเรียนรู้และทำความเข้าใจ จึงมีความสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้สามารถปรับตัวและยอมรับการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และด้านสังคมที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตในวัยสูงอายุได้อย่างมีความสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปะโด จึงได้จัดทำ “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ แก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีคุณภาพ ประจำปีงบประมาณ 2569” ขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้แก่ผู้สูงอายุ
-
เพื่อสำรวจและค้นหาปัญหาเกี่ยวกับภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ
-
เพื่อคัดกรองอาการหรือโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเอง ทั้งด้านโภชนาการ การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยได้รับการตรวจประเมินภาวะสุขภาพ และสามารถดูแลตนเองได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจให้ผู้สูงอายุมีทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อดำรงอยู่ในสังคมอย่างมีคุณค่า
-
กลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 200 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
วิธีดำเนินการ
1.เขียนโครงการ / เสนอโครงการขอสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลปะโด/ ขออนุมัติโครงการ 2.ประชุมคณะทำงาน/เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กลุ่ม อสม. ชมรมผู้สูงอายุ/ตัวแทนผู้สูงอายุและแกนนำชุมชนในตำบลปะโด เพื่อวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน 3.เก็บรวบรวมข้อมูลกลุ่มผู้สูงอายุในแต่ละหมู่บ้าน 4.จัดการทำการคัดเลือกกลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 200 คน แบ่งออกเป็น 2 รุ่นๆละ 100 คน 5.การตรวจประเมินภาวะสุขภาพทางกาย เช่น การชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ประเมินค่าดัชนีมวลกาย วัดความดันโลหิตและประเมินภาวะผิดปกติ วัดระดับน้ำตาลในเลือดและประเมินภาวะผิดปกติ การวัดระดับไขมันในเส้นเลือด
6.การตรวจประเมินภาวะสุขภาพทางจิตและอารมณ์
7.การตรวจประเมินภาวะสุขภาพทางสังคม 8.สรุปผลและประเมินผลเมื่อสิ้นสุดโครงการ1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256932800 บาท-
1.1 กิจกรรมย่อย การตรวจคัดกรองผู้สูงอายุ 1.2 กิจกรรมย่อย อบรมผู้สูงอายุ อบรมกลุ่มเป้าหมายจำนวน 200 คน (แบ่งเป็น 2 รุ่นๆละ 100 คน) -ค่าอาหารกลางวัน 60 บาทต่อ 1 มื้อต่อวัน จำนวน 200 คน -ค่าอาหารว่าง 30 บาทต่อมื้อ 2 มื้อต่อวัน จำนวน 200 คน ค่าวัสดุสำนักงาน -ดินสอไม้ จำนวน 200 ด้าม ราคาด้ามละ 5 บาท -สมุดปกอ่อนขนาด 60 แกรมจำนวน 200 เล่มราคาเล่มละ 15 บาท -ค่าวิทยากรชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 8 ชั่วโมง จำนวน 1 คนบาท
-
ทุกรายการสามารถถั่วเฉลี่ยกันได้
1.ข้อมูลพื้นฐานด้านสุขภาพ ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ 2.เพื่อเสริมสร้างให้ผู้สูงอายุมีปฏิสัมพันธ์ และตระหนักถึงความสำคัญในการอยู่ร่วมกัน ภายใต้สังคมผู้สูงอายุและครอบครัว 3.เกิดความร่วมมือที่ดีระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับประชาชน และองค์ภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชน ในการดูแลผู้สูงอายุ เป็นต้น
