โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปี 2569
ปัจจุบันปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดได้ว่าเป็นปัญหาพื้นฐานที่สำคัญปัญหาหนึ่งทางด้านการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการมีส้วมและการใช้ส้วมในครัวเรือน โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2503 ต่อเนื่องจนกระทั่งมีผลการดำเนินงาน การมีส้วมและการใช้ส้วมในครัวเรือน ร้อยละ 98.1 ในปี 2542 และยังคงครอบคลุมในอัตราใกล้เคียงกัน ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าส้วมในครัวเรือนจะครอบคลุมเกือบ 100% และไม่เป็นปัญหาสำหรับประเทศไทยแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป ส้วมสาธารณะจึงมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การที่ต้องใช้ส้วมสาธารณะร่วมกัน ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีปัญหาเรื่องความสะอาดของส้วมสาธารณะอยู่ และตามที่กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพัฒนาส้วมสาธารณะในพื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ สถานที่ราชการ, โรงเรียน, วัด, ร้านอาหาร, สถานที่บริการน้ำมันเชื้อเพลิง และสถานที่ท่องเที่ยว ให้สะอาดปลอดภัยได้มาตรฐานเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคและเพื่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ โดยเน้นการพัฒนาส้วมสาธารณะให้บรรลุเป้าหมาย 3 เรื่อง คือ สะอาด (Healthy) เพียงพอ (Accessibility) ปลอดภัย (Safety) สำหรับให้บริการประชาชนและ นักท่องเที่ยว แต่จากการสำรวจส้วมสาธารณะในเขตเทศบาลตำบลแม่ขรี ส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์ และไม่ได้รับการดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะสถานประกอบการใหม่ที่เพิ่มขึ้นทำให้อาจกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้มาใช้บริการเกิดโรคท้องร่วง โรคบิด และไทฟอยด์เพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อพัฒนาส้วมสาธารณะในเขตพื้นที่ตำบลแม่ขรี ให้มีความสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ HAS จึงจัดทำโครงการเสริมสร้างความรู้และทักษะการจัดการส้วมสาธารณะตามมาตรฐาน HAS ปี 2569 เพื่อพัฒนาส้วมสาธารณะในเขตพื้นที่ตำบลแม่ขรี เพื่อพัฒนาส้วมสาธารณะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ HAS และเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการส้วมสาธารณะ
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรอบรู้และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องในการ ป้องกันโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรอบรู้และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องในการ ป้องกันโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ห่างไกลจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ห่างไกลจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
เพื่อลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่
ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่
-
รุ่นที่ 1 หมู่ 1 กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง50
-
รุ่นที่ 2 หมู่ 6 กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ขั้นเตรียมการ
1.ประชุมเตรียมการ
2.ประสานวิทยากร
3.จัดนำเสนอโครงการ
1 มกราคม 2569 ถึง 1 มีนาคม 2569บาท -
ขั้นดำเนินการ
กิจกรรมอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง
ฐานที่ 1 ประเมินภาวะสุขภาพตนเองโดยตรวจสุขภาพครั้งแรกในการเข้าร่วมโครงการพร้อมทั้งบันทึกความดันโลหิต/ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูง/รอบเอวประเมิน BMI
ฐานที่ 2 ให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง
ฐานที่ 3 เทคนิคการจัดการตนเองและการจัดการความเครียด
ฐานที่ 4 การจัดอาหารแลกเปลี่ยน (Food Exchange)
- ให้ความรู้เรื่องอาหาร ลดหวาน มัน เค็ม เพิ่มผลไม้
ฐานที่ 5 การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย
- ฝึกปฏิบัติ : รูปแบบขั้นตอน วิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสม
งบประมาณ
1.ค่าอาหารว่าง และเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน x 25 บาท x 2 มื้อ = 5,000 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 100 คน x 65 บาท x วัน = 6,500 บาท
3.ค่าวัสดุในการจัดกิจกรรมโครงการ เป็นเงิน 5,348 บาท
มีรายละเอียดดังนี้
ปากกาน้ำเงินลูกลื่น 0.5 สีน้ำเงิน จำนวน 100 ด้าม
ปากกาเคมี 2 หัว จำนวน 5 ด้าม
สมุดปกอ่อน จำนวน 100 เล่ม
กระดาษปรู๊ฟ จำนวน 1 ม้วน
สมุดคู่มือสุขภาพ จำนวน 100 ชุด
รวมเป็นเงิน 16,848 บาท
ค่าใช้จ่ายสามารถถัวเฉลี่ยกันได้
1 มีนาคม 2569 ถึง 1 สิงหาคม 256916848 บาท-
กิจกรรมอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงบาท
-
ขั้นสรุปผลงาน
1.ติดตามและประเมินผล 2.รายงานผลเป็นรูปเล่ม
1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569บาท
1.กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรอบรู้และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องในการ ป้องกันโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง
2.กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง ห่างไกลจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
3.ลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่
