โครงการอบรมให้ความรู้และป้องกันโรคมะเร็งครบวงจร
ปัจจุบันโรคมะเร็งยังคงเป็นวิกฤตทางสาธารณสุขและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรไทย ข้อมูลในปี ๒๕๖๘-๒๕๖๙ พบอุบัติการณ์ผู้ป่วยรายใหม่สูงถึงประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ รายต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละ ๒,๔๐๐ – ๓,๒๐๐ รายแม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะมีความก้าวหน้า แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ การเข้าถึงบริการในระยะเริ่มแรก โดยพบว่าการคัดกรองเชิงรุกยังไม่บรรลุเป้าหมาย เช่น การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย FIT Test ที่ทำได้เพียง ๑๒.๐๙% ของเป้าหมาย รวมถึงการคัดกรองมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก ส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ตรวจพบโรคในระยะลุกลาม ซึ่งยากต่อการรักษาและสร้างภาระงบประมาณมหาศาล
ในอำเภอตะโหมด ปี ๒๕๖๘ โรคมะเร็งที่พบมากที่สุด คือ โรคมะเร็งปากมดลูก อัตราป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกต่อประชากรร้อยละ ๐.๒๐ รองลงมาโรคมะเร็งเต้านม พบอัตราป่วยโรคมะเร็งเต้านมต่อประชากร ร้อยละ๐.๑๗ และโรคมะเร็งลำไส้ (ข้อมูลจากระบบรายงานโรค จังหวัดพัทลุง) ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นผลมาจากประชาชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง ส่งผลให้แนวโน้มการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน อันสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่เปลี่ยนไปตามกระแสทางตะวันตก กินไขมันสูง ไม่กินผักและผลไม้ และขาดการออกกำลังกาย เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขปี ๒๕๖๙ ที่มุ่งเน้น ความรอบรู้ เพื่ออยู่อย่างมีคุณภาพชีวิต และการสร้างความตระหนักรู้ในสถานะสุขภาพของตนเองลดอัตราการป่วยและอัตราการตายจากโรคมะเร็ง การให้ความรู้เชิงรุกเป็น อาวุธสำคัญ ในการค้นหาผู้ป่วยในระยะเริ่มแรก (Early Detection) ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตและลดภาระงบประมาณการรักษาในระยะลุกลามหากประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันปัจจัยเสียง การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยตนเองอย่างถูกวิธี และเข้าใจสิทธิการเข้าถึงบริการตามนโยบาย มะเร็งครบวงจร จะช่วยลดระยะเวลารอคอยและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ Service Plan ในภาพรวมได้
กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง จึงได้จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้และการป้องกันโรคมะเร็งครบวงจรขึ้น โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งที่พบบ่อย ปัจจัยเสี่ยง สัญญาณเตือนและวิธีการป้องกันควบคู่กับการตรวจคัดกรองอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนตระหนักและสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ การส่งเสริมความรู้และการคัดกรองโรคมะเร็งอย่างเป็นระบบถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม
-
1.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และการป้องกันโรคมะเร็งครบวงจร
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และการป้องกันโรคมะเร็งครบวงจร
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และการป้องกันโรคมะเร็งครบวงจร
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และการป้องกันโรคมะเร็งครบวงจร
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยด้วยชุดตรวจ HPV DNA TEST และคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
กลุ่มเป้าหมายมีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยด้วยชุดตรวจ HPV DNA TEST และคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
-
ประชาชนกลุ่มอายุ 30-70 ปี40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ขั้นเตรียมข้อมูล
-วางแผนการดำเนินงาน
-ประชุมคณะกรรมการดำเนินงาน
-สำรวจกลุ่มเป้าหมาย
-จัดทำโครงการเพื่อนำเสนอ
1 มกราคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 25690 บาท -
ขั้นดำเนินการ
1.กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และการป้องกันโรคมะเร็งครบวงจร
2.สาธิตวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยชุดตรวจHPV DNA TEST วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง และวิธีการเก็บตัวอย่างตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้
3.กิจกรรมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยชุดตรวจ HPV DNA TEST
4.ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยชุดตรวจ HPV DNA TEST และตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน40 คน x 2 มื้อ x 25 บาท เป็นเงิน จำนวน 2,000 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 40 คน x มื้อ x 65 บาท เป็นเงินจำนวน 2,600 บาท
3.ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงชั่วโมงละ 300 เป็นเงินจำนวน 1,800 บาท
รวมเป็นเงิน 6,400 บาท (หกพันสี่ร้อยบาทถ้วน)
1 เมษายน 2569 ถึง 1 สิงหาคม 25696400 บาท -
ขั้นสรุปผล
-ติดตาม ประเมินผล -สรุปรายงานผล -ส่งรายงานผลเป็นรูปเล่ม
1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569บาท
1.กลุ่มเป้าหมายเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็ง และป้อกันโรคมะเร็งได้ครบวงจร
2.มีทักษะในการตรวจคัดกรองมะเร็งได้ด้วยตนเอง
